ปรึกษาเพื่อนๆหน่อยค่ะ ว่าควรทำอย่างไรกับสถานการณ์ข้างล่างนี้ดีอ่ะ เรากลุ้มอ่ะ เขียนเล่าปก็น้ำตาซึมไป ขอโทษที่เรื่องมันยาวไปหน่อยน่ะค่ะ เราอยากรู้ว่าเราคิดมากไปหรือเปล่า หรือจริงๆแล้วที่เราคิดเนี่ยปกติธรรมดามากอ่ะค่ะ เราควรทำไงดีอ่ะ
คือเรากับแฟนอยู่คนละจังหวัด คบมาปีครึ่ง ก็ใช้โทรคุยกันทุกคืนค่ะ (ส่วนใหญ่เราจะโทรไป ประมาณ 4ทุ่ม เพราะเราใช้โปรโทรหาคนพิเศษซึ่งถูก) ทีนี้เวลาเค้าไปกินข้าวกับเพื่อนตอนดึก เค้าไม่โทรมาบอกก่อนเลย เราโทรไปก็ไม่รับ เช้ามาถึงจะเล่าให้ฟังว่า เค้าไปธุระข้างนอก ยุ่งๆ แล้วเลยไปต่อเลย ข้างนอกก็เสียงดัง ไม่ได้ยินโทรศัพท์ (เอ่อเราก็ว่าแล้ว ไม่คิดบ้า่งเหรอ ว่าคนโทรคุยกันทุกวัน อยู่ๆหายไปนี่มันตกใจน่ะ) และที่ไม่โทรมาก็เพราะดึกแล้วไม่อยากปลุกเรา เราก็งอน เราบอกเค้าว่า เราเป็นห่วงน่ะ ดึกๆขับรถไรอย่างนี้ อย่างน้อยน่าจะ msg มาบอก แล้วก่อนไปก็ไม่โทรบอก แบบว่า เราเศร้ามากกอ่ะ เรารู้สึกว่า เวลาเค้ามีคนอื่น(สังสรรค์กับเพื่อน) เค้าไม่มีเราในหัวเลย ถูกลืมไปเลย เหมือนเราจะมีความหมายตอนเค้าไม่มีใครเท่านั้นอ่ะ
เราก็พยามคิดว่า เอ้อะ อ่ะอ่ะ เรื่องนี้เล็กๆน่า เทียบกับช่วงความรู้สึกดีๆตอนอยู่ด้วยกัน ก็ อืม ลืมๆไปเถอะ ก็ขอเค้าดีๆว่าเออ ยังไก็โทร-msg มาบอกน่ะ
....ผ่านไป 1 อาทิตย์.....
ก็วนมาแบบเดิมๆ ไปคุยธุระ เราก็ไม่โทรไปช่วงคำ-กลัวกวนเค้า พอเที่ยงคืนเราก็โทรไปเภพราะคิดว่าดึกแล้ว ปรากฎ เค้าหลับแล้ว เราก็ เซ็งอ่ะ คือคนมันรอแบบห่วงๆ แล้วอีกคนไม่สนใจเลย (คุยกันตอนเช้า เค้าบอกเค้าไม่อยากปลุกเรา เราก็บอกว่างั้น msgมาสิ ไม่กวนหรอก เราอยากให้เค้าโทร/msgมาน๊ะ)
คืนต่อมา เค้าออกไปกินข้าวตอนดึกวันเกิดพี่เค้า เราก็บอกเค้าไว้ตอนคำว่า เออกลับบ้านแล้วไงโทรมาน่ะ เราก็รอดู gออ เที่ยงคินครึ่งก็แล้ว เงียบ... แบบเซ็งและเสียใจอ่ะ เราก็msgไปบอก good niteน่ะจ้ะ (คุยกันตอนเช้า เค้าบอกเค้าเมาเยอะ แค่พาตัวเองขึ้นบ้านก็จะไม่ไหวแล้ว - เราก็คิดในใจว่า แค่กดโทรหาเรานี่มันยากกว่าขึ้นบันได3ชั้น ยังไง(ว่ะ))
เราหมดอารมณ์จะพูดอะไร/ขออะไรกับเค้าไปมากกว่านี้แล้ว เราก็ทุเรศตัวเองน่ะ คือเหมือนยายแก่ พูดแต่เรื่องเดิม เรายังรำคาญตัวเองเลย เราไม่ชอบพูดมาก เวลาขอเค้าเค้าก็จะรับปาก อือๆไป แต่ดูจากที่เค้าทำแล้ว เค้าก็ไม่ได้ใส่ใจที่เราขอเลย คำขอเราไม่สำคัญ ไม่ได้จะกลัวเราโกรธ แบบเรารู้สึกเราตัวเล็กม้ากกเหมือนฝุ่นยังไงไม่รู้
เรื่องอย่างนี้จริงๆเราอยากให้มันอยู่ที่ใจอ่ะน่ะ อยากให้เค้ารู้สึกเองว่าอยากโทรบอกแฟนตัวเองว่าอยู่ไหน /ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วน่ะ หรืออย่างน้อยก็เกรงใจความเป็นห่วงของเราบ้าง เราก็คิด(มากหรือเปล่า?)ว่าถ้าแต่งไป น่าจะแย่กว่านี้อีกนาเนี่ย ไปไหนอะไรไม่โทรบอกเลยเงี้ย เฮ้อออ
เนี่ยแหละ เรืองเศร้าของเราในตอนนี้ ขอบคุณเพื่อนๆที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้มากๆน่ะค่ะ ช่วยแนะนเราทีเถอะว่า เราควรทำไงดี ที่เราขอนี่เค้านี่มันมากไปหรือเปล่า เราควรคบแล้วเศร้ากับเรื่องที่แก้ไม่ได้อย่างนี้หรือเปล่า หรือเราควรมีวิธีคิด วิธีทำใจอย่างไรดี (คือเราก็ลองปรับความคิดเราแล้วน่ะ ว่าให้ใส่ใจเรื่องนี้น้อยลง แต่มันไม่ได้อ่ะ เราว่าคนเรามันก็ปรับได้ขั้นนึง แต่ไอ้เรื่องเป็นห่วงเค้านี่มันเป็นความเป็นตัวเราเลย เราว่าเราเปลี่ยนไม่ได้น่ะ ถึงเปลี่ยนมันก็เป็นเรื่องการฝืนตัวเอง ซึ่งฝืนไ้ดแค่พฤติกรรม แต่ในใจเรา ก็คือ เศร้าและเครียด เราก็ว่ามันทำร้ายตัวเองเกินไป)
อยากจะให้น้อง YPeak ต้องถามตัวเองว่าคบกับเค้าแล้วชีวิตมีความสุขมั้ย สุขมากกว่าทุกข์ หรือว่าทุกข์มากกว่าสุข ยอมเจ็บหนเดียวมันจะคุ้มกว่าที่จะเจ็บไปตลอดมั้ย อยากให้รักตัวเองมากๆ ใครไม่รักเราก็ช่างเค้า ใครไม่เข้าใจความรู้สึกเราก็ช่างเค้า พี่โชคดีที่คบกับสามีพี่จริงๆจังๆคนแรก 5-6 ปี แล้วก็แต่งเลย เค้าเสมอต้นเสมอปลายตลอด ก่อนแต่งโทรมายังไง หลังแต่งมา 6 ปี ก็ยังเหมือนเดิม เวลาออกไปข้างนอกก็โทรกลับมาหาตลอด ขนาดตอนที่พี่อยู่เมืองไทย เค้ากลับไปเรียนที่อังกฤษ เค้ายังโทรกลับมาหาพี่ทุกวัน เวลาเดิมด้วย ถึงเวลาคือนั่งรอหน้าโทรศัพท์ได้เลย จนบอกว่าไม่ต้องโทรมาหรอกเปลืองเงิน(สมัยนั้นค่าโทรแพง) เค้าบอกเค้าอยากโทรมา ประเด็นของพี่คือ อยากให้รักตัวเองมากๆ อย่าคิดว่าตัวเองไม่มีค่า เราจะมีค่ามากสำหรับคนที่รักเรา ทำอะไรให้คิดถึง พ่อกับแม่ให้เยอะๆ พี่เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ :)
เรื่องของคุณเหมือนเรื่องเรากับแฟนเก่ามากๆๆๆๆ
แฟนเก่าเราเป็นหมอ อยู่ตจว. ก็ประมาณเนี้ย ไม่ยอมโทรยุ่ง อยู่ดีๆก็หายไป
ตลอดเวลาที่คบกัน เรารอโทรศัพท์ทุกคืน ไม่มีความสุขเลย
จุดพีคสุด พี่แกเล่นหายไป 3 วัน บอกไปราชการที่เมืองนอก ไม่โทรบอกเราซักคำ วันที่ 4 โทรไป เปิดเครื่อง ถึงรู้
โอ้ว...เลยจบด้วยการเลิก ตอนนั้นเศร้าสุดๆ คิดแต่ว่าเราคงไม่ดี ไปกวนเค้ามากไป เรียกร้องมากไป
ตอนนี้มีแฟนใหม่แระ กำลังจะแต่งงานกัน ถึงเพิ่งจะเข้าใจ
ว่าคนเรารักกัน มันต้องคิดถึงกัน จะกลับดึกดื่น ธุระยุ่งแค่ไหน ก็จะโทรหา โทรบอก จะไปกับเพื่อนนะ จะทำงานนะ ไม่ต้องรอ
ทั้งๆที่เราอยู่กันละจังหวัด เจอกันอาทิตย์ละครั้ง เค้าจะรีบตื่นแต่ตี 5 มาหาเรา บอกว่าอยากอยู่กับเราให้มากที่สุด เป็นงี้ตลอด 3 ปีที่คบกัน
ถ้ารักกันจริง จะไม่รู้สึกอย่างที่คุณเป็นอยู่ ทบทวนดีนะ เค้ารักเราจริงๆรึเปล่า
ถ้ายังไม่พีคถึงขั้นอยากเลิก
ก็ลองปรับใจตัวเองใหม่
อย่าคอย อยากโทรหาก็โทร ไม่ต้องเกรงใจ เป็นแฟนกันนี่นา ไม่ได้โทรไปเมาท์เป็นชม.ซะหน่อย โทรแค่นาทีเดียวเอง จะรบกวนอะไรมากมาย
แล้วก็หาอะไรที่ชอบทำ ให้วุ่นวายเข้าไว้ จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน
ท่องไว้ เค้ารักเรา คือถ้ามันมีเรื่องนี้แค่เรื่องเดียวที่เค้าไม่ใส่ใจ นอกนั้นดีหมด แรกๆก็เป็นเงี้ย ก็เป็นนิสัยเค้าแล้วล่ะ อาจจะไม่ชินที่ต้องรายงานใคร เราก็ทำตัวชินๆไป
ท่องไว้อีก อย่าคิดมาก รักกันต้องไว้่ใจกัน อย่าเป็นห่วง (ผูกคอกัน)
แต่ถ้ามีเรื่องอื่นที่น่าสงสัยอีก ก็คอยสังเกตไว้่
โชคดีนะคะ
ไม่มากไปหรอกนะคะ....
แต่คิดว่าเขาคงเบื่อกับสิ่งที่ทำประจำ...
ลองถามตัวเอง...ว่าคบกันอยู่ตอนนี้เป็นแบบไหน...
แค่คำถามง่ายๆ กับสิ่งที่ให้ทำ มันก็ง่าย..เขายังทำให้ไม่ได้...
และความดีอื่นๆที่เขาทำ มันมากพอที่จะนำมาลบล้างส่วนไม่ดีกับเรื่องนี้ได้ไหม
ต้องเปิดใจคุย..ต่อหน้ากัน...
เป็นกำลังใจให้นะคะ....ทำอะไร จะเลือกอะไร ก็อยู่ที่ใจคุณเท่านั้น.....
ความเห็นของพี่ก็เหมือนทุกท่านที่ให้ความเห็นไปแล้วนะคะ ลองทบทวนว่าเรารักเขา หรือเขารักเรามากแค่ไหน อะไรคือความสุข อะไรคือความทุกข์ คนเราชีวิตไม่แน่นอนนะคะ รักตนเองให้มาก ๆ อย่าหาความทุกข์ใส่ตนเองเลยค่ะ เสียสุขภาพจิตเปล่า อีกอย่างคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน ถ้าเขาไม่แคร์ความรู้สึกเรา ๆ ก็อย่าได้แคร์เขาไปมากกว่านี้เลย ชีวิตต้องดำเนินไปอีกยาวไกล ขอเป็นกำลังให้นะคะ
ตาม reply ด้านบน ๆ เลยค่ะ แต่ขอเพิ่มอีกนิดนึงนะคะ
คือเราคิดว่า ไม่มีคำว่า "มากเกินไป" ในสารบบของเราอะค่ะ ทุกอย่างที่ผู้หญิงเราแสดงออกไปเพราะว่าเราเป็นห่วงจริง ๆ ดังนั้นถ้าผู้ชายเค้าไม่สนใจ แปลได้ว่าเค้าไม่เห็นคุณค่าของความรู้สึกที่เรามีต่อเค้าเลย ส่วนตัวเราแล้วคิดว่า ผู้ชายถ้ารักเราจริง ๆ เค้ายอมทุกอย่างแหละค่ะ ให้ทำอะไรก็ทำได้หมด ดูอย่างคู่พ่อแม่เรา แม่ให้พ่อทำอะไร พ่ออาจจะมีแอบบ่นงุบงิบ แต่สุดท้ายก็ทำให้อยู่ดี อันนี้แหละค่ะที่เค้าเรียกว่ารักจริง ทำได้ทุกอย่างเลย ยกเว้นบางอย่างที่พ่อทำไม่ได้จริง ๆ ก็จะคุยกับแม่และอธิบายเหตุผลแกมขอร้องอย่างจริงจังว่า ทำไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่พูดปัด ๆ ไปว่าไม่ทำ ทำไม่ได้ ยุ่งหรือไม่ว่าง ฯลฯ
แฟนเราเองก็เป็นเหมือนพ่อเราค่ะ ไม่ได้จะโชว์ว่าแฟนเราดีนะคะเพราะทุกวันนี้ก็ไม่เคยวางใจ ไม่เคยไว้ใจผู้ชายเลยค่ะเพราะเวลาเปลี่ยน คนมันก็เปลี่ยนกันได้ แต่อยากยืนยันกับเจ้าของกระทู้ว่า ถ้าคุณเป็นฝ่ายยอม คุณก็ต้องยอมไปตลอดอะค่ะ แต่ถ้าคุณมีจุดยืน ถ้าผู้ชายเค้ารักเราจริง ๆ เดี๋ยวเค้าก็ปรับจูนมาหาเราได้ค่ะ
เกิดเป็นผู้หญิง รูปเป็นทรัพย์ ต้องรักตัวเองและให้ผู้ชายมารุมรักค่ะ ไม่ใช่เป็นฝ่ายไปรักผู้ชายเน้อ...
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ SBN ทุกๆคนค่ะ รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมากเลย เราก็พยายามหาเรื่องอื่นทำให้สมองไม่ว่างน่ะค่ะ (ตอนนี้เริ่มๆทำงานควิลท์อยู่ค่ะ)
ก็ชั่งใจ ถามใจ คิดเหตุคิดผลกับความสัมพันธ์ครั้งนี้เรื่อยๆค่ะ หวังว่าวันนึงจะตัดสินใจได้ถูกต้องค่ะ
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งน่ะค่ะ
อย่าคิดมากทำใจเย็นๆไว้ค่อยๆปรับตัวไป เค้าไม่โทรไม่เป็นไร แต่เราก็ไม่ต้องคอยโทรศัพท์เค้า
เพราะการคอย จะยิ่งทำใหคุณเครียดเปล่าๆ
ไม่ต้องexpect ว่าเค้าจะโทรมา ถ้าโทรมาก็ดี ไม่โทรมาก็ไม่เป็นไร ประมาณนั้น
เดี๋ยวถ้าเค้ารักเราจริง เค้าจะแปลกใจและอาจจะเปลี่ยนเป็นโทรหาเราบ้าง
แต่ไม่ใช่โทรมารายงานตัวนะ เค้าจะโทรมาบอกว่า 'คิดถึง'
เขียนมาซะยาวเลย ขอให้เจ้าของกระทู้ทำใจให้สบายนะค่ะ
ถ้าเค้ารักเราจริงเดี๋ยวเค้าก็จะเข้าใจว่าที่เราโทรหาเพราะเป็นห่วง
ตอนนี้ก็ปล่อยเค้าเป็นของเค้าไป
เหมือน คนไม่อยากเลิกบุหรี่ บังคับให้ตายก็แอบไปสูบอยู่ดี
ถ้าเค้าไม่ชอบโทรมารายงานตัว ก็ไม่ต้องไปบังคับเค้า
ถ้าอยากโทรมาเดี๋ยวโทรเอง คุณจะได้ไม่ต้องไปนั่งรอโทรศัพท์เค้า
นอนดึก ผิวไม่สวยนะค่ะ ผู้หญิงเราต้องนอนแต่หัวค่ำ
ไม่ต้องรอสายเค้าแล้วน้าจะได้ไม่เครียด ไม่โกรธเค้าไงค่ะ
อย่าคาดหวังมาก ถ้าคาดหวังมาก เราก็เหนื่อยมากจ๊ะ
ลองถามตัวคุณเองนะครับว่าเป็นห่วงหรือระแวงเขาไม่เชื่อใจเขา
ถ้าเชื่อใจกัน เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดนะครับ
ความรักมีพื้นฐานมาจากความเข้าใจ
เมื่อไม่เข้าใจต้องรีบเคลียร์ครับ
เอาใจช่วยนะครับ
อยากให้มีความสุขกับสิ่งรอบตัวเยอะๆครับ
อะไรไม่คิดได้ก็อย่าพยายามคิดให้หนักหัวเลยครับ
มีความสุขกับสิ่งที่เป็น อย่าเศร้านะครับ ผมไม่ชอบเห็นผู้ญร้องไห้
ขอบคุณอีกครังสำหรับcomment ka. เราพยามเข้าใจเค้าค่ะและไม่เครียดค่ะ
[SIZE="3"]จริงๆแล้วก็ไม่มากไปนะคะ เท่าทีเห็นมาจากประสบการณ์ หนึ่งอยากจะบอกว่าถ้าผู้ชายเขา รักเรา จริงใจกับเรา และเขาพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเราในอนาคต เขาจะเห็นเราเป็นคนสำคัญมากๆ เราคือสิ่งที่มีค่าในสายตาของเขา แน่นอนเวลางานเขาอาจจะยุ่งตรงนี้ต้องเข้าใจ แต่เลิกงานแล้วหรือมีธุระต้องทำไม่ว่าอะไรก็ตาม เขาจะบอกเราเอง โดยที่เราไม่ต้องโทรไปตามเพราะว่า เขาจะรับรู้ด้วยตัวเขาเองว่า ยังมีคนเป็นห่วงเขาอยู่ถ้าเขาหายไปไม่กลับบ้าน หลังจากเลิกงาน และในทางกลับกันถ้าเราเป็นฝ่ายโทรไป เขาก็จะต้องรับสาย หรือถ้าไม่ก็จะโทรกลับทันที่ที่เขาเสร็จงาน นี้คือเบสิคของคนที่รักกันด้วยใจค่ะ
หนึ่งอาจจะตอบไม่ตรงคำถามนะคะ แต่หนึ่งอยากให้คุณ จขกท ไว้เป็นข้อคิดเท่านั้น ผู้ชายอาจจะไม่เหมือนกันทุกคน แต่สำหรับ คนที่รักเราด้วยใจจริงๆ ก็จะประมาณนี้ค่ะ :)
สำหรับเราคิดว่า ขอแค่ msg ไม่มากไปหรอกค่ะ ลองตกลงกันใหม่ คุยกันให้เข้าใจ
ยังงัยลองทบทวนดูว่าคุณมีความสุขหรือป่าว และใช่ความรักมั้ย
อย่าให้ความรักทำร้ายตัวเองนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เหมือนคุณ 69 ทุกประการ
เหมือนแม่เราบอกไว้เลยค่ะ ถ้าเค้ารักเรา เค้ายอมทำได้ทุกอย่างเพื่อนเรา ถึงแม้มันจะยากเย็นสำหรับเค้าแค่ไหน เค้าก็จะพยายามค่ะ
อย่าคาดหวังมาก อย่างที่คุณ Teddy07 บอกค่ะ (แอบcopy ตลอดวุ๊ยเรา)
ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ เอาเวลาเศร้าไปทำกิจกรรม กับ พ่อ แม่ ดีกว่าเน๊อะ สนุกสนาน แถมได้เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัวด้วยจ๊ะ
เชื่อมั้ยคะ เคยคบกับผู้ชายแนวๆนี้ล่ะ ไปเมากับเพื่อน ไม่โทรหาเราทั้งคืน ทั้งๆที่เราบอกแล้วว่าถึงบ้านแล้วให้โทรมาด้วย
สรุปคือมันเมาเละ อ้วกเป็นหมาเลยนะคะ มันถึงไม่มีแรงโทรมา แล้วเวลานั้นคงไปมั่วอะไรกับผู้หญิงด้วยล่ะ
ก็คิดว่า มันทำตัวห่วยไม่สมควรที่เราห่วงมัน ประกอบกับพฤติกรรมมันหลายๆอย่างนะคะ ก็เลิกกับมันค่ะ เฉดหัวมันทิ้งไปเลย
ชิวๆค่ะ ผู้ชายหาไม่ยาก มีเยอะยังกะฝูงลิง เดินไปหน้าปากซอยก็มีแล้วผู้ชายน่ะ ถ้ามันทำตัวห่วยกว่าผู้ชายแถวปากซอยก็ทิ้งมันค่ะ
ไม่ต้องร้องไห้ให้มัน มันถือว่าจะ take เรา for granted ไงคะ
จำไว้นะคะ พ่อแม่เราเลี้ยงมาดีขนาดไหน ถ้าผู้ชายมันทำเราเสียใจ ชนิดที่ว่าถ้าแม่เรามาเห็นแม่เราคงเสียใจกว่า ให้เลิกกับมันเมื่อนั้นค่ะ
ปัญหานี้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเกิดกับเราเหมือนกันค่ะ พอผ่านมันมาได้แล้วมาวิเคราะห์ดู คิดว่าเป็นเพราะผู้หญิงกับผู้ชายแต่ละคู่ให้ priority กับคนหรือเรื่องต่างๆ ในชีวิตไม่เหมือนกัน ของเราเนี่ย...แฟนเก่าเราจะให้ priority เรื่องงานมาที่ 1 เพื่อนมาเป็นที่ 2 แล้วเรามาเป็นที่ 3 แต่เราให้เค้าเป็นที่ 1 เรื่องอื่นๆ รองลงมา เห็นมั้ยคะ พอเป็นแบบนี้ความคาดหวังมันก็เลยสูงตามไปด้วย สุดท้ายเราก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ค่ะ ทนไม่ไหวซะเอง
ปัจจุบันเราเจอคนที่ใช่ที่ให้ priority กับเรื่องต่างๆ ในชีวิตคล้ายๆ เราแล้วค่ะ เราว่าคุณ จขกท. ลองไตร่ตรองดูซักนิดนะคะ ถ้าปรับเค้าไม่ได้ ก็ต้องปรับ priority ชีวิตของเราใหม่ให้ balance กับเค้า แต่มันไหวมั้ยที่จะต้องทำขนาดนั้นให้คนๆ นึง หรือจะดีกว่ามั้ยที่จะรักตัวเองแล้วก็รอคนที่ใช่กว่านี้ อันนี้คงต้องตรองเองแล้วค่ะ สู้ สู้ นะคะ