อาจเคยได้ยินหรือได้อ่านกันมาบ้าง
แต่อ่านกี่ทีก็ซาบซึ้งทุกครั้ง
เรื่อง เล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก "ในหลวง" มีเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง อยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก เมื่อพระเทพทรงเสด็จไป เยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆได้ ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
และถามความเป็น อยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
ซึ่งพระองค์ทรง ตรัสถามว่า "ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"
แม่ค้าตอบว่า "ที่ สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท และที่เสด็จไปเสด็จมา กิโลละ 80 บาทจ๊ะ"
เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์ เล็ก
ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับ ฟ้าหญิง ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสาย ด้วย
ก็มี เสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก็ งง...งง ว่าคนที่แบงค์ ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่น่า
แต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย (ทรงตัสกับในหลวงท่านอยู่นั่น เอง)
อีก ครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
จึงมีคำกราบทูลว่า "ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า " มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
เรื่องนี้ ดร.สุเมธ เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาต นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า "ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่ มิกกี้เมาส์"
เรื่อง การใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายรายงาน ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า
" ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า "เออ ดี เราชื่อเดียว กัน..."
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้า ต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย เพราะผู้รายงาน ตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
มี อยู่ครั้ง หนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุยทรง โปรดสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูล ว่า "ถวายพระเพลิงพระเจ้า ข้า"
ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า "เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้ หรอก"
เคย มีเรื่องเล่าให้ฟัง ว่า ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า "ขอเดชะ ขอพระ หนึ่งองค์"
ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมด แล้ว"
วัน หนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่าง นี้ อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
"เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิถึงจะ ถูก"
ครั้ง หนึ่งหลายๆ ปีมา แล้ว พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญ ทางราชาศัพท์ ก็กราบบังคมทูลว่า "เอ้อ - ทรง...อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะ ค่ะ" พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัส ว่า "ฉันไม่ใช่ผู้หญิง นี่จะท้องได้ยังไง"
แล้ว คงจะทรงพระกรุณาว่า หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกาย จริงๆ ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
เรื่อง นี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟัง ว่า มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จ พระราชทานปริญญาบัตร อธิการบดีอ่านรายชื่อ บัณฑิตแล้วบังเอิญว่า มีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า "เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไป แล้ว"
และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ ดีๆ ไฟดับไปชั่วขณะ... ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
พอ ในหลวงทรงพระราชทาน ปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ ระลึก ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
อ่านทีไรอมยิ้มทุกที
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญค่ะ
รักในหลวงที่ซู้ด..........................................ดดดด
[SIZE="7"]ตื้นตัน จนหาที่สุดมิได้
ทรงพระเจริญค่ะ
[SIZE="3"]รัก และเทิดทูลไว้เหนือหัว [SIZE="4"]" ทรงพระเจริญ "
อ่านเรื่องของพระองค์ท่านทีไร น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มปิติก็คลอเบ้าทุกที
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยแข็งแรง
รักในหลวงค่ะ :)
.
.
ขออนุญาตคุณ yai_625 แปะอีกเรื่องนะคะ เรื่องนี้ยาวหน่อย แต่ซึ้งใจดีค่ะ :)
source: http://www.oknation.net/blog/BesideMe/2007/04/29/entry-1
[INDENT][INDENT]
ยาย กับ ในหลวง[/INDENT][/INDENT]
ยายซุบ สามร้อยยอด เป็นหญิงชาวบ้านวัย 70 แห่งบ้านคุ้งโตนด อำเภอกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ยากจนมาตังแต่ยังสาวจวบจนวันนี้
หากแต่เธอกลับยืนยันว่า เธอมีอดีตที่มีความหมายต่อชีวิตของแก
อดีตที่หมายถึงชีวิตใหม่
แกไม่เคยลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น เหตุการณ์ที่ล่วงเลยมานานกว่า 40 ปีการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฏรบ้านคุ้งโตนด อำเภอกุยบุรี
ไม่เพียงทำให้หมู่บ้านที่ยากจน ล้าหลัง ไม่มีแม้ถนนที่จะติดต่อกับโลกภายนอก ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
หากแต่การเสด็จพระราชดำเนินในครานั้นได้ทำให้หญิงคนหนึ่งมีชีวิตยืนยาวต่อมาจนถึงวันนี้
ถาม -สมัยยังสาวยายเคยไปรับเสด็จในหลวงใช่ไหม?
ยาย -ใช่ ตอนนั้นไปรับเสด็จที่ตีนถ้ำไทรในหมู่บ้านเรานี่แหละ ท่านเสด็จฯมาทางเหนือ ไอ้เราป่วยเป็นไส้ติ่ง ปวดท้องมาครึ่งเดือนแล้ว แต่ไม่รู้หรอกนะตอนนั้นว่าเป็นไส้ติ่ง ปวดท้องนอนซม คนในบ้านบอกในหลวงจะมา เราก็อยากเห็น อยากไปรับเสด็จ แต่ปวดท้องจนเดินไม่ไหว
ถาม -เดินไม่ไหว แล้วไปรับเสด็จยังไงล่ะ? ยาย -ก็ให้คนหามไป ใส่เกวียนไปเลย
ถาม -ทำไมถึงเลือกไปเฝ้าในหลวง ไม่ไปหาหมอรักษาตัวเองล่ะ?
ยาย -ไม่รู้สิ คืออยากเห็นตัวจริง ๆ ใกล้ ๆ นะ คิดในใจว่ายอมตายได้แต่ขอไปรับเสด็จก่อน แลกตัวแลกชีวิตกันเลย พูดง่าย ๆ ว่าวัดดวงเอาเลย อีกอย่างตอนนั้นถ้าเราไปหาหมอก็ลำบาก เพราะน้ำแห้งเรือเครื่องก็ไม่มี ถ้าไปก็คงไปไม่ถึง มันคงจะตายก่อน
ถาม -แล้วตอนนั้นได้ถวายอะไรท่านบ้างไหม?
ยาย -ยกมือพนมยังจะไม่ไหวเลย จะให้ถวายอะไรอีก (หัวเราะเสียงดัง)
ถาม -แล้วยายได้เห็นท่านไหม?
ยาย -ก็ได้เห็นท่านอยู่ แต่ก็เห็นห่าง ๆ แล้วก็เห็นไม่นานเพราะว่าพระองค์ท่านต้องเสด็จฯ ไปที่ตีนเขาอีกลูกคนละฟาก ทรงไปดูเรื่องที่จะระเบิดเขาทำทางเข้าออกหมู่บ้าน
ถาม -ไส้ติ่งเรากำลังจะแตก แล้วรอดมาได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้น?
ยาย -ตอนนั้นไส้ติ่งกำลังจะแตก เงินสักบาทก็ไม่มีติดตัว พอดีว่าพระราชินีท่านทรงเยี่ยมเยียนราษฏร แล้วทอดพระเนตรเห็นเรานั่งหน้าซีดพิงเพื่อนไว้ คือตอนนั้นมันไม่ไหวจริง ๆ ท่านทอดพระเนตรเห็นก็คงสังเกตได้ว่าอาการเราไม่ดี พระองค์ก็ถามว่าเป็นอะไร? ท่านบอกให้พูดธรรมดาก็ได้ เราบอกว่าเจ็บท้อง พระองค์ท่านตรัสถามต่อว่าเจ็บมากี่วันแล้ว? เราก็บอกว่า เจ็บมาครึ่งเดือนเห็นจะได้ ท่านก็เลยบอกให้หมอที่มาด้วยตรวจดู
ถาม -แล้วหมอว่ายังไงล่ะ?
ยาย -หมอบอกว่าไส้ติ่งกำลังจะแตก พอหมอบอกอยางนั้น พระองค์ท่านก็ทรงติดต่อไปที่ในหลวงซึ่งทรงอยู่ที่ตีนเขาอีกลูก
ถาม -แล้วยายรู้ได้ยังไงว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงติดต่อไปที่ในหลวง?
ยาย -รู้สิ เพราะเห็นในหลวง พระองค์ท่านทรงวิ่งจากตีนเขาลูกโน้นมาเลยห่างกันเกือบ 1 กิโลน่ะ (แค่นี้ก็ตื้นตันแทนคุณยายแล้ว)
ถาม -รู้สึกอย่างไรบ้างในตอนนั้น?
ยาย -ดีใจแล้วก็ปลื้มใจแบบมาก ๆ ไอ้ตอนแรกคิดว่ากำลังจะตายนี่คิดว่าตัวเองรอดแน่ มันมีกำลังใจ คิดว่าขนาดพระเจ้าแผ่นดินยังเอาใจใส่เราขนาดนี้ เราจะตายไม่ได้
ถาม -พอในหลวงเสด็จมาถึง ทรงตรัสว่าอย่างไรหรือไม่ ?
ยาย -ท่านให้เอา ฮ. มารับ ท่านตรัสว่า เดี๋ยวเราจะกลับทางเรือเอง ให้เอาคนไข้ไปส่งก่อน พอพระองค์ท่านตรัส หมอสองคนก็หิ้วปีกเราไป ในหลวงท่านทรงเมตตาเราไปจนถึงเครื่อง พอเราขึ้นไป ก่อนที่ประตู ฮ. จะปิด เราก็มองลงมาเห็นในหลวง ท่านทรงโบกพระหัตถ์เราซาบซึ้งมาก ยิ่งบอกตัวของเราเลยว่าเราจะตายไม่ได้
ถาม -ถ้าไม่มีในหลวงในวันนั้น ก็ต้องตายแน่?
ยาย -แน่นอน ไม่ต้องอะไรหรอก หมอบอกว่า มาช้ากว่านี้แค่ 2-3 นาทีก็ไม่รอดแล้ว แล้ววันนั้นอย่างที่บอกว่าเรือเครื่องก็ไม่มี น้ำก็แห้งไม่รู้ใช้เวลาครึ่งวันจะเดินทางไปถึงโรงพยาบาลหรือเปล่า
ถาม -ถ้าในหลวงไม่เสด็จมาที่นี่ วันนั้นก็ตายแน่ ตายทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรตายเหมือนกับได้ชีวิตใหม่?
ยาย -ใช่ ชีวิตทุกวันนี้ถึงฉันแก่แล้วแต่เมื่อนึกถึงวันนั้นทีไรรู้สึกเหมือนได้เกิด ใหม่ทุกที ตอนนั่งดูโทรทัศน์ เวลาเห็นท่าน เราก็จะพนมมือไหว้ตลอด รู้สึกว่าท่านได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเรา
ถาม -ตอนนั้นอยู่บน ฮ. เป็นอย่างไรบ้างล่ะ?
ยาย -จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าพอบินขึ้นไปพักใหญ่หมอก็ถามว่าเป็นยังไงบ้างเราพูดไม่ค่อยไหว แต่ก็บอกไปว่าปวดท้อง บน ฮ. นอกจากเรา ก็มีหมออีก 2 คน แล้วก็คนขับอีก 2 คน จำได้แค่นี้ล่ะ
ถาม -ฮ. พาไปที่โรงพยาบาลไหนล่ะ?
ยาย -โรงพยาบาลพระมงกุฏฯ เพชรบุรี
ถาม -แล้วยายพักอยู่กี่วัน?
ยาย -ปกติคนเป็นไส้ติ่งทั่วไปเขาพักกัน 3-4 วันก็ออกได้แล้วแต่เราเป็นหนักต้องพักถึง 24 วัน ถ้าในหลวงไม่ช่วยก็ตายแน่แล้วถ้าเราตาย ลูกเต้าก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง ในหลวงท่านทรงเมตตาทรงดูแลเราอย่างดี ห้องที่เราพักอยู่นี่ดีมาก เป็นห้องพิเศษเลยพูดตรง ๆ ว่าบดีกว่าบ้านที่ฉันอยู่อีก หมอก็นิสัยดี พูดจากับเราเพราะแล้วก็ใจดีด้วย
**ในหลวงท่านทรงห่วงใยเรามากมีคนมาเยี่ยม ถามอาการ
ถามสาร ทุกข์สุขดิบทุกวัน คนใกล้ชิดพระองค์ท่านก็ถามเรานะว่า จะฝากอะไร ถึงท่านไหม เราบอกให้พระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พูดได้แค่นั้น มันตื้นตันจนนึกไม่ออก**
ถาม -หลังจากวันนั้นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
ยาย -ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านอีกเลย ถ้าเรามีโอกาสจะขอเข้าไปกราบแทบพระบาทเลย สิ่งที่พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือเราไว้ เป็นความซาบซึ้งที่สุดในชีวิตแล้ว
** คิดูสิโลกนี้จะหากษัตริย์อย่างท่านได้ที่ไหน เราเป็นแค่ชาวบ้านจน ๆ แต่ท่านห่วงเราเหมือนเราเป็นลูกพระองค์ท่าน ทรงห่วงเราเหมือนที่เราห่วงลูก ท่านทรงเสียสละแม้กระทั่งของส่วนพระองค์ทรงยอมลำบากกลับทางเรือเพื่อคนอย่าง เรา พูดตรง ๆ ว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ฉันตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติก็ทดแทนไม่หมด**
ถาม -กลับมาบ้านแล้ว เป็นอย่างไร?
ยาย -ตอนที่ออกจากโรงพยาบาลใหม่ ๆ พระองค์ท่านก็ส่งเงินมาให้อยู่ถึง 1 ปี ครั้งละ 3-5 พันบาท ส่งมาหลายครั้งอยู่ เรารู้เพระว่าใส่ซองสีขาว ประทับตราสำนักพระราชวัง
จาก เหตุการณ์นั้นทำให้เรารักในหลวงของเรามาก แล้วทุกวันนี้ก็ยังน้อยใจตัวเองอยู่ว่า เวลาที่ท่านป่วยเราก็ไม่มีเงินไปเฝ้า ไปแสดงความจงรักภักดีกับท่าน ได้แต่ร้องไห้อยู่กับบ้าน นั่งร้องไห้ทุกวัน ดูข่าวทุกวันไม่เคยเว้นเลย
**ฉันอายตัวเองว่า ในขณะที่ท่านให้ชีวิตใหม่กับเรา แต่เราช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย**
ถาม -การเสียสละของในหลวงคราวนั้น ได้เอามาปฏิบัติตามหรือไม่?
ยาย -มีส่วนมากเลย เวลาคนในหมู่บ้านเขาป่วยเป็นอะไร ฉันก็ไปเยี่ยมเขาทั่วไปไหนไปกัน มีใครเจ็บในหมู่บ้านนี่ฉันจะไปเยี่ยมหมด บางที ถึงไม่ใช่หมอ ไม่ใช่ญาติเขา แต่เราก็ไป ไปนั่งพูดคุยให้กำลังใจ บางทีก็ไปบีบให้นวดให้ นี่คือสิ่งที่ในหลวงให้เรา และเราให้คนอื่นต่อ
**เมืองไทยเราโชคดี ที่มีในหลวง โชคดีมาก ๆ ไม่มีกษัตริย์ที่ไหนในโลกอีกแล้วที่จะเป็นห่วงชาวบ้านอยางฉันเท่ากับท่าน คนอยางเราเปรียบไปก็เหมือนมดปลวกแต่ท่านก็ยังใส่ใจ
ท่านใส่ใจจริง ๆ เหมือนกับว่าคนไทย คือ ลูกของท่านทั้งแผ่นดิน**
:):)เรารักในหลวงค่ะ ดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมีค่ะ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญครับ ....:D
[SIZE="4"]พระองค์ทรงละเอียดในทุกเรื่อง
และมีพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้จริงๆ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานนนนนน!
บ้านอยุ่แถววัง เมื่อก่อนรถติดก่อนจะถึงบ้านตรงถนนราชดำเนินช่วงมืดแล้ว ลงไปถามตำรวจว่าใครเสด็จ ตำรวจบอกว่า ในหลวง กับพระราชินี เลยทิ้งรถไว้ เดินไปตรงใกล้ขอบถนน พอตอนเสด็จผ่าน พระองค์ท่านนั่งฝั่งที่เรา ยืนอยู่กับน้องสาวพอดี พวกเราก้อตื่นเต้นมากทั้งถอนสายบัว ทั้ง โบกมือบ้ายบาย ด้วยทำตัวไม่ถูก ด้วย ท่านหันมามองพวกเราพอดี เพราะตอนนั้นคนไม่ค่อยเยอะ รู้สึกดีใจเป็นเป็นบุญกับตัวมาก ยังจำกับน้องสาวมาจนทุกวันนี้ ขอจงทรงพระเจริญ
^
^
น่ารักจังเลยค่ะ อยากอยู่ใกล้ๆ ท่านแบบนี้จังเลยค่ะ :)
ขออนุญาตคุณ yai_625 แปะอีกเรื่องนะคะ เรื่องนี้ยาวหน่อย แต่ซึ้งใจดีค่ะ :)
ยินดีมากเลยค่ะช่วยกันมาแปะเยอะๆจะได้ชุ่มฉ่ำใจ ปลาบปลื้มกันถ้วนหน้า
เป็นkingพระองค์เดียวในโลกจริงๆค่ะที่เป็นอย่างนี้
ยังจำความรู้สึกตอนรับปริญญากับพระองค์ได้มาจนถึงทุกวันนี้
แม้จะผ่านมานานมากๆแล้ว ตื่นเต้น ตัวลอยๆไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก
เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้อยู่ใกล้ีกับพระองค์ปลาบปลื้มไม่เคยลืมค่ะ
Originally Posted by markbigLV
วันนี้อ่านใน เด็กดี มาคับ เค้าจัดอันดับราชวงศ์ที่รวยที่สุด แล้ว อันดับหนึ่งก้อคือ ราชวงศ์ของไทย ในหลวงมีพระราชทรัพย์ประมาน 1.19 ล้านล้านบาท รวยกว่า hiso ที่ทำตัวหรูหรามากมาย แต่พระองค์ ประหยัดมาก รักประเทศไทยจิงๆ
ทรงพระเจริญ
ใช่ๆเคยเห็นรูป ในหลวงขับโตโยต้า โคโรล่าด้วยอ่ะ
ต้นแบบของเศรษฐกิจพอเพียงสุดๆ:)
:Dดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย รักในหลวงค่ะ
[SIZE="3"]ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
[SIZE="7"]ขอพระองค์ทรงพระเจริญค่ะ
เรารักในหลวงค่ะ
^
^
ชอบจังเลย เห็นแล้วปลาบปลื้ม :):):)
[SIZE="4"]ทระงพระเจริญค่ะ
อ่านเรื่องที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านทีไรน้ำตาไหลทุกทีเลยค่ะ รักพระองค์ท่านมากๆค่ะ
อ่านไป ยิ้มไปค่ะ
รักในหลวง ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
นานมาแล้ว...
พ่อได้ปลูกต้นไม้ไว้ให้เรา
เพื่อวันหนึ่งจะบังลมหนาว
และคอยเป็นร่มเงา ปลูกไว้เพื่อพวกเราทุกๆ คน
พ่อใช้เหงื่อแทนน้ำรดลงไป เพื่อให้ผลิดอกใบออกผล
ให้เราทุกๆ คน เติบโตอย่างร่มเย็นในบ้านเรา
ผ่านมาแล้วห้าสิบปี ต้นไม้นั้นสูงใหญ่
ลมแรงเท่าไร ก็บรรเทา
ออกผลให้เก็บกิน แตกใบเพื่อให้ร่มเงา
คอยดูแลเรา ให้เรายังมีวันต่อไป
จนวันนี้… ใต้เงาแห่งต้นไม้ต้นใหญ่ ลูกได้อยู่ได้คอยอาศัย
แผ่นดินยังกว้างไกล แต่เหมือนว่าหัวใจพ่อกว้างกว่า
ลูกที่เกิดตรงนี้นั้นยังอยู่ และยังอยู่เพื่อคอยรักษา
จะรวมใจเข้ามา จะมีเพียงสัญญาในหัวใจ
จากวันนี้สักหมื่นปี ต้นไม้ที่พ่อปลูก
ต้องสวยต้องงดงาม และยิ่งใหญ่
สืบสานและติดตาม จากรอยที่พ่อตั้งใจ
เหงื่อเราจะเทไป ให้ต้นไม้ของพ่อยังงดงาม
จากวันนี้สักหมื่นปี ต้นไม้ที่พ่อปลูก
ต้องสวยต้องงดงาม และยิ่งใหญ่
สืบสานและติดตาม จากรอยที่พ่อตั้งใจ
เหงื่อเราจะเทไป จากหัวใจ
เหงื่อเราจะเทไป ให้ต้นไอ…ยังงดงาม
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน....:p