[SIZE="4"]เพื่อน forward มาให้ อ่านแล้วก็ใช้สติคิดอีกทีนะคะ:)
[SIZE="3"]ดิฉันได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทบัตรเครดิตที่ดิฉันถืออยู่ ขอทบทวนความถูกต้องของข้อมูล เช่น ชื่อ เลขที่บัตร และเลขที่บัตรประชาชน ว่าถูกต้องหรือไม่ โดยอ่านแล้วให้ดิฉันยืนยัน
จากนั้นเจ้าหน้าที่คนนั้นได้นำเสนอขายประกันชีวิต แล้วถามดิฉันว่าสนใจหรือไม่ ดิฉันตอบว่าสนใจแต่ขอให้ส่งรายละเอียดมาให้ดูก่อน
เจ้าหน้าที่จึงบอกดิฉันว่า ขออนุญาตให้ดิฉันพูดใหม่ว่า "สนใจ" เพราะเขาต้องบันทึกเทปเสียงพูดไว้ยืนยันกับเจ้านาย ...ดิฉันก็โง่ ทำตาม
หลังจากนั้นมีเอกสารส่งมาถึงดิฉัน...แต่ไม่ใช่รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์...มันคือ "กรมธรรม์"
กรมธรรม์นั้นระบุว่า เป็น "ประกันอุบัติเหตุ" ไม่ใช่ประกันชีวิต ซึ่งเอาไปใช้ลดหย่อนภาษีไม่ได้ และสิทธิประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และเป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ของบริษัทเจ้าของบัตรเครดิต
เพื่อนในที่ทำงานคนหนึ่งก็ประสบปัญหาเดียวกัน เราทั้งคู่จึงหารายละเอียดเกี่ยวกับบริษัท พบว่าเป็นบริษัทต่างชาติจากเกาะแห่งหนึ่งแถวอเมริกาใต้ และได้รับอนุมัติให้เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยไม่กี่ปีมานี้
ดิฉันได้โทรกลับไปที่บริษัทเพื่อขอยกเลิกกรมธรรม์แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง เจ้าที่คนใหม่อธิบายว่าดิฉันได้รับปากตกลงทำประกันแล้วทางโทรศัพท์ มีเทปเป็นหลักฐาน ..ดิฉันจึงเสียงแข็งใส่ ล่าสุด สัญญาว่าจะส่งเอกสารกลับมาให้เซ็นยกเลิก แต่ไม่ได้ส่ง
ดิฉันโทรไปปรึกษาที่หน่วยงานของรัฐ คือสายด่วนประกันภัย....เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า...ตามกฏหมาย เพียงแค่บอกทางโทรศัพท์ ว่า "สนใจ" หรือ "ตกลง" ก็ถือว่าสัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว และดิฉันต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับบริษัทหากต้องการยกเลิกกรมธรรม์
เจ้าหน้าที่สายด่วนประกันภัย แนะนำดิฉันว่า หากได้รับโทรศัพท์เสนอขายประกันอีกให้ยืนยันว่าไม่สนใจ หรือไม่ก็ขอให้เขาส่งตัวแทนประกันมาพบเพื่ออธิบายผลประโยชน์
"อย่าพูด แม้แต่คำว่า สนใจ เพราะมีผลเป็นสัญญาตามกฏหมาย"
ไม่น่าเชื่อ แค่คำพูด [SIZE="5"]สนใจ มีผลมากขนาดนี้
ตามกฎหมายเท่าที่ทราบถ้าไม่มี ใครเซ็นต์สัญญาแล้วไม่ทำตาม อันนี้มีผลบังคับใช้อย่างแน่นอน
แต่ว่ามันมีอีกกรณีนึงเช่นถ้าสัญญาไม่ได้รับความเป็นธรรมมากๆเช่น ไปเซ็นต์สัญญากับพวก แคลิฟอร์เนียฟิตเนส หรือ สถานที่ออกกำลังกายที่เคยเป็นข่าวมา อันนี้มีคนเคยไปฟ้อง สคบ และสามารถหลุดพ้นจากสัญญาที่เค้าเซ็นต์ได้ อีกอย่างเคยมีเพื่อนร่วมอาชีพโดนฟ้องเนื่องจากไปเซ็นต์สัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับนายจ้าง เพื่อนหลุดค่ะ แม้ไม่ได้ทำตามสัญญา(อันหน้าเลือดนั้น)
โดยส่วนตัวเราคิดว่าแค่คำพูดเปล่าๆ ไม่น่ามีผลบังคับอะไรได้ค่ะ
แต่ยังงัยรบกวนผู้รู้มาทางกฎหมาย มาให้ความกระจ่างด้วยนะคะ เพราะว่าตัวเราเองก็แอบกลัวเหมือนกัน เดี๋ยวจะไป[SIZE="4"] สนใจ อะไรขึ้นมาแล้วจะเป็นเรื่อง :D
ขอบคุณพี่ดิวด้วยนะคะ ที่เอาข่าวมาเตือน
เป็นวิธีที่น่าเกลียดมากเลย ขี้โกงที่สุด
ขอบคุณค่ะที่มาเตือน :)
มีจริงนะครับ อันที่ญาติผ้มเคยโดน ก็บริษัทประกันของไทยนี่แหละ และเป็นบริษัทในเครือของพวก Bank ด้วย
เพราะญาติผมแค่คุยๆๆกัน บอกว่า เออน่าสนใจ ดีจัง ไปเห็นด้วยกะเค้า อย่างงั้นอย่างงี้ พอตอนเย็นมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็เอะใจ เลยโทรไปเช๊ค (โทรมาวันศุกร์เย็นๆ ตอนเช้าวันจันทร์โทรไป เนื่องจาก ปิด เสาร์ อาทิตย์) ปรากฎเค้าบอกว่า ออกกรมธรรม์แล้ว (อะไรมันจะเร็วขนาดนั้น ทีเคลมนี่ช้ามากๆๆๆ)
ก็เลยเม้งๆๆไปแล้วบอกว่าจะยกเลิกให้ได้ สุดท้ายเค้าก็ยอมแต่ต้องเสียค่าเบี้ยประกันเดือนแรก ซึ่งก็หลายพันอยู่ครับ
อันนี้จริงค่ะ คุณพ่อเราโดนมาเลย คือพ่อเราก็อายุ 60 แล้วนะคะ (เป็นตำรวจด้วย โดนซะเอง) แล้วก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องบัตรหรือประกันอะไรหรอก บัตรเครดิตก็ไม่มี แต่มีทำบัตรอิออนไปครั้งหนึ่งเพราะทางห้างแจ้งว่าถ้าทำก็สามารถซื้อจอพลาสมาผ่อนได้ 6 เดือนไม่มีดอกเบี้ย คุณพ่อเราเลยทำ
ต่อมามีบริษัทประกัน ขอเอ่ยชือเลย ชื่อ ACE ที่อยู่ตึกอับดุลราฮิม น่ะค่ะโทรมา พ่อก็บอกไปนี่แหละว่าสนใจ ปรากฏว่ามีเป็นกรมธรรม์ส่งมาที่บ้านแล้วไปหักเงินจากบัตรอิออนด้วยพันกว่าบาท คุณแม่ได้รับ statment ก็งงเพราะนึกว่าเสียดอกเบี้ยให้ค่าจอพลาสมา พอเราเอามาดู อ้าว...ทำไมมันเขียนว่า ACE Insurance เราเลยโทรไปที่ ACE เลยค่ะบอกขอยกเลิก เค้าบอกไม่ได้เพราะต้องให้เจ้าตัวทำเอง เราเลยส่งโทรศัพท์ให้คุณพ่อเราคุย ทางประกันก็บอกว่าเค้าไม่สามารถแน่ใจได้ว่าคุยอยู่กับคนที่เอาประกันจริง ๆ เราก็เลยถามกลับว่าแล้วตอนแรกที่คุณพ่อเราบอกสนใจแล้วคุณอัดเทปไปน่ะ คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นคนที่คุณอยากให้ทำประกันด้วย ทางนู้นก็เลยบอกว่างั้นจะแฟกซ์เอกสารให้คุณพ่อเราเซ็นยกเลิกกรมธรรม์ เราก็โอเค
พอได้เอกสารคุณพ่อเราก็เซ็นและเราก็ส่งแฟกซ์กลับ ต่อมาอีกเดือน มันก็ยังหักเงินออกจากบัตรอิออนอีกแล้วอะ คราวนี้ทนไม่ไหวค่ะ ลาพักร้อนไปด่ามันที่ตึกอับดุลลาฮิมเลย จำได้ว่าเราด่ามันลั่นทั้งชั้นเลยอะค่ะ พนักงานเค้ามองเรากันใหญ่เลย เราด่าซะไม่มีดีเลย เซลล์คนที่ดูแลก็ทำหน้าเลิกลั่กตกใจเพราะไม่คิดว่าเราจะไปเพราะที่อยู่ส่งเอกสารให้คุณพ่อเราเป็นบ้านที่ราชบุรี สุดท้ายมีผู้ใหญ่คนนึงออกมารับหน้า (ผู้ใหญ่จริง ๆ นะคะ น่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ เสียงเราคงดังไปถึงห้องเค้า) ออกมารับเรื่อง รับปากว่าจะเคลียร์เงินคืนบัตรอิออนให้ เราเลยบอกว่าถ้าไม่จัดการให้เราจะมาอีก เราโกรธมากและโมโหฟิวส์ขาดเลยค่ะ
ถัดมาอีกเดือน ใบ statement มาถึง ยอดเงินเคลียร์กลับเข้ามาเรียบร้อยแล้วเลยลงเอยด้วยดี ไม่รู้ว่ามันใช้มุกนี้กะคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกกี่คน
ตกลงจริง ใช่ไหมคะเนี่ย
จะเป็นลม
แบบนี้ถ้ามันไปทำกับชาวบ้านไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เค้าคงหยวนๆกับมันไป ก็ได้เงินมาง่ายๆ แบบนี้มันหาเงินกันแบบทุจริตนิ่
ปกติแล้วสัญญาจะเกิดเมื่อคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกันตามหลักนิติกรรมสัญญานะคะ เรื่องทำเป็นหนังสือหรือไม่ได้ทำ ไม่เกี่ยวค่ะ เพราะว่าสัญญาบางประเภท กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำตามแบบ สัญญาที่ต้องทำเป็นหนังสือ หรือทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ก็มีมไม่กี่ประเภท ดูได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ค่ะ ดังนั้น สัญญาบางประเภทที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องทำตามแบบ (เป็นหนังสือ หรือจดทะเบียน หรือทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน) จึงมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมายค่ะ เพียงแต่การมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะสะดวกเวลาสืบกันในชั้นศาลค่ะ ซื่งถ้าไม่มีก็สืบพยานบุคคลกันได้ ไม่มีปัญกา
แต่กรณีนี้ ต้องมาวิเคราห์ประเด็นที่ว่่า สัญญาเกิดหรือยัง ซึ่งถ้าถามความเห็นเรา คือยังค่ะ "สนใจ" ไม่ใช่เป็นการตอบรับ ที่จะก่อให้เกิดสัญญานะคะ เพราะไม่มีลักษณะชัดเจนที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาของผู้ทำคำสนองค่ะ
กรณีอย่างนี้ เรายังไม่เคยเห็นมีฎีกานะคะ สงสัยคงยังไม่เคยมีใครฟ้องขึ้นมา
เราว่าบริษัทประกัน มัดมือชกว่าสัญญาเกิดมากกว่าค่ะ บางคนเค้าไม่ได้ทำงานด้านกฎหมาย ก็นึกว่าจะมีปัญหา นึกว่าสัญาเกิดแล้ว เพราะบริษัทประกันว่าอย่างนั้น เค้าก็กลัวก็อะไรไป แต่จริงๆแล้วเจออย่างนี้วีนได้เลยค่ะ ฟ้องไปศาลก็ยกค่ะ แค่คำว่า "สนใจ" เนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ
มดอ่านแล้วรีบโทรไปหาแม่บอกคนที่บ้านเลยค่ะ เพราะต่อให้คำว่า "สนใจ" จะทำให้เกิดสัญญาได้จริงหรือไม่
แต่ดูท่าคำว่า "สนใจ"จะทำให้เกิดเรื่องน่าปวดหัวได้พอดู
รู้จักใคร ก็เตือนๆกันนะคะ โดยเฉพาะ คุณพ่อคุณแม่ ที่อายุมากแล้ว ไม่ค่อยได้ตามข่าวสาร อาจจะไม่ทันคนเลวๆน่ะค่ะ
อืม แค่คำว่าสนใจ
สุดยอดเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆๆนะคะที่เข้ามาบอกเตือนไว้ เพราะระยะหลังเราก็มีพวกทำประกันโทรมาเยอะมาก ที่สำคัญมาจากบัตรเครดิตซะด้วย รู้ข้อมูลทุกอย่างเลย แล้วเวลาเค้าถามว่าสนใจไหม ถ้าบางตัวน่าสนใจเราก็บอกสนใจแต่ขอเอกสารมาอ่านก่อน แต่ก็ไม่มี ต่อไปจะไม่พูดว่าสนใจแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาบอกให้เป็นความรู้
นุ้ยว่าถ้ามีคนโทรมาจากบริษัทประกันที่เราไม่เคยทำประกันไว้ กดวางหูแล้วปิดเครื่องเลยดีกว่าค่ะ ง่ายดี และถ้า สนใจประกันจริงๆ ไปคยกันซึ่งๆหน้าดีกว่า ป้ญหาน่าจะน้อยลงค่ะ ^^~
ขอบคุณที่มาเตือนค่ะ ;)
ปกติแล้ว ตามกฎหมายเนี่ย เราสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 15 วัน หลังจากเราได้รับกรมธรรม์นะคะ เพื่อนเคยโดนค่ะ
เคสที่เพื่อนเราโดนเนี่ยค่ะ เค้าโทรมาพูด พยายามให้เพื่อนเข้าใจว่า เป็นจากธนาคารที่เค้าถือบัตรอยู่
แล้วก้อพูดในแนวๆที่ว่า เหมือนชวนฝากเงินน่ะค่ะ คือเราฟังมาอีกทีก้อเลยไม่ทราบรายละเอียดเท่าไหร่ แล้วไม่ทราบมันไปเออๆออๆยังไง
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก้อได้กรมธรรม์มาทางไปรษณีย์ค่ะ เพื่อนเลยโทรไปเช็คกับบัตรเครดิต ทางคอลเซ็นเตอร์เค้าบอกว่า มีการเรียกเก็บจริงๆค่ะ เป็นยอดเรียกเก็บ 3 พันกว่าบาท ต่อเดือน (โอ้ว ปีนึง 4หมื่นกว่าบาท) และทางธนาคารไม่สามารถทำอะไรให้ได้ เราต้องติดต่อบริษัทประกันเอาเอง ให้ทางบริษัทประกันเป็นคนยกเลิก ไม่งั๊นยอดเก็บตังค์ก้อจะเก็บเราไปเรื่อยๆทุกเดือน
เพื่อนเราก้อโทรไปหาพนักงานคนนั้น ขอยกเลิก เค้าพยายามบ่ายเบี่ยงจริงๆ อ้างว่า ตอบรับไปแล้ว ไม่สามารถคืนเงินได้ กรมธรรม์มีผลแล้ว บลาๆๆๆ แล้วก้อให้คนอื่นมาคุยด้วย ประมาณว่ายกเลิกไม่ได้
ถ้าเพื่อนๆคนไหนเจอแบบนี้นะคะ แนะนำให้โทรเข้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทนั้นได้เลยค่ะ ของเพื่อนเราตอนนั้นเป็นของไทยประกันชีวิตค่ะ เราเลยโทรแทน (แอบอ้างเป็นเพื่อนเรา เนื่องจากมันเบลอไปแล้ว ) ทำเรื่องขอยกเลิกกรมธรรม์ เค้าให้ส่งกรมธรรม์คืนที่สำนักงานใหญ่ และทำเรื่องคืนเงินให้เต็มจำนวนนะคะ เราไม่ต้องเสียอะไรเลย ยังไงฝากไว้ด้วยนะคะ อย่าไปยอมเด็ดขาดนะคะ
ขอบคุณที่นำมาฝากกันค่ะ ไม่งั้นไม่รู้จริงๆค่ะว่าเขาใช้วิธีไหนโกงกันแล้ว
กฎหมายบ้าอะไรเนี่ย แค่พูดว่า "สนใจ" ก็มีผลตกลงตามกฎหมาย
"สนใจ" ไม่ได้หมายความว่า "ตกลง" มันคนละความหมายกันเลยนะคะ
ไม่ทราบว่าท่านผู้บัญญัติกฎนี้ขึ้นมา เป็นเจ้าของบริษัทประกันหรืออย่างไร
ไม่เข้าท่า นี่แหละน้า .... ไม่อยากพูดต่อ ของขึ้น!!!
เรื่องจริงเลยค่ะน้องชายเคยเจอแค่บอกว่าสนใจเค้าก็จะเหมาว่าตกลง
จะทำจนถามว่าจะให้ส่งเอกสารไปที่ไหนน้องชายเลยงง..บอกว่ายัง
ไม่ได้ตัดสินใจจะทำเลยคุยกันนานกว่าเค้าจะเข้าใจค่ะ..:confused:
แค่คำว่าสนใจ ก็เออออหาว่าเราตกลงซะแระ ขี้โกงจิงๆ ต้องระวังกันหน่อยนะคะ
พี่ดิว ขอบคุณค่ะที่เอามาฝากกัน อารายฟะ มันยัดเยียดกันนี่หว่า เราก้อเคยเจอเเบบโทรมาเสนอประกัน เเบบนี้ค่ะ เเต่เราปฎิเสธทุกครั้ง เพราะรำคาญ ตื้ออยู่ได้ เเละชอบโทรมาเวลาเรามีประขุมลุกค้านอกสถานที่ทุกที เซ็งจังทำไมคนเราชอบมาเอาเปรียบคนอื่นๆกันเเบบนี้ มันไม่สัมมาอาชีพเลยนะคะ มันยัดเยียดเอาเปรียบผู้บริโภคกันชัดๆ เเถมกฏหมายก้อมีช่องโหว่ให้พวกนี้อาศัยช่องโหว่ หากิน แย่มากๆ