>>>หน้าฝนกำลังจะไป หน้าเที่ยวกำลังจะมา เลยแวะมาเตือนเรื่อง AKA หัวหินค่ะ<<<
โดย cocoa
cocoa
#1
ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ เห็นกันหรือยัง ช่วงนี้เป็นข่าวในพันทิปมากมาย
เจ้าทุกข์ทยอยออกมาเล่าประสบการณ์ที่ประทับใจ ในทางที่ไม่ดีสุดๆ

เห็นว่ากำลังจะเข้าหน้าเที่ยว เลยแวะมาเตือนว่า ปลอดภัยไว้ก่อนนะคะ
ทรัพย์สินเป็นของนอกกาย แต่ชีวิตสำคัญค่ะ อยู่ด้วยความไม่ประมาทนะคะ


เรื่องล่าสุด จากกระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8309827/E8309827.html
ขอก๊อปมาลงนะคะ จะได้อ่านกันง่ายๆ



[SIZE="4"]โดนยกเค้าที่ AKA Resort หัวหิน วันที่28-29 สค 2552
สวัสดีคะ

ดิชั้นได้เข้าพักที่อาคารีสอร์ตพร้อมเพื่อนๆรวมทั้งหมดสี่คนในวันที่ 28 สค. คะ
พวกเราจองห้อง 2 bedroom pool villa คะ
ซึ่งเป็นบ้านเล็กๆสี่หลังในรั้วเดียวกัน (บ้านสองหลังเป็นห้องนอน
อีกหนึ่งหลังเป็นห้องครัว และหลังสุดท้ายเป็นห้องนั่งเล่น )
แล้วก็มีสระว่ายน้ำคั่นกลาง
ห้องเบอร์ 118 คะ ซึ่งเป็นที่อยู่มุมรีสอร์ต สองด้านของกำแพงเป็นป่าคะ
กำแพงด้านนึงสูงมาก ส่วนอีกด้านก็เตี้ยมาก ( เตี้ยขนาดที่ผู้ชายปีนได้สบายๆ
โดนไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยคะ)
กำแพงด้านเตี้ยนี้เป็นกำแพงของห้องน้ำ outdoor ห้องเพื่อนดิชั้นคะ

พวกเราสี่คนเช็คอินประมาณเวลาเที่ยง
สี่โมงเย็นก็ออกไปทานอาหารเย็น
แล้วกลับเข้ามาตอนประมาณทุ่มสองทุ่ม
แล้วก็เล่นน้ำต่อ แล้วก็นั่งเล่นกันต่อในห้องรับแขกจนถึงดีหนึ่ง จึงแยกย้ายไปนอน

ตอนนั้นพวกเรายังเอาเงินออกมานับเพื่อทำกองกลางสำหรับไปเที่ยวปราณบุรีต่อใน
วันรุ่งขึ้นคะ เลยแน่ใจว่าทุกคนยังมีเงินอยู่ก่อนนอน

ห้องดิชั้นนอนตีสามเพราะนั่งเล่นกันต่อกับเพื่อนอีกคนนึง
อยู่ดีๆดิชั้นก็ง่วงมาก อาจเป็นเพราะเพลีย เลยหลับไป
เพื่อนก็เลยหลับไปด้วย ห้องดิชั้นจึงไม่ได้ปิดไฟนอน
ประตูห้องดิชั้นล๊อคกลอนทุกตัว ยกเว้นห้องน้ำ ที่เราไม่ล็อคจากด้านในห้องเป็นปกติอยู่แล้ว
เพราะต้องใช้ตลอด

ห้องเพื่อนหลังจากแยกย้าย เค้าสองคนก็ปิดไฟนอนกันเลย

ดิชั้นกับเพื่อนตื่นมาในวันรุ่งขึ้นสายมากๆ ประมาณสิบเอ็ดโมง..ไม่รู้เพราะเพลียหรืออะไร
ปกติแล้วเวลาไปเที่ยว ตจว จะตื่นเร็วนะคะ

แล้วดิชั้นก็ยังอาบน้ำแต่งตัวตามปกติเพื่อ check out
11.40ดิชั้นโทรบอก front ให้เอารถกอล์ฟมารับไปlobby คะ
ระหว่างนั้น เพื่อนดิชั้นที่พักอีกห้องนึงเดินมาบอกว่า
ห้องโดนยกเค้า เงินในกระเป๋าไม่เหลือเลย
แต่กระเป๋าไม่หายสักใบนะคะ
ห้องเพื่อนดิชั้นมีกระเป๋าตังค์สามใบที่อยู่ในกระเป๋าถืออีกที
เป็นของเพื่อนดิชั้นสองคนสองใบ และกระเป๋าเงินกองกลางคะ
รวมทั้งกล้องถ่ายรูป และmemory cardใน BB (ย้ำว่าเป็นแค่memory card คะ)

ดิชั้นจึงเชคกระเป๋าในห้องดิชั้นทันที เงินในกระเป๋าไม่เหลือเลยเหมือนกันคะ
ห้องดิชั้นมีกระเป๋าตังค์สามใบ
ซึ่งก็อยู่ในกระเป๋าถือเช่นเดียวกันคะ
แปลกใจมากที่ไม่เอากระเป๋าถือไปด้วย
เพราะมีทั้งกุชชี่x3 หลุยส์x2
ทุกคนที่อ่านน่าจะคิดเหมือนดิชั้นนะคะว่าเพราะอะไรถึงเอาไปแต่เงิน
ของที่จับมือใครดมไม่ได้

อุกอาจมากเลยนะคะที่เข้ามาตอนเรายังอยู่ในห้อง และมีเวลา
นิ่งนอนใจในการค่อยๆหยิบเงินออกจากกระเป๋าตังค์ซึ่งอยู่ในกระเป๋าถือแต่ละใบ


ดิชั้นจึงติดต่อกับเจ้าหน้าที่รีสอร์ตและตำรวจคะ
ตำรวจบอกว่าที่นี่เกิดหลายครั้งแล้ว
กล้องวงจรปิดในรีสอร์ตก็ไม่มี มีแต่ที่lobby & ที่จอดรถ

front managerบอกทางเราว่า
โรงแรมมีsafety boxในห้องไว้บริการลูกค้าฟรี
ลูกค้าเลือกที่จะใช้หรือ่ไม่ใช้ก็ได้
แต่ถ้าของหายแล้วไม่ได้ใช้
ทางโรงแรมก็ไม่สามารถรับผิดชอบ

ดิชั้นไม่กังวลเรื่องเงินหรอกคะ
รวมกันสี่คนหมื่นกว่าบาทกับกล้องหนึ่งตัว

ปัญหาคือจะให้ดิชั้นเข้าไปนอนในsafety box ด้วยมั๊ยคะ
เรื่องนี่ไม่ใช่ปัญหาแค่เรื่องทรัพย์สินแล้วนะคะ
แต่เกี่ยวกับชีวิตด้วย ที่อุกอาจเข้ามาตอนที่พวกเรานอนอยู่ในห้องแท้ๆ
โดยที่ไม่มีใครตื่นสักคน
ถ้าเข้ามาขโมยตอนที่เราไม่อยู่ในห้องเหมือนที่อื่นๆก็อาจเป็นเรื่องปกติของขโมย

เรื่องผ่านไปก็สองอาทิตย์กว่าๆแล้วคะ
ตอนแรกไม่กล้าลงมาก เพราะกลัวว่าจะไม่เชื่อ
กลัวว่าจะคิดว่าเป็นการโจมตีกันทางการค้า

พอมาอ่านเจอในเคสอื่นๆหลังจากดิชั้นอีกสามเคสภายในสองอาทิตย์
ดิชั้นเลยอยากเตือนคนอื่นๆด้วยคะ

ถ้าเป็นไปได้ fwd mailให้คนอื่นๆอ่านด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆคะ

จากคุณ : เก็ดถวา หน้าฝน
เขียนเมื่อ : 11 ก.ย. 52 18:54:33


---------------------------------------------------------

ขอเพิ่มเติมคะว่า
ทรัพย์สินที่อยู่ในห้องมีทั้งเกมส์psp ipod touch โทรศัพย์มือถือสี่คนห้าเครื่อง
กล้องถ่ายวิีดีโอ และคอมพิวเตอร์สามเครื่อง
แต่ไม่หายเลย
ทั้งๆที่ถ้าจะขโมยก็ได้
ขโมยกลัวอะไร
หรื่อว่าเป็นคน....
ที่จะออกมาเดินเฉิดฉายได้อย่างเนียนๆ
โดยไม่มีของกลาง

จากคุณ : เก็ดถวา หน้าฝน
เขียนเมื่อ : 11 ก.ย. 52 19:33:53
cocoa
#2
และอีกหนึ่งราย รายที่สามกำลังดำเนินการกับทาง resort อยู่ จึงทำการแจ้งลบกระทู้ไปค่ะ


[SIZE="4"]อีกมุมหนึ่งสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจจะใช้บริการ AKA HUAHIN RESORT
เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราอาจจะยาวไปนิดนึงนะคะ แต่รบกวนช่วยอ่านจนจบแล้วช่วยหาทางออกด้วยค่ะ ตอนนี้มืดแปดด้านไปหมดแล้ว และนอกจากนั้นจะได้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้บริการโรงแรมและรีสอร์ทหลายๆที่ด้วยค่ะ



เรื่องเริ่มมาจากว่า คุณแม่ได้ไปซื้อของที่ห้างโรบินสัน เชียงใหม่ ครบตามยอดที่เค้ากำหนดเอาไว้ และได้ส่งชิงโชคไปจนได้รับรางวัลเป็น แพคเกจที่พักจำนวน 2 ท่านเป็นเวลา 1 คืน ที่ AKA หัวหิน รีสอร์ท จนวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2552 ได้มีโอกาสได้เข้าพัก และได้เข้าเช็คอินเมื่อเวลา 12.30 โดยประมาณของวันดังกล่าว หลังจากเช็คอินเสร็จ ทางพนักงานต้อนรับก็ได้พาเรากับเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึง ไปที่ห้องพักหมายเลข 126 โดยนั่งรถกอล์ฟของโรงแรมไป (ซึ่งห้องพัก126 นั้น น่าจะอยู่ในส่วนลึกที่สุดของโครงการนี้) หลังจากเข้าถึงห้องพักแล้ว บอกได้เลยว่า ประทับใจมาก ทั้งบรรยากาศของห้องพัก การต้อนรับของพนักงาน สุดยอดเลยจริงๆ เรากับเพื่อนก็ไม่รีรอ รีบเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ เข้าไปอาบน้ำล้างตัวในห้องน้ำ และลงไปเล่นน้ำที่สระส่วนตัวในห้องพักทันที จนถึงเวลาประมาณ 5.00 น. ก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวในห้องพัก เพื่อที่จะออกไปทานข้าวเย็นข้างนอกโรงแรม

หลังจากไปทานข้าวเย็นและเดินเล่นที่ตลาดหัวหินเรียบร้อย ก็เดินทางกลับเข้าที่พัก เมื่อถึงที่พักก็เดินทางกลับเข้าห้องพักโดยรถกอล์ฟเหมือนตอนเช็คอิน ถึงห้องพักเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. พอถึงห้องพักเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่ไปด้วยกัน ก็กลัวเพราะเนื่องจากห้องพักที่เป็นหลังสุดท้ายของโครงการ และบรรยากาศที่มืดมาก ณ เวลานั้น ก็ไม่รีรอรีบเปิดไฟทุกดวงที่มีในบริเวณห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องสปา และที่ขาดไม่ได้คือ ระเบียงทางเดินเข้าบ้าน แล้วถึงพบว่า ไฟตรงระเบียงทางเดินนั้นไม่ติด เรากับเพื่อนก็ยังเข้าใจกันว่า สงสัยสวิตช์ไฟคงจะอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้าน เลยออกไปดูตรงหน้าบ้านก็ไม่มีสวิตช์ไฟ แล้วพอดีพบพนักงานของโรงแรมอยู่คนนึงเดินอยู่แถวนั้น เลยเรียกให้เค้ามาดูไฟให้ แต่เค้าก็แค่ยืนดูอยู่หน้าบ้าน แล้วบอกเราว่าสงสัยไฟคงเสีย แต่พอดีเราเห็นว่ามันดึกมากๆแล้ว เลยบอกไปว่าไม่เป็นไร คือเราก็ไม่ได้แจ้งให้เค้ามาซ่อมให้ในขณะนั้น แล้วก็กลับเข้าห้องพักไป

หลังจากนั้นก็ชวนเพื่อนออกไปเล่นน้ำกันต่อ แล้วก็หาตะเกียงน้ำมันที่ทางโรงแรมมีไว้ให้ จะเอาไปจุดเพิ่มความสว่างตรงโต๊ะข้างสระว่ายน้ำ แต่ปรากฏว่าจุดไม่ได้เพราะตะเกียงไม่มีน้ำมัน เพื่อนเราก็เริ่มกลัว เพราะมันมืดตรงทางเข้าบ้าน (เพราะทางเข้าบ้านนั้นคือบริเวณที่ไฟเสีย ถัดมาอีกสัก2-3ก้าวก็จะเป็นสระว่ายน้ำพอดี) เลยตัดสินใจโทรไปบอกทางพนักงานประจำฟรอนท์ออฟฟิศให้เรียกช่างมาซ่อมไฟให้ เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ก็ยังไม่มีช่างโผล่มา (*ในช่วงเวลานั้นเรากับเพื่อนอยู่ที่สระน้ำตลอด แต่ตอนนั้นยังอยู่ในชุดไปรเวทกันทั้งคู่ เพราะคิดว่าจะให้ช่างมาทำไฟให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนชุดเล่นน้ำ) เพื่อนเราก็เลยโทรไปทางฟรอนท์อีกที แต่พนักงานบอกว่า "อ้าว แจ้งฝ่ายช่างไปแล้ว ช่างยังไม่ไปอีกเหรอคะ งั้นเดี๋ยวจะแจ้งให้อีกที" อีกไม่นานช่างก็มาเรียกที่หน้าบ้าน เดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าช่างและบันไดลิง โดยที่มีพนักงานอีกคนยืนรออยู่บริเวณประตูใหญ่หน้าบ้าน (โดยที่เราไม่ได้เห็นว่าหน้าตาของช่างเป็นอย่างไร) หลังจากนั้นประมาณ 10-15 นาที ช่างก็ซ่อมไฟตรงบริเวณทางเดินหน้าบ้านให้เสร็จแล้วก็ขอตัวกลับไป

เราก็เลยรีบเข้าห้องจะไปเปลี่ยนชุดล้างตัวเพื่อลงเล่นน้ำ ปรากฏว่าน้ำในห้องน้ำไม่ไหล -*- งงมาก เพราะตอนบ่ายที่ใช้น้ำก็ยังปกติ เลยออกไปเช็คสวิตช์ปั๊มน้ำตรงทางเดินอีกที ก็ได้ยินเสียงเครื่องปั๊มน้ำทำงาน แต่น้ำก็ยังไม่ไหลอยู่ดี เลยคิดว่าสงสัยต้องใช้เวลาให้เครื่องมันทำงานอีกสักพักนึงน้ำถึงไหล เลยไม่รอช้า ลงไปเล่นน้ำทั้งๆที่ยังไม่ได้ล้างตัว ผ่านไปสัก 20 นาทีได้ เพื่อนเราก็จะลงมาเล่นน้ำมั่ง จะไปล้างตัวที่ห้องน้ำ ปรากฏว่าน้ำก็ยังไม่ไหลอยู่ดี เลยโทรไปแจ้งกับทางฟรอนท์ว่าน้ำไม่ไหล ไม่นานนักช่างคนเดิมก็มา แต่คราวนี้มาพร้อมกับช่างอีกคนนึงด้วย(ซึ่งเราเดาว่าเป็นคนเดียวกับที่มาตอนซ่อมไฟแต่ยืนรออยู่หน้าบ้าน) แล้วก็ขอเข้าไปเช็คน้ำในห้องด้วยกันทั้งคู่ แต่ขณะนั้นเรากับเพื่อนได้ลงน้ำตัวเปียกอยู่ในชุดว่ายน้ำด้วยกันทั้งคู่ เลยไม่ได้เดินตามเข้าไปดู เพราะผู้หญิงในชุดน้อยชิ้น+ตัวเปียก เดินตามผู้ชายที่เป็นใครก็ไม่รู้ ดูจะไม่ปลอดภัยนัก เรากับเพื่อนเลยนั่งรออยู่ที่ข้างสระน้ำ ช่างสองคนนั้นก็เข้าไปเช็คประมาณ 3-5 นาที แล้วออกมาบอกเราว่า ขอไปเช็คปั๊มน้ำหน้าบ้าน ทั้งคู่ก็ออกไปหน้าบ้านด้วยกัน สัก 2-3 นาทีก็กลับเข้ามาและขอเข้าไปเช็คน้ำในห้องพักอีกรอบ แต่คราวนี้ช่างที่มาซ่อมไฟเดินเข้าไปในห้องคนเดียว ส่วนอีกคนนึงยืนอยู่ตรงทางเดินหน้าทางเข้าห้อง ชวนเรากับเพื่อนคุย ประมาณ 3 นาที ช่างไฟก็เดินออกมา บอกว่าน้ำไหลแล้ว และก็ขอตัวกลับไป

เรากับเพื่อนก็เล่นน้ำกันต่ออีก จนสักประมาณตีหนึ่ง ก็เข้าไปอาบน้ำ ระหว่างที่เราอาบน้ำอยู่เพื่อนก็มาถามว่า เห็นมือถือของเค้ามั๊ย มันหายไปไหนไม่รู้ เราก็เลยเอามือถือของเราโทรหา แต่มันเป็นระบบตอบรับว่า ไม่สามารถติดต่อหมายเลขที่ท่านเรียกได้ในขณะนี้ เราก็ยังมองโลกในแง่ดีบอกว่าสงสัยมันอยู่ในมุมอับสัญญาณมั้งเลยติดต่อไม่ได้ แต่ตอนนั้นเพื่อนเรามั่นใจแล้วว่ามือถือหาย เราเองบอกว่าอย่าเพิ่งไปโทษปรักปรำทันที มันไม่ได้ ถ้าเกิดโวยวายไปแต่กลับมาเจอทีหลังมันไม่ดี แต่เพื่อนก็เริ่มใจเสีย ระแวงมากเลยเอากระเป๋าถือของทั้งเราและเค้ามาหนุนนอนใต้หมอน เพื่อนเรารีบเช็คของในกระเป๋าทันทีว่ามีของหายไปบ้างมั๊ย แต่ทุกอย่างอยู่ครบ แต่ตัวเราเองไม่ได้เอะใจเลยว่าเงิน 35,000 บาทในกระเป๋าได้หายไปแล้ว

ลืมบอกไปค่ะว่าก่อนหน้านี้ที่รู้สึกตัวว่าโทรศัพท์มือถือได้หายไป นาฬิกาข้อมือยังวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งอยู่เลยนะคะ

ตื่นมาตอนเช้า วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2552 ประมาณ10.00 น. กะว่าจะไปกินอาหารเช้าของทางโรงแรมก่อนแล้วค่อยมาแต่งตัว แต่ระหว่างที่เรากำลังล้างหน้าแปรงฟัน จู่ๆเพื่อนก็มาถามว่า นาฬิกาข้อมือของเราไปไหน บอกตรงๆว่า ตกใจมากก เราก็บอกเพื่อนว่าก็อยู่บนโต๊ะแป้งไง เลยรีบแปรงฟันให้เสร็จออกมา เจอเพื่อนเราหน้าแบบคนตกใจและงงแบบสุดขีด บอกเราว่า มันไม่มีอ่ะ ทั้งนาฬิกาของเราและของเค้าเลย ทั้งๆที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งทั้งคู่ แล้วจู่ๆมันจะหายไปได้ยังไง แล้วประตูที่อยู่กับโต๊ะแป้งก็ถูกเปิดอยู่ เลยไม่กินข้งกินข้าวกันละ รีบแต่งตัว เก็บกระเป๋าออกมาเช็คเอ้าท์และแจ้งกับทางฟรอนท์ว่าของหาย

สักพัก front office manager ก็ออกมารับเรื่อง เราเลยเล่าเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วแจ้งว่า มือถือ และนาฬิกาข้อมือ2เรือนได้หายไป (*เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้ตัวว่าเงินในกระเป๋าหาย) เราก้ได้ลองถามเค้าดูว่า "เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับทางรีสอร์ทมาบ้างมั้ย" เค้าก็ตอบมาว่า "เค้าขอพูดตรงๆเลยว่า เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดมาแล้วครั้งนึง" (ซึ่งเราได้มาทราบภายหลังจากทางตำรวจว่า เคยเกิดกรณีแบบนี้ที่AKAมาแล้วหลายครั้ง) ทางผู้จัดการคนนั้นเริ่มแรกก็ถามว่าจะให้ติดต่อเจ้าหน้าที่มาดำเนินเรื่องที่โรงแรมเลยมั้ย เราก็คิดว่าของที่หายไปยังไงก็ไม่ได้คืน พร้อมกับไม่อยากไปรื้อฟื้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะบอกตรงๆว่ากลัวมากก ที่ของหายระหว่างที่เราก็หลับอยู่ในห้อง ถ้าเกิดมันเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านั้น หรืออาจถึงชีวิตล่ะ!!! เลยบอกไปว่าไม่แจ้งความก็ได้ แต่ทางโรงแรมควรจะปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้มากกว่านี้ เพราะเหตุการณ์นี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในโรงแรม5ระดับดาวเลย

แต่สักพัก คุณ front office manager ก็มีโทรศัพท์เข้ามา ขอตัวไปคุยโทรศัพท์สักพักกลับเข้ามา คำพูดก็เปลี่ยนไปเป็นพยายามโน้มน้าวไม่ให้เราแจ้งความเพราะที่ผ่านมาถึงแจ้งความไปก็ไม่ได้ของคืนอยู่ดี แล้วเสนอเป็นห้องพักฟรี แต่เพื่อนเราปฏิเสธเสียงแข็งทันที บอกว่าไม่อยากกลับมาที่นี่อีกแล้ว เพราะกลัวและเสียความรู้สึกมากก คุยกันเสร็จเราก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ

บอกตรงๆว่าลึกๆ เหมือนเหตุการณ์ทุกอย่างมันยังดำเนินอยู่ในความคิดนะคะ ทั้งเราและเพื่อนค่อยๆเรียงลำดับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น พร้อมกับถามตัวเองว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันอาจจะเกิดขึ้นได้ ณ ตอนไหนบ้าง แล้วใครน่าสงสัย ยังคิดกันเลยว่า ถ้าเราไม่ได้มีชีวิตรอดมายืนกันอยู่ตรงนี้ล่ะ คือมันกลัวมากค่ะ พูดจริงๆ แบบว่าขวัญเสีย เหมือนคนเจอผีเลยค่ะ

กลับถึงกรุงเทพฯเราก็เข้าบ้านเพื่อน เก็บของเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเดินเล่นที่สยาม ซื้อนู้นนี่จนเงินในกระเป๋าตังค์ที่ติดตัวอยู่ไม่พอ เลยเปิดกระเป๋าจะหยิบเงินฉุกเฉินมาใช้ ปรากฏว่าเงิน 35,000 ที่ซ่อนไว้ หายไปหมด ไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว(*เงิน35000ในกระเป๋าคือเงินฉุกเฉิน+เงินที่แม่ฝากมาซื้อของที่กรุงเทพนะค่ะ ซึ่งถ้าเงินในกระเป๋าตังค์ไม่หมดเราจะไม่เปิดหรือหยิบเงินฉุกเฉินในกระเป๋าสะพายมาใช้เลย) พอพบว่าเงินหายไปแล้ว ตกใจมาก เพราะถือว่าเรารู้ตัวช้าไปมากจริงๆ เลยรีบกลับบ้านเพื่อน คิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งหมด คิดแล้วขนลุกเลยค่ะ ว่ามันน่าจะหายไปพร้อมกับมือถือตั้งแต่แรกแล้ว เพราะตอนนอนเราเอากระเป๋ามานอนหนุน มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ตอนที่ช่างมาซ่อมน้ำ แล้วที่ช่างอีกคนนึงชวนเราคุยอยู่นอกห้องนั้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เราดูเข้าไปในห้องรึเปล่า

เลยตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องตีรถกลับไปหัวหินเช้าอีกวันเพื่อทำเรื่องแจ้งความกับตำรวจ จริงๆแล้วลำบากมากค่ะ เพราะเรากับเพื่อนไม่มีรถยนต์ขับ วันที่ไปนั้นได้ไปเช่ารถมาเพื่อไปเที่ยวจริงๆ เพราะเพื่อนเราเป็นแอร์อยู่ที่การ์ต้า กลับมารอบนี้คือขอวันหยุดเลยได้มาเที่ยว แล้วเราก็มาจากต่างจังหวัดไม่ได้ขับรถมาอยู่แล้ว แต่โชคดีที่พี่ที่สนิทกันของเพื่อนเรา ขอสมมติว่าชื่อ พี่เจ เค้ารู้เรื่องแล้วตกใจมาก(เพราะเค้าก็ทำงานโรงแรมเหมือนกัน) เลยอาสาจะไปส่ง แต่เพื่อนเราไปไม่ได้เพราะเค้าติดธุระจริงๆ เราเลยไปกับพี่เจและเพื่อนพี่เจอีกคน

พอไปถึงก็พุ่งเข้าสถานีตำรวจก่อนเลย ระหว่างรอร้อยเวรอยู่ ก็มีตำรวจหญิงคนนึงมาคุยด้วย เราเล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้เค้าฟัง แล้วเค้าก็บอกว่า ที่ AKA เนี่ยยังไม่มาขึ้นทะเบียนประวัติพนักงานกับทางตำรวจเลย พี่แจ้งไปหลายทีแล้ว ล่าสุดไม่กี่วันก่อนพี่ก็แจ้งไป แต่ทางโรงแรมก็ยังไม่ติดต่อมาสักที พี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่มาทำเรื่อง แล้วเวลามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เราก็เลยเช็คประวัติพนักงานไม่ได้

หลังจากรอจนร้อยเวรว่าง ที่ได้เดินทางไปที่โรงแรมเพื่อจะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ และเพื่อขอดูสถานที่เกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงคุณ front office manager ก็มารับเรื่อง เมื่อทำการพูดคุยเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจก็ขอดูห้องที่เกิดเหตุแต่คุณ front office manager กลับบอกว่าตอนนี้มีแขกใหม่เช็คอินแล้วคงให้ดูไม่ได้ เลยให้ไปดูห้องอื่นที่แบบแปลนห้องคล้ายๆกันแทน หลังจากเล่าเหตุการณ์อีกรอบเพื่อให้เห็นภาพเหตุการณ์แบบชัดๆที่ห้องนั้น ก็ได้ย้ายที่คุยมาคุยกันที่ห้องอาหารทางด้านหน้าโรงแรมแทน แล้วก็ได้มีการเรียกช่างประจำการของวันนั้นๆ ทั้งกะเช้าและกะดึกมา เพื่อให้เราได้ดูหน้าและชี้ตัวผู้ต้องสงสัย คนแรกมาถึง เราก็พยายามดูหน้าและนึกอยู่หลายรอบ สักพักช่างคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า ผมคือคนที่พี่เรียกให้ไปดูไฟหน้าบ้านไง ที่บอกว่าไฟเสีย เราก็อ๋อ คือพนักงานคนที่เดินอยู่หน้าบ้าน ที่เราเรียกมารอบแรกนี่เอง อีกสักพักใหญ่ก็มีผู้ชายอีกคนนึงเดินเข้ามา เรารู้สึกว่า หน้าคุ้นๆแต่ไม่แน่ใจ เลยโทรมาถามเพื่อนที่มาพักด้วยกัน เพื่อนเราก็บอกว่าจำตาได้ ให้ดูที่ตามันเลย มันจะตาขาวเยอะกว่าตาดำ เราหันไปดูอีกที ใช่เลย คนนี้แหละไอ่ช่างที่มาซ่อมไฟให้เรารอบแรก และคือคนที่ได้เข้าๆออกๆห้องเรารอบที่มาซ่อมน้ำให้ เดินมาถึงโต๊ะที่เรากับตำรวจนั่งอยู่ก็ยกมือไหว้คุณตำรวจ และกลับหลบตาเรา อีกสักพักก็มีผู้ชายอีกคนนึงเดินมา เราจำหน้าได้แต่ไกลเลยว่าคนนี้แหละ คือคนที่ชวนเราคุยอยู่ที่หน้าห้อง (คนที่เราสงสัยว่าเค้าชวนเราคุย เพื่อเป็นการดูต้นทาง) พอเค้ามาถึงที่โต๊ะ เค้ายกมือไหว้ตำรวจแต่เค้ามองหน้าเราเหมือนจะฆ่ากันเลยนะคะ จนเราต้องหลบตา แล้วมันก็หันไปจ้องหน้าพี่เจต่อ แล้วตำรวจก็เรียกช่างทั้งสองคนให้ไปนั่งเพื่อสอบปากคำอีกโต๊ะนึง

ผ่านไปพักใหญ่ ก็สอบปากคำเสร็จเรียบร้อย ตำรวจก็บอกเราว่า หลักฐานไม่มี ตอนนี้ทำได้แค่สงสัยเท่านั้นเอง แต่ที่น่าสงสัยที่สุดคือ ทำไมตอนแรกน้ำใช้ได้ แต่พอตกดึกมาน้ำไม่ไหลซะงั้น แต่ก็ต้องสืบหาหลักฐานต่อไป หลังจากนั้นเราก็เรื่องราวทั้งหมดให้สายสืบกับหัวหน้าsecurityของทางโรงแรมฟังต่ออีกหนึ่งรอบ และเดินทางกลับไปที่โรงพักเพื่อลงบันทึกประจำวัน กว่าจะเสร็จก็ปาไป 5 โมงกว่าแล้ว ก็รีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพราะเดี๋ยวจะดึกเกินไปและพี่เจก็ไม่ชินทางด้วย

แต่เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ ว่าคุณ front office managerเนี่ยหายไปเลย ตั้งแต่คุณตำรวจไปดูแบบแปลนห้องพักเสร็จ คุณ front office managerก็หายไปเลย โดยที่จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ เค้าบอกเราว่า วันจันทร์ถ้าผมประชุมกับทางทีมงานได้เรื่องยังไงพบจะติดต่อกลับไป ซึ่งวันนี้(อังคารที่8 กันยายน)เราโทรไป กลับบอกเราว่า ก็พบเห็นคุณเอาตำรวจไปทางโรงแรมแล้ว ก็คิดว่าควรจะรอทางตำรวจดำเนินการ เราเลยบอกไปว่า แล้วยังงี้คือทางโรงแรมจะไม่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และของที่หายไปมูลค่ากว่า 60,000 บาทเลยใช่มั๊ย เค้าเลยบอกให้เราติดต่อกลับทางเลขาผู้บริหารทางโรงแรมเอง พอเราโทรติดต่อไปทางคุณเลขาฯ เค้ากลับบอกเราว่า ต้องขอโทษด้วยนะคะ ทางคุณ front office manager ยังไม่ได้บอกหรือเล่าเหตุการณ์อะไรให้ทางดิฉันฟังเลย!!! เดี๋ยวยังไงรบกวนขอเบอร์ติดต่อกลับคุณด้วยนะคะแล้วดิฉันจะติดต่อกลับไปอีกที อีกสักพักใหญ่ คุณเลขาฯก็โทรกลับมาค่ะ เสนอเป็นห้องพักฟรีให้ แต่เราก็ปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเลยค่ะ ใครจะอยากกลับไปอีกค่ะ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น

อ่อ เพิ่มเติมอีกนิดค่ะ เพิ่งนึกได้ ว่าคุณ front office manager พูดกะเราว่า เป็นไปได้มั้ย ที่เงินในกระเป๋าเนี่ย มันไปหายที่อื่น คือพูดเหมือนเราโกหกหรือมันไม่ได้มีเงินมาตั้งแต่ต้น แล้วตอนที่เราโทรไปมีการบอกว่าเราพูดไม่ตรงกับที่ช่างเล่าให้ฟัง ณ จุดนี้ เราคิดว่าเพราะว่าเค้ายังเห็นเราเป็นวัยรุ่นอยู่รึเปล่าคะ เค้าถึงพยายามจะโน้มน้าวไม่ให้เราเอาความ และดูเหมือนว่าเค้าไม่ค่อยรับผิดชอบหรือตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ค่ะ แต่ขอโทษทีเถอะค่ะ เราเนี่ยยังมีประวัติมีที่มาที่ไปนะคะ ไม่ได้เหมือนช่างที่เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ หน้าตาก็ยังกะโจรเพิ่งหลุดออกมาจากคุก

หลังจากนี้ควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ เพราะดูท่าทาง ทางโรงแรมไม่มีท่าทีว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย เพราะบอกให้เรารอเรื่องกับทางตำรวจอย่างเดียว

ขอบคุณทุกๆคนล่วงหน้าค่ะที่สละเวลาอันมีค่ามาอ่านเรื่องราวของเรา แล้วก็ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความคิดเห็นและความช่วยเหลือนะคะ เราต้องการจะให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่รักการเดินทางหลายๆคน ว่าเราควรจะระมัดระวังตัวทุกฝีก้าวค่ะ

** ขออนุญาตมาเพิ่มเติมนิดนึงนะคะ พอดีเราเพิ่งได้คุยกับเพื่อนที่ไปด้วยกันมา แล้วก็มาคิดได้ค่ะว่า น้ำมันเพิ่งไม่ไหลหลังจากที่เราได้เรียกเค้ามาซ่อมไฟค่ะ เพราะก่อนหน้านั้น เราก็ยังได้ใช้น้ำล้างแก้วอยู่ค่ะ แต่หลังจากที่เราเรียกทางช่างมาซ่อมไฟแล้วผ่านไปประมาณ10-15นาที น้ำก็ไม่ไหลเลยค่ะ




****ความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 9กันยายน 2552 ค่ะ
ตอนนี้ทางรีสอร์ทยังไม่ได้ติดต่อมาเลยค่ะ แล้วตอนนี้ทางตำรวจและทีมสืบสวนก็สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช่างซ่อมสองคนนั้นค่ะ แต่เนื่องจากทางเราไม่มีหลักฐานยืนยันนอกเสียจากคำให้การจึงไม่สามารถเอาผิดได้ อีกทั้งไม่สามารถตรวจสอบลายนิ้วที่ซิปกระเป๋าเราได้ด้วยค่ะ เพราะเรากับก็ได้ทำการเปิดใช้ซิบไปแล้วค่ะ จึงไม่สามารถทำให้ตรวจสอบได้ ณ จุดนี้ก็ขอขอบคุณทุกๆความคิดเห็นไว้อีกครั้งหนี่งนะคะ ไว้คืบหน้าอย่างไรเราจะมารายงานเป็นระยะๆค่ะ

*****ความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 9 กันยายน 2552 เวลา 21.00 น.
ทางหัวหน้าsecurityได้โทรมาหาเราค่ะ ซึ่งดูจะเป็นคนเดียวของทีมงานโรงแรมที่ดูจะตามเรื่องมากที่สุด ต้องขอขอบคุณจากใจจริงค่ะ ซึ่งเราก็เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องตอนที่เราเข้าห้องพักรอบดึกและใช้น้ำล้างแก้วเมื่อเวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่งของคืนนั้นและน้ำยังไหลปกติอยู่ ให้เค้าฟัง และเราก็บอกไปว่าหลังจากนั้นที่ช่างมาซ่อมไฟให้น้ำจะไม่ไหลเลย ซึ่งทางพี่เค้าก็รับเรื่องค่ะ เราเลยถามเรื่องเหตุการณ์ของคุณOatmeal ที่ห้อง 124 ไปด้วย ซึ่งพี่คนนี้เค้าเป็นคนตามเรื่องของคุณ Oatmeal เช่นกันค่ะ เราถามไปว่าในคืนนั้นใช่ช่างสองคนนี้รึเปล่าที่ประจำกะดึกคืนนั้น แต่พี่เค้าก็บอกเราแต่ว่ากำลังเช็คอยู่ค่ะ ถามไปถามมาเราเลยทราบว่า ผู้บริหารใหญ่เนี่ย เป็นคนฝรั่งเศส ชื่อคุณ เซบาสเตียน แต่เค้าพูดภาษาไทยได้ค่ะ ซึ่งถ้าจะติดต่อเค้าก็คงต้องผ่านคุณเลขาฯน่าจะสะดวกที่สุด อ่อ ลืมบอกไปนิดนึงว่า ช่างสองคนนั้นก็ยังทำงานปกตินะคะ ไม่ได้ถูกพักงานแต่อย่างใด จากที่ถามไปพี่เค้าบอกเรามาว่า ยังให้ทำงานตามปกติ โดยจะสังเกตพฤติกรรมอยู่อย่างเงียบๆ
หมดแล้วค่ะ แล้วจะมารายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

****ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 10กันยายน 2552 เวลาประมาณ 17.15 น.
พอดีเพื่อนเจ้าทุกข์อีกคนได้โทรไปหาคุณเลขาฯมาค่ะ (คุณเลขาฯที่ตอนแรกเราเข้าใจว่าเป็นเลขาฯส่วนตัวของผู้บริหารใหญ่ แต่หลังจากที่ได้คุยกับคุณOatmeal เลยเพิ่งเข้าใจว่า เค้าเป็นเลขาฯของผู้จัดการอีกท่านนึงเท่านั้นค่ะ) ซึ่งก็เริ่มทนไม่ไหวเหมือนกันกับท่าทีที่นิ่งเฉยของทางโรงแรม จึงโทรไปสอบถามความคืบหน้าเพิ่มกับคุณเลขาฯ ซึ่งก็ได้ความมาว่า ทางผู้บริหารใหญ่ทราบความแล้ว และทางโรงแรมก็ทราบถึงเรื่องในกระทู้นี้แล้ว แต่ก็ยังเสนอเป็นห้องพักฟรีให้เช่นเดิม และบอกว่าจะเอาไปให้เพื่อนหรือใครใช้ก็ได้กับข้อเสนอที่ยื่นให้ แต่เพื่อนเราก็ปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า คงรับไม่ได้และไม่คิดจะเอาไปให้ใคร เพราะเหมือนเป็นการให้คนอื่นเอาชีวิตของเค้าไปเสี่ยงในสถานที่แบบนั้นอีก ทางคุณเลขาฯยังถามต่อว่า ได้ปรึกษากับเพื่อนอีกคน(ซึ่งก็คือเราเอง)รึยังว่าต้องการให้โรงแรมชดใช้ยังไงดี เพื่อนเราก็ตอบไปว่า ถ้าจะให้พูดว่าต้องการให้ชดใช้เป็นเงินสดตรงๆไปก็คงเสียมารยาท แต่ทางผู้บริหารจะคิดไม่ได้เลยเหรอว่า ควรจะชดใช้กับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นยังไง แม้มูลค่าอาจไม่ได้สูงเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน แต่ก็เป็นจำนวนกว่าครึ่งแสนเช่นกัน และมันก็รวมถึงความปลอดภัยถึงชีวิตของผู้ใช้บริการโรงแรมด้วย ทางคุณเลขาฯก็พูดมาว่าทางโรงแรมก็ได้จัดเตรียมตู้เซฟเอาไว้ให้นะคะ แต่เพื่อนเราก็บอกว่า ถ้าของหายตอนไม่อยู่ห้องนี่เข้าใจค่ะว่าเป็นความประมาทของเราเอง แต่นี่หายขณะที่เราก็อยู่ในห้องด้วย ช่างที่เข้ามาก็เป็นพนักงานโรงแรมซึ่งเราก็ไว้ใจโรงแรมระดับใหญ่ขนาดนี้ว่าพนักงานที่ถูกคัดเลือกเข้ามาทำงานน่าจะไว้ใจได้ คงไม่มีใครคาดคิดหรอกค่ะ ว่าเค้าจะกล้าทำการอุกอาจขนาดนี้ และคุณเลขาฯก็บอกว่าจะติดต่อประสานงานให้อีกที
แล้วจะมารายงานต่อนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ

****รายงานความคืบหน้า วันที่ 11 กันยายน 2552 ค่ะ
ตอนนี้ทางผู้บริหารใหญ่ทราบเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วค่ะ เค้าโทรมาขอโทษเราเมื่อบ่ายวันนี้ เค้าบอกว่า ต้องขอโทษที่ติดต่อมาช้า เนื่องจากเค้าไม่อยู่นะคะ แล้วแจ้งว่า ตอนนี้กำลังประสานงานจับคนร้ายกับทางตำรวจอยู่ ถ้าได้ความคืบหน้าอย่างไรจะรีบติดต่อมาทันที
เบื้องต้นก็ขอบคุณมากๆค่ะ ที่ติดต่อมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

****ความคืบหน้า วันที่ 13 กันยายน 2552 เวลาประมาณ 10.00 น.
ล่าสุดเราได้รับแจ้งมาว่า ช่าง2คนที่เป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ของเราได้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของทางรีสอร์ทแล้วค่ะ และทางเราก็ได้ส่งหมายเลขอีมี่ของเครื่องที่ถูกขโมยไปให้กับทางตำรวจ(พอดีเพิ่งหาเจอค่ะ หลังจากพยายามหาอยู่หลายวัน) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีความคืบหน้าในเร็ววันนี้นะคะ


จากคุณ : บ้านผีตองเหลือง
เขียนเมื่อ : 8 ก.ย. 52 22:07:29
cocoa
#3
อีกหนึ่งผู้เสียหายค่ะ น่ากลัวจริงๆ เลย โดนกันขนาดนี้ ทางโรงแรมยังนิ่งเฉย
ตอนนี้ห้องแบบ pool villa กำลังมาแรง ยังงัยไปพักก็ระวังๆ ด้วยนะคะ
นึกถึงตอนตัวเองไปกระบี่ ไปขอเค้าว่าเอาห้องเงียบๆ ไกลๆ คนอีก
เกิดอะไรขึ้น โห สยองอ่า T^T




[SIZE="4"]จากที่ไม่เคยคิดจะโพส ทำให้ต้องมาโพสจนได้เมื่อเห็นกระทู้นี้

ผมก็โดนเหมือนคุณเลยครับ เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ห้อง 124 ครับ แถบเดียวกันเลย

เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนผมกับแฟนเพื่อนชวนผมกับแฟนไปเที่ยวที่ X2 กุยบุรีเมื่อวันที่ 14-15 ส.ค. 52 แต่เค้าซื้อ Voucher มาแค่ 3 คืน ผมกับแฟนเลยแยกมาพักที่ AKA ก่อน 1 คืน ผมเช็คอินเวลาประมาณ 14.30 ของวันที่ 14 ตกเย็นก็เล่นน้ำกัน พอตอนค่ำๆผมก็ออกไปกินข้าวกับเพื่อนที่เพิ่งตามมาจากกรุงเทพที่ร้านเจ๊เขียว ประมาณ 21.30 น. ผมก็แยกกะเพื่อนโดยที่เพื่อนจะไปพักที่ X2 ก่อนแล้วผมตามไปวันรุ่งขึ้น ผมกลับถึงรีสอร์ท 22.00 โดยประมาณ ก็ถ่ายรูปเล่น ดูทีวี อาบน้ำ แล้วก็เข้านอนตามปกติตอนเกือบๆตีหนึ่ง



พอเช้าตื่นขึ้นมาอาบน้ำเสร็จจะเก็บของแล้วผมหากล้องไม่เจอ เจอแต่กระเป๋ากล้อง ผมยังไม่เอะใจอะไรเดินไปถามแฟน แฟนก็บอกว่าไม่รู้ ผมจำได้ว่าเมื่อคืนก่อนจะนอนผมก็เก็บกล้องไว้ในกระเป๋าแล้ว เดินหาไปๆมาๆชักผิดปกติ เอะใจไปเปิดดูกระเป๋าตังไม่เหลือเลยสักบาท (เงินสดในกระเป๋ามีประมาณ 7000 บาท) คราวนี้เลยรีบโทรแจ้ง Front กว่าจะมากันเกือบครึ่ง ชม. รอแจ้งตำรวจกว่าจะมาก็อีกนานพอสมควร พอมาเช็คของอีกทีปรากฎว่าสร้อยทอง 3 บาทพร้อมหลวงพ่อทวดที่ได้จากพ่อก็หายไปด้วย เลยคุยกันยาวเลยครับ เรียก Resort Manager มาคุยด้วย เพื่อนผมก็ตีกลับมาจากกุยบุรีมาช่วยคุยให้ด้วย เกือบ 5 โมงกว่าจะลงบันทึกประจำวันเสร็จ

เสียความรู้สึกอย่างแรง อะไรก็ไม่เสียดายเท่าหลวงพ่อทวดเพราะเป็นของที่ตกทอดมาอีกทีจากคุณพ่อของผมที่เสียไปแล้วไม่รู้จะไปหาจากไหนมาคืน
เพราะยังไงมันก็คงไม่เหมือนองค์เดิม เฮ้อออออ


ลืมบอกไปครับ ตอนเข้านอนผมล๊อคแค่ประตูหน้าบ้าน แต่ไม่ได้ล๊อคประตูทางเข้าห้องรับแขกเพราะผมชอบออกไปสูบบุหรี่แล้วก็ไม่คิดว่ารีสอร์ท 5 ดาวจะมีโจรที่อุกอาจขนาดปีนเข้ามาบ้านตอนเจ้าของอยู่


สรุปรายการทรัพย์สินที่สูญหาย
1.เงินสด 7000 กว่าบาท (หยิบเฉพาะเงินไม่เอากระเป๋าไป)
2.กล้อง digital Panasonic Lumix FX37 = 1 ea.(หยิบแต่ตัวกล้องไม่เอากระเป๋าไป)
3.สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท + หลวงพ่อทวดเนื้อโลหะ หลังเตารีดปี 2505(ไม่มีกระเป๋า ไม่รู้จะทำเนียนยังไงเลยคว้าไปเฉยๆ)

สรุปจากที่คุยกับ Resort Manager หัวหน้า Security และตำรวจ

1.ที่รีสอร์ทบอกว่าเคยมีเหตุการณ์ทรัพย์สินสูญหายเกิดขึ้นบ้าง ส่วนมากเป็นกล้อง + Laptop ตอนเจ้าของห้องไม่อยู่

2.Resort Manager บอกว่าผมเป็นกรณีแรกที่โดนฉกไปขณะที่ยังหลับอยู่ในห้อง ในใจคิดว่าเราคงซวยมากจริงๆ แต่หลังจากเห็นกระทู้นี้แล้วพูดไำม่ออกเลย ตกลงนี่รีสอร์ทหรือรังโจร ถ้าคุณหรือผมตื่นขึ้นมาเจอขณะขโมยกำลังขึ้นบ้าน สิ่งที่สูญเสียอาจไม่ใช่แค่ทรัพย์สินก็ได้ ใครจะรู้

3.ตำรวจบอกว่ารีสอร์ทนี้ของหายประจำ (ตอนตำรวจเข้ามาเจอพนักงานยังแซวพนักงานรีสอร์ทว่า "ไง เจอกันอีกแล้วนะ") แค่ได้ยินก็เหนื่อยแล้ว


สุดท้าย ที่ผมมาโพสไม่ได้ต้องการจะดิสเครดิตรีสอร์ทแต่อย่างใด

แต่ผมรับไม่ได้ที่ระยะเวลาห่างกันไม่ถึงเดือนก็มีคนโดนแบบผมเข้าอีกแล้ว

มีรายละเอียดอีกมากที่ผมไม่ได้พิมพ์ลงไปเพราะมันเริ่มยาวจนผมประติดประต่อความคิดไม่ถูกแล้ว

ถ้ายังไงรบกวนเจ้าของกระทู้ติดต่อผมทางเมลได้มั๊ยครับ จะได้ช่วยกันอีกแรงเพื่อที่จะไม่ให้ใครต้องมาโดนแบบเราอีก โดยส่วนตัวผมปลงเรื่องที่เค้าจะชดใช้ไปแล้วครับ แต่พอเห็นกระทู้นี้แล้วบอกตามตรงว่ารับไม่ไหวจริงๆ AKA

จากคุณ : Oatmeal
เขียนเมื่อ : 9 ก.ย. 52 08:29:25 A:58.136.48.69 X: TicketID:232124
pong
#4
[SIZE="2"]เข้าไปติดตามเรื่องนี้มาเหมือนกันค่ะคุณโก้ เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากๆเลยอ่ะ
AKA เป็นสถานที่ที่ป้องประทับใจมากๆเลย ไปมาแล้ว 2 ครั้ง ตอนแรกคิด
ว่าจะไปอีกเดือนหน้า แต่ต้องกลับมาคิดดูอีกที เรื่องทรัพย์สินพอจะดูแลได้
แต่กลัวมีอันตรายถึงชีวิตน่ะสิ เสียดายสถานที่นี้อ่ะ สวยและราคาไม่แพงด้วย
wawe
#5
ขอบคุณคุณโก้นะคะ ที่นำเรื่องนี้มาแจ้งให้ทราบ กำลังคิดอยากไปพักถ้าได้ไปหัวหินเพราะมีสมาชิกโพสให้เห็นบรรยากาศน่าพักจริง ๆ แต่ถ้าเจอแบบนี้ก็จะได้คิดใหม่เสียแล้วค่ะ
pt.power
#6
ว้าา แย่เรยอ่ะ เกิดขึ้นครั้งเดียวก้อยังพอทำใจไปได้

เเต่นี่เิกิดตั้งหลายครั้งเเร้วยัง ไม่พัฒนาเรยหรอเนี่ยย

คิดว่าจะไปอีกเหมือนกันนะค่ะเีนี่ย เพราะจะปิดเทอมเเร้ว

งี้คงต้องหาตัวเลือกใหม่ซะเเร้วววว

น่ากลัวมากๆค่ะ ขอบคุณนะค่ะ

ที่นำเรื่องมาเตือนค้าา
my_mim
#7
โห มีครั้งแรกยังไม่พอ
ยังมีครั้ง สอง สาม ตามมาอีก
เสียหมดเลยนะเนี่ย รีสอร์ทก็ออกจะดูดี

ขอบคุณคุณโก้นะค่ะ
Arlex
#8
ขอบคุณที่มาโพสต์เตือนกันนะคะ สมัยนี้นี่น่ากลัวจริง ไปไหนก็ไม่ปลอดภัย เห้อออ
Ohh
#9
น่ากลัวจัง

ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่ที่สวย และน่าไปพักผ่อนมากๆๆ แต่ไหงกลับปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ไม่รู้

น่าจะเอาเรื่องไปร้องเรียนตามรายการต่างๆ ใน TV. เนอะ ประจานโรงแรมไปเลยยย..ยยย

เผื่อว่าโรงแรมจะได้แก้ไข และรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นกลับลูกค้าบ้าง จะได้ไม่นิ่งเฉยแบบนี้

ขอบคุณ คุณโก้ที่มาเตือนภัยจ้า
cartoon
#10
[SIZE="3"]ขอบคุณพี่โก้ที่เอาข้อมูลมาเตือนนะคะ
paloy
#11
[SIZE="4"]โหหหหหห อ่านทู้นี้แล้ว ขนหัวลุกซู่เลยคะ O[]o[SIZE="5"]"
เพราะเราพึ่งไปมาสดๆร้อนๆ วันที่ 8-10 กันยา ผ่านมายังไม่ถึงอาทิตย์เลยอะ

อ่านไปแล้วรู้สึกโชคดีมากๆที่ไม่เกิดอะไรขึ้นกับเรา ทั้งๆที่เราไปกันแค่สองคน แต่อาจเป็นเพราะ เราพักห้องแบบเล็กสุดซึ่งจะอยู่ใกล้กับสระส่วนกลางและฟร้อนท์ แถมเป็นห้องตรงกลางและห้องข้างๆก็มีแขกพักอยู่

ทั้งๆที่ไปครั้งนี้เรามีความสุข ประทับใจสุดๆ เพราะเราไปตอนวันเกิดพอดีทางโรงแรมจึงมีการเซอร์ไพรส์เอาเค้กวันเกิดมาให้ แต่มาอ่านเจอแบบนี้ ประทับใจยังไงก็ไม่กล้ากลับไปแล้วละคะ น่ากลัวมากๆเลย

ขอบคุณคุณ Cocoa นะคะ ที่มาโพสท์ให้อ่านเตือนใจกัน
JuNeJuNe
#12
ขอบคุณคุณโก้มากๆ นะคะ

อ่านแล้วละเหี่ยใจกะการกระทำของคนในประเทศเราแบบนี้ เห้อ (-_-')
barumbum
#13
น่ากลัวมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
asiaticia
#14
อยากลองไปมั่งเพราะเห็นมีเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งมา review ไว้ สวยด้วย...
ตอนนี้เปลี่ยนใจไม่อยากไปแล้ว กลัวโดนยกเค้าหมดตูดยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ >"<
ขอบคุณพี่โก้ที่มาบอกกล่าวกันค่ะ
cocoa
#15
update สถานการณ์นะคะ AKA ทำจดหมายชี้แจงดังนี้
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8298432/letter_AKA.pdf


[SIZE="4"]วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552
เรื่อง จดหมายชี้แจงและแนวทางการแก้ปัญหากรณีทรัพย์สินสูญหายที่อาคา รีสอร์ท หัวหิน
เรียน ท่านสมาชิกเว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ และลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน
ตามที่มีกระแสข่าวในเว็บไซต์พันธุ์ทิพย์กรณีทรัพย์สินของลูกค้าสูญหายภายในห้องพักของอาคา
รีสอร์ท หัวหิน เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2552 นั้น
กระผม นายเซบาสเตียน ทรอนเช่ ผู้จัดการทั่วไป อาคา รีสอร์ท หัวหิน ขอแสดงความเสียใจกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยล่าสุดทางฝ่ายบริหารของอาคา รีสอร์ท หัวหิน ได้ทำการเจรจากับผู้เสียหายในกรณี
ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบสถานที่ และสอบปากคำพนักงานที่แขกสงสัย
แล้ว แต่ไม่พบพิรุธแต่อย่างใด และไม่พบการงัดแงะของประตูทุกๆ บานในที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายบริหารฯ มิได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากทางรีสอร์ทมีแขกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
พักอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นแขกประจำ บางท่านพักเป็นระยะยาว ทางฝ่ายบริหารฯ ได้ตระหนักถึง
ความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการรักษาความปลอดภัยให้กับแขกของทางรีสอร์ท และได้กำหนดแนวทางการ
แก้ไขปัญหาดังกล่าวทันที ดังต่อไปนี้
1. มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกจำนวน 12 คน ในทุกจุดทั่วรีสอร์ท จากเดิมที่มีอยู่แล้ว
โดยแบ่งเป็นที่อาคา รีสอร์ท จำนวน 8 คน และอาคา รีสอร์ท กุฏิ จำนวน 4 คน
2. เพิ่มทีวีวงจรปิดในจุดต่างๆ ทั่วทั้งรีสอร์ท จำนวน 10 ตัว
3. เพิ่มสปอตไลท์ในจุดต่างๆ รอบรีสอร์ท
4. สำหรับวิลล่าที่อยู่ด้านหลัง หรืออยู่ไกลออกไป จะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำอยู่ เพื่อ
คอยดูแลความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมกับติดไฟเพิ่มเติม
5. เพิ่มความสูงและความแข็งแรงของรั้วรอบรีสอร์ท ซึ่งจะดำเนินการทั้งที่ อาคา รีสอร์ท และ อาคา
รีสอร์ท กุฏิ โดยจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์
6. ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดในการตรวจตรารักษาความปลอดภัย
7. มีการจัดทำจดหมายในห้องพักแขกไว้ในวิลล่าทุกหลัง เพื่อเป็นการเตือนลูกค้าที่มาเข้าพักให้เก็บ
ของมีค่าไว้ในตู้เซฟนิรภัยที่ทางรีสอร์ทมีไว้บริการแขกอยู่แล้วเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน

โดยแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว ทางรีสอร์ทได้ดำเนินการทันทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และใคร่ขอเรียน
ให้ท่านทราบว่า ทางรีสอร์ทไม่เคยละทิ้งนโยบายเรื่องการรักษาความปลอดภัย โดยเรามีมาตรการอันเข้มงวด
ทั้งในเรื่องการคัดเลือกพนักงานที่มีความซื่อสัตย์เข้ามาทำงาน และการดูแลรักษาความปลอดภัยภายใน
รีสอร์ท โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราบริเวณต่างๆ เป็นระยะๆ ทั้งกลางวันและ
กลางคืน แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ กระผมขอรับรองว่าเราจะเพิ่มความคุ้มครองและความปลอดภัยให้กับ
ลูกค้าของทางรีสอร์ทให้มากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณทุกท่านในการให้ความคิดเห็น ซึ่งทุกความคิดเห็นและเสียงตอบรับ กระผม
จะถือเป็นแนวทางหลักในการที่จะทำให้ลูกค้าทุกๆ ท่านพึงพอใจ
จึงใคร่ขอให้แขกทุกท่านสบายใจในความปลอดภัยและการดูแลเอาใจใส่ของทางรีสอร์ท
[INDENT][INDENT][INDENT][INDENT][INDENT]ด้วยความนับถืออย่างสูง
เซบาสเตียน ทรอนเช่
ผู้จัดการทั่วไป
อาคา รีสอร์ท หัวหิน และอาคา รีสอร์ท กุฏิ หัวหิน[/INDENT][/INDENT][/INDENT][/INDENT][/INDENT]



ซึ่ง ยังสร้างข้อกังขาให้กับผู้เสียหายอยู่ค่ะ ทั้งนี้ ก็คงต้องติดตามการดำเนินการของ AKA ต่อไป

[SIZE="4"]****เพิ่งได้อ่านจดหมายของอาคาค่ะ(14/09/52 23.00น.) อ่านแล้วงงเล็กน้อยค่ะ วานผู้รู้ช่วยชี้แจงหน่อยค่ะ
1. "ได้ทำการเจรจากับผู้เสียหายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" คือ ทางคุณเซบาสเตียน โทรมาเพียงครั้งเดียวเพื่อกล่าวคำขอโทษและบอกว่าถ้ามีความคืบหน้าจะติดต่อมา เท่านั้นเอง ซึ่งเค้ายังไม่ได้พูดว่าจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร นั่นหมายถึง "เรียบร้อยแล้ว" ในความหมายที่ถูกกล่าวมารึป่าวค่ะ

2. "เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบสถานที่และสอบปากคำพนักงานที่แขกสงสัยแต่ไม่พบพิรุธแต่อย่างใด และไม่พบการงัดแงะของประตูทุกๆบานในที่เกิดเหตุ" คือ เราพาตำรวจไปที่รีสอร์ทค่ะ 2 คน ขอเข้าไปตรวจสอบห้องที่เราเคยพัก แต่ทางคุณfront office managerไม่ให้ตรวจโดยให้เหตุผลว่า มีแขกคนใหม่เข้าพักอยู่ในขณะนั้นและอยู่ในห้องด้วย ไม่ได้แจ้งแขกล่วงหน้าจึงให้ตรวจสอบไม่ได้ หลังจากสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ตำรวจบอกเราค่ะว่า พนักงานสองคนนั้นน่าสงสัยมาก ว่าทำไมจู่ๆน้ำในห้องถึงไม่ไหล ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นก็ปกติดี ซึ่งก็เกิดหลังจากที่ช่างได้เข้าไปซ่อมไฟให้เรา ถ้านั่นเรียกว่า ได้ตรวจสอบสถานที่ ไม่พบพิรุธ และไม่พบการงัดแงะ เราก็คงเข้าใจผิดไปเองใช่มั๊ยค่ะ?? และอีกอย่างนึงคือ วิธีที่จะเข้ามาในห้องเพื่อขโมยของได้เนี่ย คุณคิดว่าการงัดแงะเป็นวิธีเดียวที่พวกโจรจะใช้เพื่อลักลอบขโมยของ ของแขกหรือค่ะ??? เพิ่มเติมนิดนึงค่ะเพิ่งนึกได้ว่า ถ้าพนักงานสองคนนั้น ไม่น่าสงสัยจริงๆ แล้วตอนนี้ทางรีสอร์ทเอาออกจากการเป็นพนักงานทำไมเหรอค่ะ??

3. "มีการจัดทำจดหมายเพื่อเตือนให้ลูกค้าที่มาเข้าพัก เก็บของมีค่าไว้ในตูเซฟ" ถ้านั่นหมายถึง การเก็บของมีค่าไว้ในตูเซฟแล้วขโมยจะไม่ปีนเข้าห้องแล้วละก็ เราต้องขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับคำเตือนและคำแนะนำนะค่ะ ที่ตรงจุดมากค่ะ

**ช่วงนี้คงไม่ได้อัพเดทสักพักนะคะ เพราะวันพรุ่งนี้(15/09/52)ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอีกหลายวันเลยกว่าจะกลับ แต่ถ้ามีโอกาส(และถ้ามีความคืบหน้า)ก็จะมาอัพเดทให้ฟังนะคะ แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆเพิ่มเติมค่ะ เฮ้ออ!!!
ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามและให้กำลังใจคะ



มันมีให้ vote ออกมั้ยคะ Small Luxury Hotels of The World เนี่ย
กลัวฝรั่งมาพัก แล้วประเทศเราจะอับอายขายหน้ากันอีก ดูแลกันได้ดีจริงๆ

ขายกินระยะสั้นตลอด เคยมองระยะยาวบ้างมั้ย ช่วงมองไปไกลเกินขนตาตัวเองหน่อย เฮ้อ
due
#16
[SIZE="3"]อืม! ที่นี่เค๊าดังจริงๆ
ทำไม ไม่ปรับปรุงซะที:(
laceidea
#17
เคยไปมาเเล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอย่างงี้นะเนี่ย
น่ากัวจังงงงงงงงงงงงงง
zipza
#18
[SIZE="5"]เหอๆ ออกมาแก้ไขกับเหตุการณ์แล้ว
แต่ก็ยังไม่กล้าไปอยู่ดีอ่ะ .... เค้ากัวอ่ะ......:D


[SIZE="4"]ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะค่ะ ได้รู้อะไรเพิ่มเติมขึ้นเยอะเลยค่ะ ^^
titled
#19
เคยไปพัก แต่ไม่มีของหาย พออ่านเรื่องในกระทู้คงมิกล้ากลับไปพัก
ยอมรับเลยว่าที่พักสวยมาก ช้อคๆ ขอให้ผู้เสียหายได้ของคืนนะครับ
giftgoy
#20
[SIZE="3"]ขอบคุณคุณโก้มากค่ะ สำหรับข้อมูลดีดี
ที่ผ่านมาคิดว่าเเค่ล๊อกประตูก็ปลอดภัยเเล้ว

ต่อไปคงต้องทั้งล๊อกเเล้วก็ลากกระเป๋ามาวางขวางประตูไว้

ซึ่งสามีเคยทำอย่างนี้ เเล้วเรามองว่าวิตกเกินไป เเอบลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าเข้าที่เดิมตอนสามีหลับ เฮ้อ..
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3