โทษของความ เครียดและวิธีการแก้
โดย hut2211
hut2211
#1
ความเครียด
โทษของความเครียดและวิธีการแก้
ความเครียด ฆ่าคนได้จริงหรือ และฆ่าได้อย่างไรตลอดจนวิธีการแก้ความเครียดที่รุนแรง เป็นปัญหาของชีวิตและสังคมอย่างยิ่ง
ดังนั้น วิธีการแก้ที่ได้ผลอย่างถูกต้องจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษา เรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจในชีวิตของเราเองศึกษาชีวิตอันประกอบด้วยร่างกายและจิตใจสองส่วนด้านนอกและ ด้านในนี้อาศัยซึ่งกันและกันอย่างแยกออกจากกันไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง และต่อเนื่องทั้งชีวิตด้านในคือจิตใจและชีวิตด้านนอกคือร่างกาย

โทษของความเครียด
เรามีทั้งทุกข์กายและทุกข์ที่จิตใจเกิดขึ้นตลอดเวลา เล็กน้อยบ้าง ปานกลางบ้างพอทนได้บ้าง ทุกข์ทางกายเป็นปัจจัยให้ทุกข์ใจเกิดขึ้นทันที เช่น เราถูกตะปูตำยิ่งตะปูสกปรกมาก ความกลัวอันเป็นทุกข์ทางใจเกิดขึ้นทันทีเราต้องรีบไปหาหมอทำความสะอาดแผลและฉีดยากันโรคบาดทะยัก เป็นต้น เรียกว่า เกิดทุกข์ทั้งทางกายและใจเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทันที และค่อยน้อยลงเมื่อเราไปหาหมอมาเรียบร้อยแล้วแต่ความวิตกกังวลก็ยังอยู่ในใจเราไม่หมดสิ้นไปเสียทีเดียว ยังคงมีอยู่จนกว่าแผลนั้นจะหายสนิทเรียบร้อยดี แต่แน่นอนถ้าแผลนั้นไม่หายกลายเป็นแผลเรื้อรังยาวนานต่อไปความทุกข์ทั้งกายและใจก็ต้องติดตามเราต่อไป ไม่ว่าเราจะอยู่ในท่านั่ง ท่านอน ท่ายืนท่าเดิน ความเครียดจะเพิ่มขึ้นเราจะมีความกังวลใจมากขึ้นโทษคนล้างแผลเราไม่ดีไม่สะอาด แล้วก็โทษหมออีกเอายาอะไรมาให้เราก็ไม่รู้ แผลไม่รู้จักหายเสียที ยังคงอักเสบ บวมแดงไม่ลดลงเลยเริ่มนอนไม่หลับ จิตใจไม่สงบ ทำสมาธิเท่าใดก็ไม่หาย รับประทานอาหารได้น้อยลงร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย นอนหลับไม่พอ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้นเบื่องาน เบื่อคนรอบข้าง ความสะดวกความสบายหายไป ความสนุกก็ไม่มีไปหาหมอก็มีโรคเพิ่มขึ้นอีก หมอหัวใจก็บอกว่าคุณเริ่มเป็นโรคหัวใจ เพราะหัวใจเต้นไม่เสมอ เต้นเร็ว เหนื่อยง่าย แล้วก็มีความดันสูงขึ้นด้วยเป็นบางครั้งบางคราวคุณก็ได้รับยาทางโรคหัวใจมา ๓ - ๔อย่างเป็นต้น
คุณมีปัญหาทางอาหารที่รับประทานไปแล้ว ท้องอืด มีลมในท้องมากบางครั้งมีคลื่นไส้อาเจียน คุณก็ได้โรคเพิ่มมาอีกหนึ่ง คือ โรคทางกระเพาะอาหารหรือบางครั้งคุณก็รับยานอนหลับ และยาคลายเครียดมาด้วย คุณก็มีโรคทางประสาทมาด้วยอีก๑ โรค
ทั้งยาทางกระเพาะและยาทางประสาทก็รวมเป็น ๔ - ๕ อย่างคุณอาจจะระงับอาการนอน ไม่หลับ หรืออาการวิตกกังวลได้บ้างเพราะยาที่คุณรับประทานไปนั้นได้ผล แต่ก็เพียงระยะหนึ่งเท่านั้นต่อไปยาก็ใช้ไม่ได้ผลคุณต้องใช้ยาแรงขึ้นและมากขึ้น ผลข้างเคียงก็ตามมาเป็น โรคซึมเซา ซึมเศร้า ซึมเฉย คุณก็ต้องไปหาหมอโรคจิตรับประทานยาของหมอโรคจิตกลายเป็นคนไข้โรคจิตไปอีกโรคหนึ่ง มองเห็นโลกไม่น่าอยู่เลยมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมี ซ้ำเคยเป็นคนร่าเริงเสียด้วยนี่คือสาเหตุเป็น โรคเครียดรุนแรงเรื้องรัง และยาวนานทำลายความสุขสงบทางจิตใจและร่างกายให้หมดสิ้นไปเขาจะสอนให้คุณไปทำสมาธิบ้างวิปัสสนาบ้างไปร้องเพลง ไปออกกำลังกาย ไปหาความสนุกเพลิดเพลินกับเพื่อนฝูงบ้างรับรองว่าในระยะนี้ท่านทำไม่ได้หรอก เพราะคุณไม่สามารถทำสติ - สัมปชัญญะให้เกิดขึ้นมาได้เอง เพราะคุณไม่รู้จักหน้าตาของสติ - สัมปชัญญะมาก่อนเลย แล้วคุณจะทำให้ธรรม๒ อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร นี้เพียงเหตุที่เกิดขึ้นกับโรคทางกายเท่านั้นถ้าโรคทางกายที่ร้ายแรงกว่านี้มาก คุณจะอยู่ได้อย่างไรให้มีความเครียดและความทุกข์ให้น้อยที่สุดคงยากมาก ๆ และแย่ลงมาก ๆ ทีเดียวถ้าคุณเสียสิ่งที่คุณรักมาก ๆ คุณจะทำใจอย่างไร บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ มีเงิน ๑๐ล้านบาท ๑๐๐ - ๒๐๐ ล้านบาท แล้วหมดไป คุณเพิ่งเริ่ม มีมาเมื่อ ๑๐ ปี ที่แล้วมาปีนี้หมดไปกลับเป็นหนี้เขา ไม่มีดอกเบี้ยจ่ายให้เจ้าหนี้เขา คุณเคยเป็นเจ้าหนี้เดี๋ยวนี้กลับเป็นลูกหนี้ คุณไม่เครียดหรือ ไม่ทุกข์หรือ นอนหลับอย่างเป็นสุขหรือคงยากมาก ๆ แน่นอนคุณต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ไม่สามารถอยู่เย็นเป็นสุขได้แน่นอน นี้เป็นสัจธรรมที่แท้จริง
ชีวิตคือความฝันสิ่งสำคัญคือเงินตรา ยอดปรารถนาคือความรัก.... จริงหรือ ?

วิธีการแก้ความเครียด
ความเครียดที่รุนแรงและยาวนานนั้นมีความสำคัญยิ่ง เพราะจะเป็นเหตุนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายระบบทั้งระบบประสาท ระบบทางจิตใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบทางกระเพาะอาหารและลำไส้เพราะระบบต่าง ๆ ของร่างกายนั้นมีความสัมพันธ์กัน อย่างยิ่งและอาจกลับกลายเกิดเป็นโรคร้ายแรงต่าง ๆ ขึ้นได้ชีวิตจะหมดความสุขไป อยู่อย่างไม่มีชีวตชีวา...(ต่อ)
hut2211
#2
(ต่อ) .....อายุสั้นลงกว่าปกติ และถ้าเรื้อรังมากเข้าโรคในตัวหลายระบบมากขึ้นหมอต้องใช้ยามากขึ้นและยาหลายอย่างอาจถูกกำหนดให้ใช้มากขึ้น จึงต้องควรระวังเป็นอย่างยิ่งอาจมีโรคและอาการของโรคเกิดขึ้นจากการใช้ยาหลาย ๆ อย่างก็ได้
คุณอาจทราบแล้วว่าการแก้โรคเครียดด้วยการออกกำลังกาย การร้องเพลงการหาความเพลิดเพลินต่าง ๆ อาจใช้ได้เหมือนกันแต่ไม่ใช่การแก้ที่ถูกต้องและได้ผลที่ถาวร ยิ่งในคนไข้ที่มีปัญหามากจากการสูญเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง เสียของรัก สูญเสียสิ่งที่รักต้องพลัดพรากไปมีอาการ ซึมเซา ซึมเศร้ามาก ๆ คงไม่สามารถไปหาความสนุกเพลิดเพลินต่าง ๆได้ นอกจากจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจ สร้างระบบความคิดที่ดีที่ถูกต้องตรงเหตุผลของสัจธรรมและสร้างสติ - สัมปชัญญะ ให้รู้เท่า รู้ทัน รู้กัน รู้แก้เมื่อประสบปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาสู่ตัวเราทำให้เกิดความทุกข์เร่าร้อนขึ้นภายในจิตใจความคิดที่ไม่มี (คิดร้ายต่าง ๆ) เช่น คิดกลัวคิดโกรธ คิดเกลียดคิดพยาบาทและคิดเบียดเบียนเขาเป็นเหตุให้เกิดความเครียดขึ้นภายในจิตใจจะมีผลกระทบกับร่างกายทุกระบบดังที่ ได้กล่าวมาแล้วความคิดเกิดจากอารมณ์ในอดีตอันเป็นสัญญาที่เราเก็บจดจำไว้ที่ไม่ดี ที่ไม่ควรคิดและอารมณ์ใหม่ ๆ ที่เราเกิดความไม่พอใจขึ้นในปัจจุบัน จากการไม่สมหวังไม่ได้ดั่งใจความเครียดคือความเร่าร้อนและเศร้าหมองแห่งจิตจึงเกิดขึ้นทันทีจึงต้องควรทำความรู้จักมันไว้เข้าใจไว้ให้ดีรู้อย่างนี้แล้วก็ทำให้เกิดสติ - ปัญญาขึ้นสะสมและเพิ่มพูนมากขึ้นจิตใจจะผ่องใสเบาสบายขึ้นดังนั้น ความเครียดจึงมีสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายนอก และปัจจัยที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเราเอง
เราจึงจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ชีวิตด้านในของเราให้ดีเราจึงจะสอนตนเอง เตือนตนเองได้และทันตนคือทันกับความเครียดทันกับความดี ความไม่เครียดที่เกิดขึ้นภายในจิตของเราเอง แล้วเราจะทันคน ทันเหตุการณ์และทันสมัยอยู่เสมอสติปัญญาของเราจะแหลมคมขึ้นมีตนเป็นที่พึ่งอย่างดีที่สุดไม่ต้องไปพึ่งความรักจากใคร ๆไม่ต้องไปพึ่งความหวังใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเราหวังอะไรมักจะผิดหวังอยู่เสมอแต่ในทางโลกคนเรามักจะอยู่ด้วยความรัก และความหวังเสมอหวังว่าเขาคงจะรักเราและเข้าใจเราตลอดไป ถ้าเขารักเราน้อยไป เขาไม่เข้าใจเราความทุกข์ ความเศร้าเสียใจ ก็เกิดขึ้นภายในใจเราทันที แต่ความจริงแล้วใจคนมักผันแปร เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเสมอเขาไม่เป็นต้องรักเราต้องเข้าใจเราเสมอไปก็ได้ หวังสิ่งใดแล้ว ไม่ได้ก็มี เป็นต้นทรัพย์ทั้งหลาย ทั้งที่เราหวงแหน ทั้งทรัพย์ที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเขามีหน้าที่ที่ต้องจากเราไป หรือไม่เขาก็ทำให้เราต้องจากเขาไป นี่เป็นสัจธรรมแม้ชีวิตเราก็บังคับให้อยู่กับเรานาน ๆหรือตลอดไปก็ไม่ได้เพื่อนที่แสนดีที่สุดของเรา คือสติ - ปัญญาแรงใดไม่เสมอด้วยแรงกรรมแห่งความคิดแห่งคำพูดและการกระทำของเราเอง ที่เราต้องรู้เองว่าดีหรือไม่ดี(สุจรติ ๓ / ทุจริต ๓) ความคิดที่ไม่ดีก็หยุดเสียคิดดีก็คิดออกไป คิดช่วยเหลือ คิดจะพูดอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นประโยชน์ถ้ารู้ว่า ไม่เป็นประโยชน์ก็หยุดคิด หยุดพูด หยุดกระทำนั้นเสียควรฟังให้ได้มาก ๆพูดให้น้อย ๆ หน่อยอย่าให้ปากรู้มากกว่าใจแล้วความทุกข์และความเครียดก็จะน้อยลงและหมดลงไปได้ในที่สุดจะอยู่เย็นเป็นสุขไม่ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ หลับก็เป็นสุขตื่นก็เป็นสุขชีวิตก็จะยืนนานและอยู่อย่างมีชีวิตชีวานี้เป็นคำสอนของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

ความทุกข์ของวันไหน ควรพอแล้วสำหรับวันนั้นควรหรือที่จะนำมาทุกข์ในวันนี้

เป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่เครียดอยู่ ครับ .......... สู้ สู้ .....

อย่าลืมอีกอย่างนะครับ จะ สุข หรือ จะ ทุกข์ อยู่กับใจ เลือกเอาครับ.................

ขอบคุณบทความดี ๆ รักษาธรรมะ ดอต คอม....
huahorm
#3
เห็นด้วยค่ะ ทุกข์เกิดที่ใจ ดับที่ใจ :)
gogogals
#4
ขอบคุณมากๆๆนะคะ ตอนนี้เครียดมาก จะพยายามปรับทัศนคติคะ
KAN
#5
หาหัวใจให้เจอก้อเป็นสุข......(ยังอินกับเพลงอยู่)
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3