ถ้าได้รับของขวัญวันเกิดจาก เพื่อนรัก เป็นของแบรนด์เนมที่คุณชอบมากๆ รักยี่ห้อนี้สุดๆ แต่ของที่เพื่อนให้มานั้น เป็นของปลอม... ความรู้สึกจะเป็นยังไงคะ?....... ...ต้องบอกก่อนจะเขียนต่อไป ว่า Meesook ไม่สนับสนุนของละเมิดลิขสิทธิ์ทุกประเภทค่ะ.... Meesook ได้อ่านบทความนี้ในนิตยสารแพรว (อ่านในร้านทำเล็บน่ะค่ะ ไม่ได้ซื้อหนังสือนั้นเอง ตอนนี้เลยเขียนจากความทรงจำ เพิ่งอ่านมาเมื่อตอนเย็น เลยยังจำได้ละเอียดอยู่) บทความนั้นเขียนโดยคุณอั๋น ภูวนาท คุณผลิน เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าเอามาแบ่งปัน ก็เลยขออนุญาตมาเล่าให้เพื่อนเวปนี้ได้อ่านบ้าง
คุณอั๋น ชอบยี่ห้อ Tiffany มาก เมื่อวันเกิด เพื่อนรักของคุณอั๋น (ชื่อ จ.) ก็ได้ให้ของขวัญวันเกิด เป็นสร้อย Tiffany แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว ปรากฏว่าสร้อยนั้นเป็นของปลอม... เมื่อรู้ชัดว่าปลอม คุณอั๋นโกรธ และอารมณ์เสียมาก ได้ไประบายให้เพื่อนอีกคนนึงฟัง ประมาณว่าเพื่อนๆ ก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าคุณอั๋นชอบยี่ห้อนี้มากๆ แล้วจ.เอาของปลอมมาให้อย่างนี้ นึกว่าดูไม่ออกหรือไง ชั้นเป็นลูกค้าประจำของยี่ห้อนี้ ก็ต้องดูออกอยู่แล้ว... ยี่ห้อนี้ชั้นสุดรักสุดบูชา แล้วเอาของปลอมมาให้ทำไมเนี่ย?!?!?!?!? เพื่อนคนที่คุณอั๋นไปเล่าให้ฟัง ก็ถามกลับมาว่า "ของแท้เค้าขายกันราคาเท่าไหร่เหรอ?" คุณอั๋นก็บอกราคาไป (คงจะประมาณสองหมื่นกว่าๆ) เพื่อนก็นิ่งไปนิดนึง แล้วบอกคุณอั๋นว่า "รู้ป่าว... ว่า จ. น่ะ ตอนนี้มีเงินเดือนแค่สองหมื่นเอง"... "แต่จ. เค้าเห็นว่าอั๋นชอบยี่ห้อนี้มาก ก็อยากจะหามาให้ แต่คงจะตังค์ไม่พอ ก็เลยไปได้เส้นนี้มาให้แทน..." เมื่อคุณอั๋นฟังจบ ก็ยิ่งโกรธหนักเข้าไปอีก... แต่คราวนี้ เป็นการโกรธตัวเอง... เพราะคิดได้ในทันทีว่าคุณค่าของ "ของขวัญ" นั้น อยู่ที่ว่าเป็นน้ำใจจากคุณจ. ไม่ใช่อยู่ที่ว่าของนั้นเป็นของอะไร ความที่คุณอั๋นชอบยี่ห้อนั้นมากๆ ทำให้คุณอั๋นให้คุณค่ากับ"ของ"มาก จนมองข้ามน้ำใจจากคุณจ. ไปชั่วขณะหนึ่ง... "ของขวัญ" นั้น คุณค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ "ของ" แต่คุณค่านั้นอยู่ที่ "ขวัญ" ขวัญ แปลว่า สิริ ความดี ความรัก กำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อจิตใจ และเป็นสิ่งที่ควรจะให้แก่กัน ที่มาเล่าในนี้ ไม่ได้คิดว่าเพื่อนๆ จะเห็นคุณค่าของวัตถุ มากกว่าจิตใจหรอกนะคะ ก่อนที่จะมาเขียนในนี้ Meesook ได้ทดลองถามคำถามนี้กับคนใกล้ๆ ตัว 2-3 คน ซึ่งคนเหล่านั้น ก็เป็นคนที่มีน้ำใจ ใจดี และไม่ดูถูกคนกันทั้งนั้น แต่ทุกคนก็ตอบมาอย่างเดียวกัน ว่า "รู้สึกไม่ดี ที่ได้รับของปลอมเป็นของขวัญ" คำตอบนี้ เป็นคำตอบจากมุมมองจากคนที่ชื่นชอบ และชื่นชมยี่ห้อแบรนด์เนม... แต่จริงๆ แล้ว ถ้ามองจากมุมมองของคนที่ไม่ได้ใช้แบรนด์เนมเป็นประจำ คนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่รุนแรงกับของปลอมมากเท่าคนที่ใช้แบรนด์เนมเป็นประจำค่ะ... อย่างเรื่องของคุณจ. นี้ คุณจ. ก็คง"ตั้งใจ"หาของที่คุณอั๋นชอบให้เป็นของขวัญ และด้วยมุมมองของคุณจ. ก็ไม่ได้รู้สึกว่าของปลอมน่ารังเกียจอะไรมาก คุณจ.คงจะมองที่ว่าเป็นยี่ห้อที่คุณอั๋นชอบเท่านั้นเอง (หรือไม่ก็ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นของปลอม) นี่ก็แสดงให้เห็นความ "ใส่ใจ" ของคุณจ. เพราะไม่อย่างนั้น ด้วยงบประมาณที่มีอยู่ คุณจ. ก็คงซื้อเค้ก ซื้อขนมอะไรไปให้มากกว่า ไม่ต้องไปเดินหาของให้เสียเวลา... ที่เอาเรื่องนี้มาโพส ไม่ใช่ว่าจะสนับสนุนให้เปิดใจรับของปลอมนะคะ Meesook ยังคงคอนเซ็ปไม่สนับสนุนของปลอม และละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ดีค่ะ แต่เรื่องนี้ ทำให้ได้มองจากมุมอื่นๆ ที่ไม่ใช่มุมมองที่คุ้นเคยกันอยู่เท่านั้นค่ะ เปิดใจให้กว้างๆ โลกนี้ยังมีอีกหลายมุมมองค่ะ ลองมองต่างมุมดูบ้าง จิตใจก็สงบขึ้นได้ค่ะ
ชอบมากตรงที่บอกว่าค่าของของขวัญไม่ได้อยู่ ของ แต่อยู่ที่ ขวัญ
ขอบคุณนะคะๆๆที่เอามาเล่ากันฟัง :)
ถ้าเพื่อนให้ของปลอมมา ด้วยเจตนาแบบนี้
โคตรซึ้งอะ
อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ...............
เพราะคนทุกๆๆๆคนที่เรารู้จักก็ไม่ได้ใช้แบรนด์เนมเสมอไป
เค้าเห็นอะไรสวยหรือคิดว่าเราน่าจะชอบ เค้าก็ซื้อมาให้โดยไม่คิดอะไร
:)
บางทีตัวเราแหล่ะคิดมากไปเอง...ต้องมองรอบๆๆๆตัวด้วย แต่บางทีหลายๆๆคนก็ลืมเน๊อะ
คุณอั๋นตอนได้รับของดีใจเห็นเป็นยี่ห้อโปรด พอรู้ว่าเป็นของปลอมพาลโกรธเพื่อนเอา สิ่งที่คุณอั๋นคิดตอนนั้นคือตัวของขวัญล้วนๆ
ตอนคุณอั๋นรู้ความจริงจากเพื่อนว่าของขวัญมาจากความต้องการให้ในสิ่งที่เพื่อนชอบ คุณอั๋นตอนนี้คิดถึงแก่นของการให้
ประเด็นมันอยู่ที่ ตัวของขวัญ กับ แก่นของการให้ ว่าคุณเลือกให้ความสำคัญกับอะไร
ไม่สนับสนุนของปลอมเหมือนกันค่ะ ถ้าเพื่อนให้มาเราคงเก็บไว้ และเลือกใช้ตอนที่เพื่อนเห็นเท่านั้น:p
เคยอ่านแล้วเหมือนกัน เจ๊ว่าคนเราจะให้ของขวัญกันไม่ได้อยู่กับว่าราคาเท่าไหรแต่จะขึ้นอยู่กับว่า "เค้าตั้งใจและใส่ใจในการที่จะให้เราหรือมั้ย" แค่ขนมครกถุงหนึ่งราคา 10 บาทแต่ว่าเพื่อนตั้งใจที่จะซื้อมาให้เราเพราะเห็นว่าเราชอบและเจ้านี้อร่อยเห็นแล้วนึกถึงเรา "ก้อชื่นใจ" แล้วละ :D
แต่มองอีกแง่นึง ถ้าเพื่อนให้ขนมครกห่อละ 10 บาท ก็น่าจะดีกว่าให้ของที่คุณอั๋นชอบ แต่เป็นของปลอมนะคะ แต่ก็นั่นแหละ ของไม่สำคัญเท่าน้ำใจ
เคยอ่านเช่นกันค่ะ ตัวเองก็เคยได้รับของขวัญจากพี่เลี้ยงที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นกระเป๋าตังค์หลุยส์ปลอม แต่คิดว่าเค้าคงไม่รู้จักของแบรนด์เนมอยู่แล้ว คือจริงๆ แค่มีน้ำใจจะให้ จะเป็นของอะไรก็ซึ้งอยู่แล้วค่ะ "It's the thought that counts"
คุณค่าของของขวัญไม่ได้อยู่ที่ของ แต่อยู่ที่ขวัญ ชอบอันนี้จัง จริง ๆ อยู่ที่ใจ อยู่เจตนาคนที่ให้ เค้าคงอยากจะให้ของจริงแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เราควรประเมินการให้ที่ใจ ใช่ที่คุณค่าของของชิ้นนั้นนะ
Originally Posted by srichardson
เคยอ่านแล้วเหมือนกัน เจ๊ว่าคนเราจะให้ของขวัญกันไม่ได้อยู่กับว่าราคาเท่าไหรแต่จะขึ้นอยู่กับว่า "เค้าตั้งใจและใส่ใจในการที่จะให้เราหรือมั้ย" แค่ขนมครกถุงหนึ่งราคา 10 บาทแต่ว่าเพื่อนตั้งใจที่จะซื้อมาให้เราเพราะเห็นว่าเราชอบและเจ้านี้อร่อยเห็นแล้วนึกถึงเรา "ก้อชื่นใจ" แล้วละ :D
คิดเหมือนกันเลยค่ะพี่นีน่า
ดีใจและชื่นใจ เมื่อนึกได้ว่า เพื่อนเค้านึกถึงเรา และจำสิ่งที่เราชอบได้
ส่วนตัวแล้วไม่โกรธค่ะ คิดว่าเค้าอุตส่าห์หาของขวัญมาให้เราจริงๆ อันนี้ซึ้งในน้ำใจมากกว่าค่ะ ที่สำคัญเค้ารู้ด้วยว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ถึงแม้ว่าจะเป็นของปลอมก็เหอะค่ะ ของขวัญมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาค่ะ มันมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า
สำหรับนิคก็คงไม่โกรธอะไรมากหรอกครับ
ของนอกกายครับ เขาเป็นเพื่อนกันที่ใจ ครับผม
แต่ถ้าคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรให้ของปลอมก็โกรธนะ ชิฉะ...อิอิ...
แบบนี้เรียกว่าอารมณ์มากก่อนสติ:D
ทำให้เราไปเพ่งที่วัตถุมากกว่าหรือมาก่อนจิตใจ
เรายังเป็นคนธรรมดามีโลภ โกรธ หลงบ้าง
แต่ก็ยังสามารถเอาสติมาคอยกำกับไว้ได้
แบบนี้ถือว่าดีแล้วในทางโลกๆค่ะ
ถ้าให้ดีฝึกสติไว้เรื่อย(ก็ืคือการทำสมาธิ วิปัสนากรรมฐาน)
จะทำให้เรามีสติไวกว่าอารมณ์
จะไม่ทำให้เราคิดถึงวัตถุก่อนจิตใจและความถูกต้องค่ะ:D
ปล.จะยากไปไม๊เนี่ย!:p
เมื่อเค้าสุขใจที่ได้เป็นผู้ให้แล้ว
เราก็จงเต็มใจที่ได้เป็นผู้รับคับผม
...
เคยอ่านเหมือนกันค่ะ
ไม่โกรธหรอกค่ะเพราะรู้ว่าเขาเองก็ตั้งใจให้ ต้องไปเดินหาเดินเลือกนี่นา
แต่...
คงขอสงวนนโยบายส่วนตัวค่ะ คือไม่ใช้
แต่...
จะเก็บรักษาเอาไว้เหมือนของขวัญชิ้นอื่นๆที่ได้แน่นอนค่ะ
(เราเองเคยเจอเคสนี้กับตัวค่ะ เข้าใจอย่างแรง)
อ่านแล้วแอบซึ้ง เพื่อนเค้าน่ารักอ่ะ
ของขวัญ ค่ามันอยู่ที่ใจเนี่ยล่ะ
ถ้าให้ซื้อของปลอมใช้เองอ่ะไม่ซื้อค่ะ แต่ถ้ามีคนให้มาก็รับได้ ไม่โกรธด้วยแล้วคุนคนนี้จะไปโกรธทำไมเค้าอุส่าให้อะ
เป็นโอ๊ดคงไม่โกรธจ๊ะคุณทินี เพราะคิดว่าเค้ารู้ว่าเราชอบเลยซื้อมาให้แปลว่าเค้านึกถึงเรา แต่ก็คงเก็บไว้ไม่ได้ใช้ค่ะ อย่างน้อยเพื่อนคุณทินีเค้าก็รักและนึกถึงคุณทินีแน่ ๆ จ้า
ให้ด้วยใจไม่ใช่มูลค่าก็ดีใจโลด
^
^^
^^^
โอ้ ไม่ใช่เพื่อน Meesook ค่า... เรื่องนี้เอามาจากในหนังสือแพรวค่ะ... เขียนโดยคุณอั๋น ภูวนาท คุณผลิน ค่ะ
.
คุณ Meesook เอาข้อคิดดีๆมาฝากอีกแล้ว ขอบคุณค่ะ ^^
อ่านแล้วทำให้นึกถึง fwd mail เรื่องนึงอ่ะค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องแต่ง หรือเรื่องจริง
เท่าที่พอจำได้นะคะ...
มีพ่อลูกคู่นึงที่บ้านมีฐานะที่ค่อนข้างลำบาก
อยู่มาวันนึงลูกสาวเอาของขวัญมาให้พ่อ เป็นของขวัญที่ห่ออย่างสวยงาม
พ่อรับของมาด้วยความดีใจ แต่พอเปิดดูพบว่าเป็นกล่องเปล่า ผู้เป็นพ่อโมโหมาก เรียกลูกสาวมาต่อว่า
"ลูกไม่รู้เหรอว่าเงินทองหามาด้วยความลำบาก ทำไมต้องสิ้นเปลืองซื้อกระดาษห่อแพงๆมาห่อกล่องเปล่าแบบนี้ด้วย"
ลูกสาวพอโดนตำหนิก้อเสียใจมาก ร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมตอบพ่อไปว่า
"พ่อจ๋า นั่นไม่ใช่กล่องเปล่านะ หนูใส่จูบของหนูลงไปเยอะแยะเต็มกล่องเลย"
พอได้ฟังดังนั้น พ่อรู้สึกผิดมาก คว้าตัวลูกสาวมากอดและขอโทษ
.... หลังจากนั้นไม่กี่ปี ลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต...
ส่วนพ่อ... ก้อยังคงเก็บกล่องของขวัญกล่องนั้นไว้ข้างเตียงตลอดเวลา
ยามใดที่เขาคิดถึงลูก เขาก้อจะเปิดกล่องของขวัญออกมา ถึงแม้ภายนอกมันจะเป็นกล่องเปล่า แต่ภายในมันอบอวลไปด้วยความรักที่ลูกมีต่อพ่อ ซึ่งความรักนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสูญหายไปตามกาลเวลาได้...
^
^
แก่นของตัวเรื่องจะคล้ายกับของคุณ Meesook เลยตรงที่ว่า ต้องดูเจตนาของผู้ให้เป็นสิ่งสำคัญ ว่าเป็นการให้ที่บริสุทธิ์ใจที่อยาุกให้ผู้รับมีความสุข อย่ายึดติดกับตัววัตถุ ^^
เรื่องของคุณอั๋น อ่านแล้วซึ้งค่ะ
แต่เจอเรื่องข้างบน น้ำตาไหลเลย :(
ขอบคุณมากค่ะ มุมมองนี้ทำให้เรามองข้ามวัตถุนิยมได้ดีค่ะ
เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ
......ปกติเป็นคนมองคนที่คุณค่าของตัวเขาเอง...
ไม่เคยมองคนที่วัตถุ...(พวกนั้นเป็นของปรุงแต่ง).....
พออ่านเรื่องที่คุณ Meesook นำมาเสนอ...ทำให้นั่งอมยิ้ม + ขนลุกซู่ด้วยความชื่นชม
แอบดีใจที่คุณอั๋น นึกโทษตัวเอง.....และมองคุณค่าของน้ำใจของเพื่อนมากกว่าที่วัตถุ
ขอบคุณคุณ Meesook....ที่นำสิ่งดีๆๆมาแบ่งปันกัน
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ อ่านแล้วซึ้งดี เพื่อนมีน้ำใจ แต่ถ้าเป็นเรา เราก็คงมองที่น้ำใจของคนให้มากกว่าค่ะ
Originally Posted by Lady Geordie
คุณ Meesook เอาข้อคิดดีๆมาฝากอีกแล้ว ขอบคุณค่ะ ^^
อ่านแล้วทำให้นึกถึง
fwd mail เรื่องนึงอ่ะค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องแต่ง หรือเรื่องจริง
เท่าที่พอจำได้นะคะ...
มีพ่อลูกคู่นึงที่บ้านมีฐานะที่ค่อนข้างลำบาก
อยู่มาวันนึงลูกสาวเอาของขวัญมาให้พ่อ เป็นของขวัญที่ห่ออย่างสวยงาม
พ่อรับของมาด้วยความดีใจ แต่พอเปิดดูพบว่าเป็นกล่องเปล่า ผู้เป็นพ่อโมโหมาก เรียกลูกสาวมาต่อว่า
"ลูกไม่รู้เหรอว่าเงินทองหามาด้วยความลำบาก ทำไมต้องสิ้นเปลืองซื้อกระดาษห่อแพงๆมาห่อกล่องเปล่าแบบนี้ด้วย"
ลูกสาวพอโดนตำหนิก้อเสียใจมาก ร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมตอบพ่อไปว่า
"พ่อจ๋า นั่นไม่ใช่กล่องเปล่านะ หนูใส่จูบของหนูลงไปเยอะแยะเต็มกล่องเลย"
พอได้ฟังดังนั้น พ่อรู้สึกผิดมาก คว้าตัวลูกสาวมากอดและขอโทษ
.... หลังจากนั้นไม่กี่ปี ลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต...
ส่วนพ่อ... ก้อยังคงเก็บกล่องของขวัญกล่องนั้นไว้ข้างเตียงตลอดเวลา
ยามใดที่เขาคิดถึงลูก เขาก้อจะเปิดกล่องของขวัญออกมา ถึงแม้ภายนอกมันจะเป็นกล่องเปล่า แต่ภายในมันอบอวลไปด้วยความรักที่ลูกมีต่อพ่อ ซึ่งความรักนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสูญหายไปตามกาลเวลาได้...
^
^
แก่นของตัวเรื่องจะคล้ายกับของคุณ Meesook เลยตรงที่ว่า ต้องดูเจตนาของผู้ให้เป็นสิ่งสำคัญ ว่าเป็นการให้ที่บริสุทธิ์ใจที่อยาุกให้ผู้รับมีความสุข อย่ายึดติดกับตัววัตถุ ^^
โห... เรื่องนี้ซึ้งมากๆ คล้ายๆ กับเรื่องของคุณอั๋นนะคะ แต่แอบเศร้านิดๆ ตรงที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะอยู่กับเราไปนานถึงเมื่อไหร่เนอะ แต่ช่วงที่อยู่ด้วยกัน ก็ทำให้ดีที่สุดดีกว่า... ขอบคุณ คุณ Lady Geordie ที่เอามาให้อ่านกันด้วยนะคะ... :)
อ่านแล้วชอบมากๆครับ
เคยมีคนให้ของขวัญผม เป็นของปลอมเหมือนกันครับ แต่ผมไม่รู้สึกโกรธ เพราะรู้ดีว่าเค้าตั้งใจซื้อให้ คงรู้ว่าเราชอบ และเค้าคงไม่มีกำลังซื้อของจริงให้ ผมก็นำมาเก็บไว้และรับรู้ว่า เค้ามีใจนึกถึงเราครับ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
ขอบคุณที่นำสาระดีๆมาให้อ่านกันนะครับ คุณMeesook และคุณ Lady Geordie
ซึ้งค่ะ เห็นด้วย
Originally Posted by pipelicious
ถ้าเพื่อนให้ของปลอมมา ด้วยเจตนาแบบนี้
โคตรซึ้งอะ