[SIZE="3"]Dear all,
I have got this forward mail from my friend and would love to share with you all kha. Have a great day!
เรื่องจริง มิน่าหมอมันรวยเอารวยเอา
เราต้องช่วยกันอย่าให้อาชีพนี้มาเอาเปรียบเรามากเกินควร
รวมถึงพวกเซลล์ขายยาด้วย ที่ตามง้อหมอตามโรงบาล
เลี้ยงข้าวเที่ยง ดูแลแม้กระทั่งไปรับไปส่งลูกให้หมอ
แทบจะเหมือนเบ๊ แต่เซล์จะได้ค่าคอมมิสชั่นอย่างเดียว
บางคนบางเดือนเป็นแสน
ไม่รู้เลยนะเนี่ย
ว่าเรามีสิทธิ์ทำได้
เพราะส่วนมาก
ก็ก้มหน้าก้มตาจ่ายไปตามรายการ
( ก็ ต่อรองได้ซะที่ไหนล่ะ)
รู้งี้แล้ว ก็รักษาสิทธิ์ของเราหน่อยนะ
สวัสดี ค่ะ
ดิฉันเชื่อว่าส่วนมาก
ถึงแม้จะไม่ได้ป่วยร้ายแรงอะไร
นอกจากความดันสูงบ้าง
ไขมันในเลือดสูงบ้าง
เป็นเบาหวานบ้าง ปวดเข่า ปวดข้อ ฯลฯ
คงต้องไปโรงพยาบาล
ซึ่งมักเป็นโรงพยาบาลเอกชน
เพื่อรับการตรวจและรับยาควบคุมจากหมอ
ถึงเวลาชำระเงิน
เราก็รู้สึกว่าแพงมาก
โดยเฉพาะค่ายา
แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องจ่ายไป
มีพี่น้องเพื่อนฝูงบางคนบอกดิฉันว่า
“ ถ้ารู้จักหมอดีๆ
ก็ขอให้เขาเขียนใบสั่งยาออกไปซื้อข้างนอก ”
กลายเป็นต้องไปขอหมอให้ทำบุญทำคุณกับเรา
แต่ส่วนใหญ่
เราจะเกรงใจหมอจึงไม่กล้าขอ
สามีของดิฉันและตัวดิฉันเอง
ก็มีเรื่องต้องไปหาหมอทุก ๓ เดือน
แล้วหมอก็จะให้ยามา
ซึ่งทุก ๓ เดือนค่ายาของแต่ละคน
แต่ละครั้ง ๕ หมื่นบาทบ้าง ๖ หมื่นบาท บ้าง
เราก็ก้มหน้าก้มตาจ่ายไป
มาคราวนี้
หมอจ่ายยาให้สามีดิฉัน
สำหรับ ๓ เดือน
เป็นเงินถึง ๙ หมื่น ๘ พันบาทเศษ
เรียกว่าเกือบหนึ่งแสนเชียว
ตกใจมาก
จึงส่งคนไปถาม
ร้านขายยาว่า
ยา
Ezetrol
ลดไขมัน
เขาขายเม็ดละเท่าไร
เขาบอกว่า ๕๐/- บาท
โรงพยาบาลขาย เม็ดละ ๑๑๗ บาท
Nexium 40mg .
เป็นยา
ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะ
ที่ร้านขายเม็ดละ ๕๕ บาท ๗๕ สตางค์
โรงพยาบาลขายเม็ดละ ๑๕๖ บาท
ดิฉันจึงนำ
รายละเอียดของยา
พร้อมราคายาของโรงพยาบาล
แล้วขอให้ผู้ช่วยดิฉันศึกษา
หาข้อมูลเกี่ยวกับราคายา
ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้
เป็นราคากลาง
ขอให้คิดดูว่าราคายาที่ดิฉันต้องจ่ายถึง
เก้าหมื่นกว่าบาท
ในขณะที่ราคากลางของกระทรวงฯเพียง
สามหมื่นกว่าบาท
รวมแล้ว ดิฉันต้องจ่ายแพงขึ้น
ถึงหกหมื่นกว่าบาท
ในความเป็นจริงดิฉันก็เข้าใจดี
ว่าโรงพยาบาลเอกชนจะ
คิดเงินตามอัตราราคากลางโรงพยาบาลก็อยู่ไม่ได้
และในความเป็นจริง
ถ้าจะเปรียบเทียบว่าดิฉันเลือกไปใช้บริการของ
โรงแรมชั้นหนึ่ง
แล้วหวังว่าจะต้องเสียเงิน
เพียงเท่าราคาของโรงเตี๊ยม
ย่อมเป็นไปไม่ได้
แต่ที่โรงพยาบาลเอกชน
บวกค่ายาไว้มากมาย
ดิฉันว่าเกินเหตุไป
เรื่องที่ว่าคนไข้บางคน
ต้องรู้จักหมอดี
จึงจะกล้าขอให้หมอเขียนใบสั่งยา
ไปซื้อข้างนอกนั้น
ความเป็นจริง
คนไข้มีสิทธิ
ที่จะขอให้หมอเขียนใบสั่งยาให้ไปซื้อยาข้าง
นอกได้
ขให้อ่านดูข้อเขียนของ
อาจารย์ทองใบ ทองเปาด์
เรื่อง
สิทธิของคนไข้
ตามข้างล่างนี้
หวังว่าทุกท่านที่อ่าน e-mail นี้
จะได้รับความรู้เรื่องสิทธิของเรา
เราได้ขอให้
หมอเขียนใบสั่งยา
ให้ไปซื้อข้างนอกโรงพยาบาล
โดยไม่กระดากว่าจะเป็นการขอ Favor หมอเป็นพิเศษ
เพราะเรามีสิทธิอยู่แล้ว
จะได้ไม่ต้องเสียเงินมากเกินไป
โดยใช่เหตุ
อีก ๒ เท่าตัว
________________
ชัชนี
อ่า อันนี้เราทราบนะ
ยาตัวไหนแพง ถ้าหมอสนิท ก็จะบอกให้ไปซื้อข้่างนอก
ถ้าหมอไม่สนิท เราก็ขอหมอเลย ให้เขียนให้ (ไม่อายด้วย 555)
ก็ ขอบคุณ คุณ wnonach ด้วยนะครับ
เอามาให้หลายๆคนที่ยังไม่รู้ได้รู้ กัน
โหเล่นกันอย่างงี้เลยหรอครับ
ผมโชคดีไม่ค่อยได้ไป รบ ครับ
เก็บตังค์ที่เสียไปเยอะขนาดนั้นซื้อกระเป๋าดีกว่าห้าๆ
ได้หลายใบเลยทีเดียว
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ดี นะคะ
ส่วนใหญ่ เวลาคุณพ่อเข้าโรงพยาบาล จะให้คุณหมอสั่งยากลับบ้านแค่ 3-5 วัน ค่ะ
และต้องถามคุณหมอด้วยนะค่า ว่าให้ทานยาติดต่อกันนานเท่าไหร่
หลังจากนั้น เอาฉลากไปซื้อเองตามร้านยาใหญ่ ๆ ถูกกว่ากันมาก ๆๆ ค่ะ
เพราะ เป็นโรคประจำตัว ต้องทานยาทุกวันค่ะ
(ครั้งแรกก็โดนเหมือนกันค่ะ ค่ายา 3 หมื่นกว่า ครั้งหลังๆๆ ซื้อเอง หมื่นนิด ๆ เท่านั้นเองค่ะ)
มันเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าโดนเอาเปรียบมากๆเลยนะคะ
่เราเข้าห้องตรวจไปไม่ถึง5นาที เราต้องเสียค่า
วินิจฉัยโรคเอย ค่าวิชาชีพ ยังมีค่าอื่นๆอีก(มันคืออะไรน้อค่าอื่นๆเนี้ย)
บางทีถามอยู่สองสามคำ เอาหูฟังมาจิ้มๆตรงหน้าอกแป๊บเดียวเรียบร้อยละ
เชิญคุณไปรอจ่ายตังค์ได้เลยค่ะ5555
เดือนๆนึงก็ต้องจ่ายค่ายาให้เยอะมากๆคิมเลยลองเอาตัวยาไปเปรียบเทียบดูมันก็ตัวยาเดียวกันนิ แต่ผลิตคนละบริษัทแค่นั้นเอง ซื้อที่โรงบาลเม็ดละ 200 oh god !!!!!
หลังๆเราก็ไปซื้อที่ร้านยาหน้าศิริราชเอาถูกกว่ากันตั้งเยอะคะ่ เหลือเม็ดละ 50 เองอ่ะ
ขอบคุณ คุณหนึ่งมากๆจ๊ะ :D
Originally Posted by peeranutt
อ่า อันนี้เราทราบนะ
ยาตัวไหนแพง ถ้าหมอสนิท ก็จะบอกให้ไปซื้อข้่างนอก
ถ้าหมอไม่สนิท เราก็ขอหมอเลย ให้เขียนให้ (ไม่อายด้วย 555)
ก็ ขอบคุณ คุณ wnonach ด้วยนะครับ
เอามาให้หลายๆคนที่ยังไม่รู้ได้รู้ กัน
[SIZE="3"]ยินดีค่ะ คุณ peeranutt หนึ่งไม่รู้เลยค่ะเพิ่งอ่านเจอ หมอก็ไม่เคยแนะนำให้ไปซื้อข้างนอกเลย ก็จ่ายตามนั้น แต่แพงจริงๆค่ะค่ายา อ่านแล้วอึ้งไปเหมือนกันกำไรเยอะอยู่เนอะ
Originally Posted by summer
โหเล่นกันอย่างงี้เลยหรอครับ
ผมโชคดีไม่ค่อยได้ไป รบ ครับ
เก็บตังค์ที่เสียไปเยอะขนาดนั้นซื้อกระเป๋าดีกว่าห้าๆ
ได้หลายใบเลยทีเดียว
[SIZE="3"]นั้นซิคะ หนึ่งเพิ่งทราบเหมือนกันอึ้งกิมกี่
Originally Posted by jaew_waw
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ดี นะคะ
[SIZE="3"]ยินดีค่ะ คุณ jaew_waw :)
Originally Posted by nars
ส่วนใหญ่ เวลาคุณพ่อเข้าโรงพยาบาล จะให้คุณหมอสั่งยากลับบ้านแค่ 3-5 วัน ค่ะ
และต้องถามคุณหมอด้วยนะค่า ว่าให้ทานยาติดต่อกันนานเท่าไหร่
หลังจากนั้น เอาฉลากไปซื้อเองตามร้านยาใหญ่ ๆ ถูกกว่ากันมาก ๆๆ ค่ะ
เพราะ เป็นโรคประจำตัว ต้องทานยาทุกวันค่ะ
(ครั้งแรกก็โดนเหมือนกันค่ะ ค่ายา 3 หมื่นกว่า ครั้งหลังๆๆ ซื้อเอง หมื่นนิด ๆ เท่านั้นเองค่ะ)
คุณ nars โชคดีค่ะที่ทราบ หนึ่งโดนตลอดเลยค่ะ แงๆ;)
Originally Posted by nukimmy
มันเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าโดนเอาเปรียบมากๆเลยนะคะ
่เราเข้าห้องตรวจไปไม่ถึง5นาที เราต้องเสียค่า
วินิจฉัยโรคเอย ค่าวิชาชีพ ยังมีค่าอื่นๆอีก(มันคืออะไรน้อค่าอื่นๆเนี้ย)
บางทีถามอยู่สองสามคำ เอาหูฟังมาจิ้มๆตรงหน้าอกแป๊บเดียวเรียบร้อยละ
เชิญคุณไปรอจ่ายตังค์ได้เลยค่ะ5555
เดือนๆนึงก็ต้องจ่ายค่ายาให้เยอะมากๆคิมเลยลองเอาตัวยาไปเปรียบเทียบดูมันก็ตัวยาเดียวกันนิ แต่ผลิตคนละบริษัทแค่นั้นเอง ซื้อที่โรงบาลเม็ดละ 200 oh god !!!!!
หลังๆเราก็ไปซื้อที่ร้านยาหน้าศิริราชเอาถูกกว่ากันตั้งเยอะคะ่ เหลือเม็ดละ 50 เองอ่ะ
[SIZE="3"]พออ่านแล้วแอบ อึ้ง อะค่ะ แต่คราวหน้าคงขอไปซื้อยาข้างนอกบ้างแล้วค่ะ
Originally Posted by TEDDY07
ขอบคุณ คุณหนึ่งมากๆจ๊ะ :D
[SIZE="3"]
ยินดีค่ะ คุณ TEDDY07 :p
คุณหนึ่งขาหรือเป็นการเอาคืนหลังจากการที่เป็นหมอแสนจะลำบาก ลงทุนสูงเสียเงินเสียทองในการศึกษาเยอะ ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวคะ แต่ก็นั่นแหละหมอที่มีคุณธรรมสูง ๆ ก็มีอยู่นะคะ ขอบคุณคุณหนึ่งสำหรับข้อมูลค่ะ
เจอมาเหมือนกันค่ะ ถ้าบางทีเจอกับคุณหมอที่สนิทกันเค้าก็จะเขียนใบสั่งยามาซื้อข้างนอกได้ค่ะ
อีกอย่างนึงนะคะ ที่เราคิดโรงพยาบาลเก็บราคาโอเวอร์มากค่ะ
คือน้ำเกลือค่ะ ซื้อข้างนอกขวดละ 20 บาท แต่เห็นบิลเก็บเงินมาแล้วลมแทบจับ
ขวดละ 350 คิดว่าคงเป็นแพ็คเกจเค้า ที่ทำออกมาดูดี แล้วสามารถเรียกราคาได้สูงค่ะ
ที่เคยเจ็บตัวหนักๆเลยก็คือ ไปหาหมอค่ะ เรื่องไอไม่หยุด รวมค่ารักษาหมดแล้วเกือบหมื่นนึง
บอกแฟนว่า ยังงัยก็คงต้องหายแล้วล่ะ แต่ถ้าให้ไปหาหมออีก ไม่ไปแล้ว เข็ดจริงๆ
[SIZE="3"]ขอแก้ไขความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ
ราคายาที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะขายถูกหรือแพง
ไม่มีผลต่อรายได้ของแพทย์นะคะ
แต่เป็นรายได้ของโรงพยาบาลค่ะ
ถ้าร.พ.ขายยาแพง เงินก็เข้ากระเป๋าร.พ.ค่ะ
ไม่ได้เข้ากระเป๋าหมอ.... หมอได้รายได้จาก Doctor fee แค่นั้นค่ะ
ถ้าไม่อยากซื้อยาแพง ก็ขอชื่อยาไปซื้อข้างนอกได้ค่ะ
ไม่เป็นไร...หรอก....เพราะหมอก็เข้าใจว่า ร้านขายยาข้างนอกถูกกว่า
ตัวหมอเองเวลาจะซื้อยา ยังไปซื้อที่ร้านขายยาเลยค่ะ ไม่ซื้อในร.พ.หรอก...แพง
[SIZE="3"]รู้สึกว่าโรงพยาลบาล เอกชน ขูดเลือกขูดเนื้อประชาชนมากๆ แนนเคย ทานข้าวไม่ได้ รู้สึกทานอะไรไปก้อาเจียนออกมา คุรพ่อเลยให้ ไปนอนให้น้ำเกลือเพราะเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะแย่ หากทานข้าวไม่ได้ นอนโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสะพานใหม่ คะ แค่คืนเดียว หมอก็ตรวจตามปกติแล้วก็ถามว่าทำไมทานข้าวไม่ได้เราก้แจ้งอาการไป หมอเลยให้ แอดมิด คะ เพื่อนอนให้น้ำเกลือ พอรุ่งเช้า ตอนเที่ยง ก็ ออก เช็คบิลออกมาก หมื่นกว่าบาท ค่าห้อง+ค่าหมอ+ค่าน้ำเกลือ+ค่ายาฉีด1เข็ม แพงสุดๆไปเลย
ไม่รู้ว่าที่กินได้หลังจากออกจากโรงพยาบาล เพราะยาดี หรือเพราะเสียดายตัง :confused:
Originally Posted by Airi
ขอแก้ไขความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ ราคายาที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะขายถูกหรือแพง ไม่มีผลต่อรายได้ของแพทย์นะคะ แต่เป็นรายได้ของโรงพยาบาลค่ะ ถ้าร.พ.ขายยาแพง เงินก็เข้ากระเป๋าร.พ.ค่ะ ไม่ได้เข้ากระเป๋าหมอ.... หมอได้รายได้จาก Doctor fee แค่นั้นค่ะ ถ้าไม่อยากซื้อยาแพง ก็ขอชื่อยาไปซื้อข้างนอกได้ค่ะ ไม่เป็นไร...หรอก....เพราะหมอก็เข้าใจว่า ร้านขายยาข้างนอกถูกกว่า ตัวหมอเองเวลาจะซื้อยา ยังไปซื้อที่ร้านขายยาเลยค่ะ ไม่ซื้อในร.พ.หรอก...แพง เห็นด้วยนะค่ะ :o
[SIZE="4"]
เรื่องสิทธหน่อยเองก็พอทราบอยู่นะคะ...
แต่จะเป็นลักษณะไปหาหมอครั้งแรก แล้วเก็บซองยาไว้ แล้วฝาก
น้องสะใภ้ซื้อให้ค่ะ เพราะน้องเป็นเภสัชจะซื้อยาได้ถูกค่ะ...
ตรงนี้เลยจบไป...ส่วนมากจะเป็นยาสามัญทั่วไป..และหรือยาบางประเภท ที่
ต้องทานเป็นประจำ (โรคประจำตัว )ทุกครั้งที่ไปหาหมอ..
ปล.โรคซับจางนี่พอหายาที่ไหนทานได้บ้างคะ..อิอิ..
ขอบคุณคุณหนึ่งนะคะ..
Originally Posted by Airi
[SIZE="3"]
ขอแก้ไขความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ
ราคายาที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะขายถูกหรือแพง
ไม่มีผลต่อรายได้ของแพทย์นะคะ
แต่เป็นรายได้ของโรงพยาบาลค่ะ
ถ้าร.พ.ขายยาแพง เงินก็เข้ากระเป๋าร.พ.ค่ะ
ไม่ได้เข้ากระเป๋าหมอ.... หมอได้รายได้จาก Doctor fee แค่นั้นค่ะ
ถ้าไม่อยากซื้อยาแพง ก็ขอชื่อยาไปซื้อข้างนอกได้ค่ะ
ไม่เป็นไร...หรอก....เพราะหมอก็เข้าใจว่า ร้านขายยาข้างนอกถูกกว่า
ตัวหมอเองเวลาจะซื้อยา ยังไปซื้อที่ร้านขายยาเลยค่ะ ไม่ซื้อในร.พ.หรอก...แพง
ถูกต้อง ถ้าจะว่าก็ต้องว่าที่ รพ เอกชนค่ะ คิดราคาค่ายาแพงเกินจริงไปมาก ยาแต่ละตัวก็ผลิตมาจากหลายที่ หลายประเทศ แม้กระทั่งจีน อินเดีย ก็มี ถ้ายาจากอเมริกา เยอรมัน ก็จะแพงกว่ายา local อยู่แล้ว แต่ รพ เอกชนก็คิดแพงมากขึ้นไปอีก เงินที่ได้เข้า รพ หมดค่ะ ไม่เกี่ยวกะแพทย์เลย จริงๆเรื่อง รพ เอกชนคิดค่ายาแพงเกินจริงมาก แพทยสภาก็เคยพิจารณาเรื่องนี้อยู่ แต่ไม่รู้เรื่องไปถีงไหนแล้ว
ขอบคุณมากนะคะที่มาเล่าสู่กันฟัง :).....เศรษฐกิจแบบนี้ทุกคนต้องประหยัดนะคะ
อย่าไปอายเลยค่ะ บอกหมอไปเลยว่ามันแพงเกินไปนะขอซื้อเองข้างนอกได้มั๊ย :D:D
เค้าว่ากันว่าหมอบางคน จะได้ค่าคอมจากบริษัทยาที่เอามาเสนอที่โรงพยาบาลจิงหรือป่าวคะ :confused:
เพราะว่าพาตัวเล็กไปโรงพยาบาลนะ ยาแต่ละตัวของหมอแต่ละคนมะเหมือนกันเลยซักกะอย่าง
แต่คุณสมบัติก็เหมือนๆกัน หมอบางคน สั่งยาให้เราแบบ โอ้ววว เยอะมากมายอ่ะค่ะ
ทั้งที่เราอุตส่าห์แอบบอกแล้วว่า อ๋อตัวนี้ที่บ้านมีค่ะ แต่หมอก็เปลี่ยนตัวอื่นมาให้อีก
อย่างร้านขายยาก็เหมือนกัน เจ้าของเค้าได้ไปต่างประเทศบ่อยๆเพราะเค้ามียอดขายยาได้
เยอะ ก็จะเชียร์ๆๆๆให้ลูกค้าซื้อๆๆๆ โดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น สุขภาพ และราคาเลย เฮ่อ
ใช่ค่ะ เพื่อนแม่จุ๋มเป็นคุณหมอ
เค้าก็เขียนใบสั่งยาให้แม่
แล้วแม่เค้าก็ไปซื้อหน้าโรงพยาบาลศิริราชค่ะ
ร้านยาบอกว่าถ้าไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ เค้าไม่สามารถจ่ายยาให้ได้ค่ะ
Originally Posted by cottonchef
ขอบคุณมากนะคะที่มาเล่าสู่กันฟัง :).....เศรษฐกิจแบบนี้ทุกคนต้องประหยัดนะคะ
อย่าไปอายเลยค่ะ บอกหมอไปเลยว่ามันแพงเกินไปนะขอซื้อเองข้างนอกได้มั๊ย :D:D
เค้าว่ากันว่าหมอ
บางคน จะได้ค่าคอมจากบริษัทยาที่เอามาเสนอที่โรงพยาบาลจิงหรือป่าวคะ :confused:
เพราะว่าพาตัวเล็กไปโรงพยาบาลนะ ยาแต่ละตัวของหมอแต่ละคนมะเหมือนกันเลยซักกะอย่าง
แต่คุณสมบัติก็เหมือนๆกัน หมอบางคน สั่งยาให้เราแบบ โอ้ววว เยอะมากมายอ่ะค่ะ
ทั้งที่เราอุตส่าห์แอบบอกแล้วว่า อ๋อตัวนี้ที่บ้านมีค่ะ แต่หมอก็เปลี่ยนตัวอื่นมาให้อีก
อย่าง
ร้านขายยาก็เหมือนกัน เจ้าของเค้าได้ไปต่างประเทศบ่อยๆเพราะเค้ามียอดขายยาได้
เยอะ ก็จะเชียร์ๆๆๆให้ลูกค้าซื้อๆๆๆ โดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น สุขภาพ และราคาเลย เฮ่อ
ใช่เลยค่ะคุณฝ้าย คุณหมอบางท่าน และบางคนที่มีหุ้นส่วนอยู่ในโรงพยาบาลก็จะสั่งยาแบบว่าเว่อร์ ๆ เราปฏิเสธก็ใช่ที่เพราะเราไม่ใช่หมอเกิดลูกหลานเราเป็นอะไรไป คุณหมอเค้าก็จะว่าไหมล่ะบอกให้เอายาตัวนั้นไป เฮ้อ เราต้องรับสภาพนะคะ ที่พอบอกปัดไม่เอาได้ก็เป็นยาพื้นฐานทั่ว ๆ ไปค่ะ
Originally Posted by Airi
[SIZE="3"]
ขอแก้ไขความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ
ราคายาที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะขายถูกหรือแพง
ไม่มีผลต่อรายได้ของแพทย์นะคะ
แต่เป็นรายได้ของโรงพยาบาลค่ะ
ถ้าร.พ.ขายยาแพง เงินก็เข้ากระเป๋าร.พ.ค่ะ
ไม่ได้เข้ากระเป๋าหมอ.... หมอได้รายได้จาก Doctor fee แค่นั้นค่ะ
ถ้าไม่อยากซื้อยาแพง ก็ขอชื่อยาไปซื้อข้างนอกได้ค่ะ
ไม่เป็นไร...หรอก....เพราะหมอก็เข้าใจว่า ร้านขายยาข้างนอกถูกกว่า
ตัวหมอเองเวลาจะซื้อยา ยังไปซื้อที่ร้านขายยาเลยค่ะ ไม่ซื้อในร.พ.หรอก...แพง
[SIZE="6"]^
^
^
เคทเคยทำการตลาดให้ ร.พ.เอกชนค่ะ เป็นแบบที่คุณเค้าบอกค่ะ
คุณหมอไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับค่ายาเลยค่ะ ร.พ.ได้ล้วนๆ
หมอได้แค่ค่าdoctor feeเท่านั้นค่ะ ซึ่งแล้วแต่ทาง ร.พ
ตกลงกับหมอหรือบางที่ก็fix ราคาไว้ค่ะ
เรื่องนี้รู้มานานแล้วค่ะ
ก็เป็นซะอย่างนี้
ความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้ แทนที่จะเป็นช่วยเหลือเกื้อกูล เอื้อเฟื้อมีน้ำใจ
ก็กลายเป็น หวาดระแวง มีเรื่องอะไร คนไข้ก็พร้อมจะฟ้องหมอทุกเมื่อ
[SIZE="4"]ยืนยันค่ะว่า หมอได้ผลประโยชน์จากการจ่ายยาให้คนไข้เยอะแน่นอน
ไม่ได้ได้จาก รพ. ค่ะ
แต่ได้จากบริษัทขายยา
เซลล์ขายยาจึงต้องพยายามเข้าหาหมอ (ด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่)(ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเซลล์เป็นผู้หญิง)
ตัวยาเหมือนกัน แต่หมอจะพยายามจ่ายยาของบริษัทยาที่เข้ามาเสนอ
เพื่อให้ยาหมดเร็ว และ รพ. ก็สั่งยาตัวนั้นเข้ามาอีก เรื่อยๆๆๆๆๆ
เรื่องจริง มิน่าหมอมันรวยเอารวยเอา
เราต้องช่วยกันอย่าให้อาชีพนี้มาเอาเปรียบเรามากเกินควร
รวมถึงพวกเซลล์ขายยาด้วย ที่ตามง้อหมอตามโรงบาล
เลี้ยงข้าวเที่ยง ดูแลแม้กระทั่งไปรับไปส่งลูกให้หมอ
แทบจะเหมือนเบ๊ แต่เซล์จะได้ค่าคอมมิสชั่นอย่างเดียว
บางคนบางเดือนเป็นแสน
อ่านกระทู้นี้แล้วนำตาคลอเลยค่ะ..
ดิฉัน...เป็นหมอค่ะ
สามีดิฉัน....เป็นหมอค่ะ
ดิฉันทำงานรพ.รัฐบาลปริมณฑล
สามีทำงานรพ.เอกชนในกทม
ขออธิบายรายละเอียดเล็กน้อยนะคะ
-รพ.เอกชน หมอจะได้ค่ารักษาที่เรียกว่าDFหรือdoctor free หรือค่าทำหัตถการ ค่าตรวจเยี่ยมคนไข้ในเท่านั้นค่ะ ค่าDFบางรพ.ให้หมอลงเองแต่บางรพ.ก็จะมีค่าDFตายตัวอยู่แล้วค่ะ ค่าหัตถการคือ หากเย็บแผล ใส่เผือก อันนี้ถ้าหมอเย็บให้ ทำให้ ถือว่าเป็นค่าหัตถการนะคะ แต่บางรพ.ก็ไม่ได้ทั้งมหดจากที่รพ.เก้บจากคนไข้นะคะ ได้บางส่วน
-ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ รพ.เป้นคนคิดราคา หมอไม่ได้มีส่วนได้ในตรงนี้เลยค่ะ ซึ่งแต่ละ รพ.ก็คิดราคายาไม่เท่ากันค่ะ
-หากต้องการให้เขียนชื่อยาเพือ่ไปซื้อข้างนอกสามารถทำได้เนื่องจากเป้นสิทธิผู้ป่วยค่ะ หากแต่หมอคงไมได้ถามคนไข้ทุกคนว่าต้องการชื่อไปซื้อเองหรือไม่ ถ้าผู้ป่วยประสงค์ย่อมทำได้ค่ะ
- หมอก็เป็นมนุษย์ปุตุชนคหนึ่งที่อาจมีคนดีชั่วปะปนกันบ้างเหมือนอาชีพอื่นๆ
ดิฉันตั้งใจมาเรียนหมอก็เพราะต้องการช่วยเหลือคนป่วย จากวันนั้นจนวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตชั้น และดิฉันก็เชื่อว่ายังมีหมออีกมากที่คิดเหมือนกัน
ดิฉันทำงานสป.ละ 6 วัน สามีดิฉันทำงาน สป.ละ 6 1/2 เพราะวันอาทิตย์ยังต้องไปดูคนไข้ช่วงเช้า กลับมาอย่างเร็วก็เที่ยง วันอาทิตย์ครึ่งวันคือวันครอบครัว
สามีดิฉันทำงานรพ.เอกชนก็จริงแต่
-หากเห็นว่าคนไข้มีกำลังทรัพย์ไม่มาก ค่ารพก็มากพอแล้ว ....ไม่คิดเงิน
-ญาตฺหมอด้วยกัน สายอาชีพเดียวกัน แม้ไม่รู้จักแต่รู้ว่าเป็นหมอ....ไม่คิดเงิน
-พระ-นักบวช...ไม่คิดเงิน
-คนไข้ในนอนนานอาการทรงตัว ไปตรวจเยี่ยม...ไม่คิดเงิน
ดิฉันภูมิใจในตัวสามีดิฉันมาก สามีดิฉันไม่ได้เป็นอย่างนี้หลังจากแต่งงานกับดิฉัน.....แต่เค้าเป็นมาตลอดชีวิตหมอของเค้า
- คุณจะนอนข้างเตียงคนไข้คนหนึ่งเพื่อเฝ้าเค้าทั้งคืนได้มั้ยหากเค้าไม่ใช่ญาติ..แต่เพียงเพราะเค้าอาการยังไม่ดีพอ
-คุณจะล้วงอึ สวนฉี่ให้เค้าได้มั้ยหากเค้าไม่ใช่ญาติ.....เพียงเพาระเค้าถ่ายไม่ออก
-คุณจะโทรศัพท์ติดต่อทั้งคืนได้มั้ยเพื่อให้เค้าที่อาการหนักไปรพ.ที่เครื่องมือพร้อมกว่า...หากเค้าไม่ใช่ญาติ
-คุณจะจ่ายค่ารักษาให้ต่างด้าวที่ไม่รู้จักได้มั้ย...เพียงเพราะลูกเค้าป่วยและไม่มีเงินรักษา
-เวลาคนไข้เสียชีวิต ญาติเสียใจ...เราก็เสียใจ..เหมือนกัน
เป็นแค่บางส่วนที่เราทำ บางคนว่ามันเป็นหน้าที่...แต่เราทำด้วยใจ
- ดิฉันชอบซื้อเสื้อผ้า ชอบshopping แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยขอสามี ทำงานด้วยหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจของดิฉันทั้งนั้น
ดิฉันได้ค่าตรวจต่อคนละ 30-50 บาทไม่ว่าเคสเบาหรือหนักได้เท่ากัน
คนไข้หนัก คนไข้อุบัติเหตุ ใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ 30 -60 นาที เราได้ 50 บาท
คนไข้เย็บแผลไม่ว่าเย็บ1เข็มหรือ 50เข็ม เราได้ 50บาท
ใส่เฝือก ดึงกระดูก ไม่ว่ามากน้อย เราได้ 50 บาท
ถ้าเราได้เดือนละ 1 แสนบาท = เราตรวจคนไข้ 2000 คน ไม่น้อยนะคะ
-ไม่อยากได้ยินใครเรียกเราว่ามัน.....เพราะเราไม่เคยเรียกคนไข้อย่างนั้นเหมือนกันค่ะ
อยากบอกว่าหมอดีๆมีอีกเยอะนะคะ อ่านแล้วรู้สึกเสียใจ หมดกำลังใจค่ะ
นานาจิตตัง ไม่เป็นไรค่ะ
ขอบคุณนะคะ
Originally Posted by littleminnyprincess
เรื่องจริง มิน่าหมอมันรวยเอารวยเอา
เราต้องช่วยกันอย่าให้อาชีพนี้มาเอาเปรียบเรามากเกินควร
รวมถึงพวกเซลล์ขายยาด้วย ที่ตามง้อหมอตามโรงบาล
เลี้ยงข้าวเที่ยง ดูแลแม้กระทั่งไปรับไปส่งลูกให้หมอ
แทบจะเหมือนเบ๊ แต่เซล์จะได้ค่าคอมมิสชั่นอย่างเดียว
บางคนบางเดือนเป็นแสน
อ่านกระทู้นี้แล้วนำตาคลอเลยค่ะ..
ดิฉัน...เป็นหมอค่ะ
สามีดิฉัน....เป็นหมอค่ะ
ดิฉันทำงานรพ.รัฐบาลปริมณฑล
สามีทำงานรพ.เอกชนในกทม
ขออธิบายรายละเอียดเล็กน้อยนะคะ
-รพ.เอกชน หมอจะได้ค่ารักษาที่เรียกว่าDFหรือdoctor free หรือค่าทำหัตถการ ค่าตรวจเยี่ยมคนไข้ในเท่านั้นค่ะ ค่าDFบางรพ.ให้หมอลงเองแต่บางรพ.ก็จะมีค่าDFตายตัวอยู่แล้วค่ะ ค่าหัตถการคือ หากเย็บแผล ใส่เผือก อันนี้ถ้าหมอเย็บให้ ทำให้ ถือว่าเป็นค่าหัตถการนะคะ แต่บางรพ.ก็ไม่ได้ทั้งมหดจากที่รพ.เก้บจากคนไข้นะคะ ได้บางส่วน
-ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ รพ.เป้นคนคิดราคา หมอไม่ได้มีส่วนได้ในตรงนี้เลยค่ะ ซึ่งแต่ละ รพ.ก็คิดราคายาไม่เท่ากันค่ะ
-หากต้องการให้เขียนชื่อยาเพือ่ไปซื้อข้างนอกสามารถทำได้เนื่องจากเป้นสิทธิผู้ป่วยค่ะ หากแต่หมอคงไมได้ถามคนไข้ทุกคนว่าต้องการชื่อไปซื้อเองหรือไม่ ถ้าผู้ป่วยประสงค์ย่อมทำได้ค่ะ
- หมอก็เป็นมนุษย์ปุตุชนคหนึ่งที่อาจมีคนดีชั่วปะปนกันบ้างเหมือนอาชีพอื่นๆ
ดิฉันตั้งใจมาเรียนหมอก็เพราะต้องการช่วยเหลือคนป่วย จากวันนั้นจนวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตชั้น และดิฉันก็เชื่อว่ายังมีหมออีกมากที่คิดเหมือนกัน
ดิฉันทำงานสป.ละ 6 วัน สามีดิฉันทำงาน สป.ละ 6 1/2 เพราะวันอาทิตย์ยังต้องไปดูคนไข้ช่วงเช้า กลับมาอย่างเร็วก็เที่ยง วันอาทิตย์ครึ่งวันคือวันครอบครัว
สามีดิฉันทำงานรพ.เอกชนก็จริงแต่
-หากเห็นว่าคนไข้มีกำลังทรัพย์ไม่มาก ค่ารพก็มากพอแล้ว ....ไม่คิดเงิน
-ญาตฺหมอด้วยกัน สายอาชีพเดียวกัน แม้ไม่รู้จักแต่รู้ว่าเป็นหมอ....ไม่คิดเงิน
-พระ-นักบวช...ไม่คิดเงิน
-คนไข้ในนอนนานอาการทรงตัว ไปตรวจเยี่ยม...ไม่คิดเงิน
ดิฉันภูมิใจในตัวสามีดิฉันมาก สามีดิฉันไม่ได้เป็นอย่างนี้หลังจากแต่งงานกับดิฉัน.....แต่เค้าเป็นมาตลอดชีวิตหมอของเค้า
- คุณจะนอนข้างเตียงคนไข้คนหนึ่งเพื่อเฝ้าเค้าทั้งคืนได้มั้ยหากเค้าไม่ใช่ญาติ..แต่เพียงเพราะเค้าอาการยังไม่ดีพอ
-คุณจะล้วงอึ สวนฉี่ให้เค้าได้มั้ยหากเค้าไม่ใช่ญาติ.....เพียงเพาระเค้าถ่ายไม่ออก
-คุณจะโทรศัพท์ติดต่อทั้งคืนได้มั้ยเพื่อให้เค้าที่อาการหนักไปรพ.ที่เครื่องมือพร้อมกว่า...หากเค้าไม่ใช่ญาติ
-คุณจะจ่ายค่ารักษาให้ต่างด้าวที่ไม่รู้จักได้มั้ย...เพียงเพราะลูกเค้าป่วยและไม่มีเงินรักษา
-เวลาคนไข้เสียชีวิต ญาติเสียใจ...เราก็เสียใจ..เหมือนกัน
เป็นแค่บางส่วนที่เราทำ บางคนว่ามันเป็นหน้าที่...แต่เราทำด้วยใจ
- ดิฉันชอบซื้อเสื้อผ้า ชอบshopping แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยขอสามี ทำงานด้วยหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจของดิฉันทั้งนั้น
ดิฉันได้ค่าตรวจต่อคนละ 30-50 บาทไม่ว่าเคสเบาหรือหนักได้เท่ากัน
คนไข้หนัก คนไข้อุบัติเหตุ ใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ 30 -60 นาที เราได้ 50 บาท
คนไข้เย็บแผลไม่ว่าเย็บ1เข็มหรือ 50เข็ม เราได้ 50บาท
ใส่เฝือก ดึงกระดูก ไม่ว่ามากน้อย เราได้ 50 บาท
ถ้าเราได้เดือนละ 1 แสนบาท = เราตรวจคนไข้ 2000 คน ไม่น้อยนะคะ
-ไม่อยากได้ยินใครเรียกเราว่ามัน.....เพราะเราไม่เคยเรียกคนไข้อย่างนั้นเหมือนกันค่ะ
อยากบอกว่าหมอดีๆมีอีกเยอะนะคะ อ่านแล้วรู้สึกเสียใจ หมดกำลังใจค่ะ
นานาจิตตัง ไม่เป็นไรค่ะ
ขอบคุณนะคะ
อย่าเสียใจนะค่ะ littleminnyprincess; คนเราก็มีดี มีชั่วป่ะบนกันไปค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณหมอดีๆ ที่ยังมีอยู่ในสังคมค่ะ
[SIZE="4"]หมอดีก็มี กับ หมอไม่ดีก็มี
ให้กำลังใจกับคุณหมอดีดีค่ะ ที่มีใจอยากช่วยคนป่วยจริงๆ ก็สู้ๆนะคะ อยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ
แต่เราก็เห็นมาเยอะจริงๆ หมอที่เอาแต่จ่ายยา แล้วก็ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง เป็นธุรกิจไปซะหมด
มันก็ทำให้มีเส้นบางๆกั้นระหว่างคนไข้กับหมอ เวลาหมอสั่งยาอะไรให้ เรายังระแวงเลย ยัดยาอะไรมาให้ตรูเนี่ย
(อ่านจบแล้วลบได้)
ประกาศข้อตกลงทั่วไป www.siambrandname.com www.siambrandname.com ไม่ยินดี ไม่ยินยอม ไม่สนับสนน ให้มีการใช้ ระบบใดๆ ในชุมชนแห่งนี้ เพื่อการกระทำผิดต่อกฎหมายและศิลธรรมที่ดีงามของประเทศนี้ที่เราอาศัยร่วมกัน ทั้งนี้หากสมาชิกเข้ามาใช้งาน ชุมชนแห่งนี้ แสดงว่า รับรู้ เข้าใจ และยอมรับ ในประกาศนี้ และยินดี ปฎิบัติตามประกาศนี้ร่วมกัน www.siambrandname.com เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทำผิดกฏหมายของสมาชิกคนใด และจะไม่ร่วมรับผิดชอบใดๆ กับสมาชิกผู้ที่ทำผิดกฏหมาย ในทุกกรณี
เอาใจช่วยคุณหมอดีๆทุกท่านนะคะ เคยเห็นคุณหมอน่ารักที่รพ.ราชวิถี อาจารย์ตรวจคนไข้แล้ว ยังให้เงินกลับบ้านอีกเพราะเห็นว่าคุณยายจน ไม่มีเงินค่ารถ ค่ายา ประทับใจมาก
ส่วนตัวคิดว่า ทุกอาชีพมีคนดีและคนไม่ดีนะคะ แต่ส่วนใหญ่ก็เจอคุณหมอดีนะคะ
ค่ายาที่แพง เพราะไปหารพ.เอกชนหรือเปล่าคะ ได้รับบริการที่ดี ไม่ต้องรอคิวนาน แอร์เย็น มีคนต้อนรับเข็นรถเข็นให้ ก็บวกไปในค่าบริการหรือค่ายา ส่วนใหญ่คนที่รับยาไปตลอดมักเป็นคนไข้ที่เบิกประกันได้ ก็เลยไม่กระทบค่ะ ถ้าราคายาที่ถูกส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลรัฐค่ะ แต่ก็ต้องรอคิวนาน คนเยอะค่ะ
ไม่อยากให้เหมารวม และใช้การเรียกสรรพนามที่ไม่ดีนะคะ ไม่ใช่หมอ อ่านแล้วยังเสียใจแทนแพทย์หลายท่านที่เสียสละตัวเอง เช่น รพ.รัฐในต่างจังหวัด หรืออาจารย์หมอที่ออกรายการตีสิบเมื่อคืนน่ะค่ะ ที่ทุ่มเทรักษาคนไข้ขาบวมตัวบวม จนต่างประเทศที่เจริญแล้วต้องเชิญไปบรรยายไปสอนเลยค่ะ น่าภูมิใจมาก
(เพิ่งโพสต์ครั้งแรก เลยทำไม่ค่อยเป็นค่ะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ)
เคยขอยาเหมือนกันค่ะ แบบต้องไปหา follow up ตลอดอะ
สรุป หมอออกแนวว่า มันต้องใช้เวลา ต้องกินตัวนี้ๆ เดิมๆ ไปอีกครึ่งปี
หมอบอก - - เอาชื่อยาไปซื้อแถวศิริราชเถอะ ถูกกว่ากันตั้งเยอะ ๕๕๕๕๕๕
ใช่แล้ว ทุกอาชีพมีทั้งคนดีและไม่ดีอ่ะคะ
หมอดีดีมีอยู่เยอะนะคะ
ส่วนเรื่องค่ายาที่คนไข้จ่าย รู้สึกหมอไม่มีเอี่ยวนะคะ
[SIZE="3"]ขอขอบคุณเพื่อนๆมากมายค่ะ ที่เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ หนึ่งไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย พออ่านเมลย์นี้จากเพื่อนเสร็จในความคิดตอนนั้นโหแพงจริงๆ และก็เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆใน เอสบีเอ็น บ้าง ก็เลยรีบโพสต์ทั้งที่กำลังทำงานอยู่
หนึ่งเข้าใจความรู้สึกของคุณหมอนะคะ เพราะว่าคุณหมอไม่ได้ทำอย่างนั้น และคำพูดบางคำอาจจะดูไม่ค่อยสวยงามในเมลย์ แต่หนึ่งก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้าของเมลย์ พอดีอยู่ในอารมณ์นั้นก็อาจจะใช้คำพูดที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าที่ควร จริงๆหนึ่งไม่อยากให้คุณหมอ littleminnyprincess คิดมากในเรื่องนี้นะคะ และก็มีเพื่อนๆหลายท่าน มาให้คำแนะนำว่าราคายาที่แพงในโรงพยาบาล คุณหมอผู้รักษาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใดเลย
ก็อย่างที่คุณหมอบอกค่ะ ทุกอาชีพมีทั้งคนดี คนไม่ดีปะปนกันไป บังเอิญเจ้าของเมลย์อาจจะเจอคนไม่ดีเข้าก็เลยทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา คุณหมอ littleminnyprincess ทำงานให้สบายใจนะคะ คนดีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นคนดีอยู่วันยังค่ำ หนึ่งเชื่ออย่างนั้นค่ะ และก็ขอให้คุณหมอสนุกกับการทำงานค่ะ :)
[SIZE="3"]หนึ่ง
ถ้าไม่ได้อ่านกระทู้นี้ไม่เคยรู้เลยว่าให้คุณหมอเขียนใบสั่งยา มาหาซื้อเองได้
ขอบคุณคุณwnonach ด้วยนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณหมอดีๆ อย่างคุณ littleminnyprincess ด้วยนะค่ะ
ขอบขอบคุณทุกความเห็น และความเข้าใจ อีกทั้งกำลังใจจากเพื่อนๆนะคะ
ปีนี่ที่ได้เล่นsbnเพราะรพ.เปลี่ยนระบบเป็นใช้comหมดต้องอยู่น้าคอมทั้งวัน
ปีหน้าไปเรียนต่อคงไม่ค่อยได้เล่นแล้วค่ะ^^"
ไม่โกรธเลยค่ะ คิดว่าเป็นการมองต่างมุมมากกว่า
เราเชื่อเหมือนคุณหนึ่งค่ะ
การทำดีไม่ต้องให้ใครเห็น หรือได้รับผลตอบแทน มีแต่ตัวเราที่รู้และเป็นสุขก็พอค่ะ^^
เราเองไม่ได้คิดว่าตัวเราดีมากนะคะ แต่คิดว่าต้องทำในสิ่งที่ดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ของคุณพ่อก็แพงอย่างนี้เหมือนกันค่ะ และต้องรับยาไปตลอดชีวิต ขอรับยาจากคุณหมอแค่ 3-5 วันแล้วที่เหลือไปซื้อข้างนอกค่ะ หากต้องการใบสั่งยา แนะนําว่าให้พาคุณสามีไปเป็นคนไข้ของคุณหมอเจ้าของไข้ที่โรงพยาบาลรัฐ จะจ่ายค่ายาถูกลงมากแค่1 ใน 3 ของเอกชน
หรือไปหาซื้อยาที่ร้านขายส่งโดยคํานวณจํานวนยาจากสลากการใช้ยาที่ได้จากรพ.เอกชนค่ะ เพื่อนก็เคยพาคุณแม่ไปหาหมอที่เอกชนชื่อดังและแพงมาก แต่ไปซื้อยาข้างนอกทุกครั้งค่ะ
เพิ่งจะทราบก็วันนี้เองค่ะ วันหลังเอามั่ง แต่โชคดีที่เป็นคนที่ไม่ค่อยป่วยอ่าค่ะ แนะนำสำหรับคนที่ปวดเอว ปวดตามข้อ ปวดคอ อะไรแบบนี้ โยคะนะคะ เล็กดีขึ้นเพราะว่าโยคะเลยค่ะ