มีใครอยากฉีดกลูต้าบ้างมั้ยค่ะมาแบ่งปันความรู้กันค่ะ
โดย mamy_sas
mamy_sas
#1
คือตัวเองเอาความรู้มาแบ่งปันเพื่อนๆที่คิดและไม่คิดที่อยากจะฉีดสารกลูต้าไธโอนนะค่ะ
เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆในนี้บ้างไม่มากก็น้อยเพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าควรหรือ
ไม่ควรอย่างไร ถ้าใครมีความรู้อยากมาร่วมแชร์ได้นะค่ะ แต่ตัวเองคิดว่ามันอันตรายเพราะ
ไม่ผ่าน อย. ที่ไม่ผ่านเพราะอะไรค่ะ ....


กลูตาไธโอนช่วยให้ผิวขาวได้จริงหรือ?

ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น อาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ของการใช้ยากลูตาไธโอนคือ การยับยั้งการสร้างเซลล์เม็ดสีให้ผิวหนัง รวมทั้งการเปลี่ยนเม็ดสีที่สร้างขึ้นจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว จึงมีการคิดนำเอาสารชนิดนี้มาใช้เป็นอาหารเสริมโดยหวังว่า จะสามารถเสริมและเพิ่มความเข้มข้นของกลูตาไธโอนในกระแสเลือดให้มากๆ เพื่อหวังผลให้ผิวหน้าขาวอมชมพู แต่ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมนั้น ทานมากเท่าไหร่ก็จะไม่ได้ผล เพราะสารชนิดนี้จะถูกย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกาย ไม่ถูกดูดซึม แพทย์หลายสำนักจึงได้มีการดัดแปลงโดยทำการฉีดเข้าเส้นหรือเข้ากล้ามเนื้อเช่นเดียวกับการรักษาโรคต่างๆ อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงของผิวขาวเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่ควรใช้ยานี้ในทางที่ผิด

กลูตาไธโอนในธรรมชาติ

พบมากในผลไม้ ได้แก่ แตงโม สตรอเบอรี่ องุ่น ผลอโวกาโด ส่วนในผักพบมากใน หน่อไม้ฝรั่ง สำหรับเนื้อสัตว์จะพบได้ใน ปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ดังนั้นควรเลือกรับประทานจากธรรมชาติดีกว่าที่จะหลงไปใช้สารนี้อย่างผิดๆ และขาดความเข้าใจ
mamy_sas
#2
เขียนโดย พิมลพรรณ พิทยานุกุล คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล
Tuesday, 22 April 2008
กลูตาไธโอนคืออะไร
สารกลูตาไธโอน เป็นสารที่เซลล์ในร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วนโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เช่น ตัวยาหรือสารพิษที่ไม่ละลายน้ำ เมื่อรวมตัวกับสารกลูตาไธโอน จะช่วยให้ละลายน้ำได้และถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ในที่สุด สารพิษจำพวกโลหะหนักหรือสารกำจัดแมลง สามารถถูกขจัดออกจากร่างกายได้โดยการทำงานของกลูตาไธโอนร่วมกับตับ
สารกลูตาไธโอนยังมีหน้าที่สำคัญอีกมากมายในร่างกาย เช่น สังเคราะห์โปรตีน ช่วยให้เม็ดเลือดแดงมีความแข็งแรง ช่วยเร่งการซึมผ่านของสารอาหารเข้าสู่เซลล์ ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งนั่นเอง
โดยสรุปสารกลูตาไธโอน จึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่มีกำลังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีหรือวิตามินอี เมื่ออายุคนเรามากขึ้นปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดน้อยลง มีผลทำให้เซลล์และอวัยวะทุกส่วนเสื่อมโทรมลง ในทางตรงกันข้าม นักวิจัยพบว่าผู้ที่มีอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง มักจะตรวจพบสารกลูตาไธโอนปริมาณสูงในกระแสเลือด
การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
สารกลูตาไธโอนมีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทบกพร่อง เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะ และมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยได้รับการรับรองให้ใช้เป็นยามามากกว่า 30 ปี การรักษามักจะให้โดยการฉีดเข้าเส้นหรือเข้าที่กล้ามเนื้อ อาการข้างเคียงของยาดังกล่าวตอนนี้ยังไม่พบ แต่อย่างไรก็ตามพบว่า สารกลูตาไธโอนมีผลข้างเคียงในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ผลข้างเคียงนี้จึงทำให้มีการแตกตื่นและนำกลูตาไธโอนมาเตรียมเป็นยาเม็ดเพื่อใช้เป็นอาหารเสริม เพื่อชะลอวัย และหวังผลให้ผิวขาวใสหรือผิวขาวอมชมพู
ยาเม็ดกลูตาไธโอน ได้ผลจริงหรือ ?
ในวงการของอาหารเสริม มีการนำสารกลูตาไธโอนมาทำเป็นยาเม็ดในขนาดความแรงต่างๆ กัน เพื่อใช้ในการรับประทานเป็นอาหารเสริม โดยหวังผลว่า จะสามารถเสริมและทดแทนปริมาณกลูตาไธโอนที่ร่างกายมีไม่พอหรือบกพร่องไป อันเนื่องมาจากสาเหตุของโรคต่างๆ
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า สารกลูตาไธโอนจะไม่สามารถถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหารได้ เพราะจะถูกย่อยสลายและขับออกทางลำไส้ ดังนั้นการรับประทานยาเม็ดกลูตาไธโอนจึงไม่ได้รับประโยชน์เลย ไม่ว่าจะกินครั้งละหลายๆ เม็ดหรือในขนาดที่สูงมากๆ ก็ตาม
กลูตาไธโอนช่วยให้ผิวขาวได้จริงหรือ?
ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น อาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ของการใช้ยากลูตาไธโอนคือ การยับยั้งการสร้างเซลล์เม็ดสีให้ผิวหนัง รวมทั้งการเปลี่ยนเม็ดสีที่สร้างขึ้นจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว จึงมีการคิดนำเอาสารชนิดนี้มาใช้เป็นอาหารเสริมโดยหวังว่า จะสามารถเสริมและเพิ่มความเข้มข้นของกลูตาไธโอนในกระแสเลือดให้มากๆ เพื่อหวังผลให้ผิวหน้าขาวอมชมพู แต่ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมนั้น ทานมากเท่าไหร่ก็จะไม่ได้ผล เพราะสารชนิดนี้จะถูกย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกาย ไม่ถูกดูดซึม แพทย์หลายสำนักจึงได้มีการดัดแปลงโดยทำการฉีดเข้าเส้นหรือเข้ากล้ามเนื้อเช่นเดียวกับการรักษาโรคต่างๆ อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงของผิวขาวเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่ควรใช้ยานี้ในทางที่ผิด
ภาวะที่ร่างกายขาดกลูตาไธโอน
เนื่องจากสารดังกล่าวร่างกายสร้างได้เอง แต่สภาวะที่ร่างกายอาจขาดหรือมีกลูตาไธโอนไม่เพียงพอ เช่น เมื่อร่างกายมีโรคแทรกซ้อน ทำให้กลูตาไธโอนลดน้อยลงด้วยสาเหตุการถูกทำลายด้วยยารักษาหรือด้วยตัวโรคเอง หากร่างกายขาดหรือมีกลูตาไธโอนน้อย จะมีผลทำให้เกิดโรคตับอักเสบง่าย ทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ มีโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจ โรคหืด ผู้ที่มีกรรมพันธุ์เกี่ยวกับความบกพร่องของกลูตาไธโอนมักจะมีปัญหาโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท ผู้ที่ป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ ปริมาณกลูตาไธโอนในระบบเลือดจะต่ำมากๆ ผู้ที่สูบบุหรี่จัดก็เช่นกัน ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย
กลูตาไธโอนในธรรมชาติ
พบมากในผลไม้ ได้แก่ แตงโม สตรอเบอรี่ องุ่น ผลอโวกาโด ส่วนในผักพบมากใน หน่อไม้ฝรั่ง สำหรับเนื้อสัตว์จะพบได้ใน ปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ดังนั้นควรเลือกรับประทานจากธรรมชาติดีกว่าที่จะหลงไปใช้สารนี้อย่างผิดๆ และขาดความเข้าใจ
เขียนโดย ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายผู้พิการ ที่ 10:09 หลังเที่ยง
mamy_sas
#3
เรื่องเล่าจากสาวเกาหลีนางหนึ่ง ที่อยากสวยจัด คลั่งทำศัลย
กรรมมาก จนเข้าขั้นป่วยทางจิต นำน้ำมันพืชมาฉีดหน้า นอก
จากจะไม่ได้ทำให้สวยขึ้นแต่กลับทำให้หน้าเละ เป็นอุทาหรณ์
์สอนใจให้กับคนที่รักสวยรักงามได้เป็นอย่างดี
แต่ไม่ใช่แค่สาวเกาหลีเท่านั้น ที่คลั่งการฉีดสารต่าง ๆ เพื่อให้
้ตัวเองสวยเท่านั้น แม้แต่ฝรั่งยังแห่ไปฉีดสารที่ทำให้มีผิวสี
แทนกันเป็นแถว
ส่วนสาวไทยก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันไปฉีดสารที่เรียกว่า
กลูตาไธโอน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผิวขาวใส ดูเปล่งปลั่ง
สารกลูตาไธโอนมีคุณสมบัติอย่างนั้นจริงหรือ แล้วสาร
กลูตาไธโอนคืออะไร วันนี้เราจะไปรู้จักด้วยกัน
กลูตาไธโอนคืออะไร
สารกลูตาไธโอน เป็นสารอาหารธรรมชาติที่ร่างกายเราสามารถสร้างได้ จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เช้นเนื้อสัตว์ ผักสีเขียวรวมถึงสมุนไพรบางชนิดอย่างอบเชย ทำหน้าที่ในการต้านอนุมูลอิสระ หรือสารพิษต่าง ๆ จากร่างกาย ช่วยป้องกันและเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายเราได้อีกด้วย
กลูตาไธโอน ทำให้ขาวได้จริงหรือ
ปัจจุบันยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และแพทยสภาว่าสามารถทำให้ผิวขาวได้จริงหรือไม่
นอกจากนี้ นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ยังออกมาเตือนสาว ๆ ด้วยว่า หลักสำคัญข้อเดียวคือ เมื่อมีการฉีดสารใด ๆ ก็ตามเข้าสู่ร่างกายแล้ว ร่างกายจะต้องสามารถเอาออกมาได้ ถ้าเอาเข้าไปแล้วเอาออกมาไม่ได้ ถือว่ายังไม่ปลอดภัย เพราะร่างกายจะถือว่าสารเหล่านั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งจะทำปฏิกิริยาปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมนั้น ๆ เหมือนกับที่สาวเกาหลีหน้าเสียโฉมเพราะร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้านนั่นเอง
กลูตาไธโอนแพร่หลาย จนสามารถหามาฉีดเองได้
ข้อนี้เป็นอันตรายมาก ๆ เพราะมีเว็ปไซต์บางเว็ปประกาศขายสารกลูตาไธโอนตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่น แถมยังแนะนำวิธีการฉีดและอวดอ้างสรรพคุณ ทำให้ดูน่าเชื่อถือ จนมีคนหลงเชื่อและซื้อไปฉีดหรือซื้อไปกินเพื่อให้ผิวขาวมากแล้ว
การหาซื้อสารที่ยังไม่มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาฉีดเองนั้น นอกจากจะไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัดแล้ว สารที่ได้อาจเป็นของปลอม เมื่อเราฉีดเข้าไปแทนที่จะสวยอาจกลายเป็นเสียโฉมได้ แถมยังเสียรู้และเสียเงินฟรีอีกด้วย
อยากสวยอยากแต่ง สามารถทำได้ แต่ต้องมีสติและรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้แอบอ้าง และรู้จักความพอดี และพอใจกับสีผิวของตัวเองดีที่สุด
mamy_sas
#4
ไขความจริง 'กลูตาไธโอน' สารทำให้ผิวขาว
หลายคนคงเคยได้ยินข่าวการฉีดสารกลูตาไธโอน สารที่ทำให้ผิวขาวกันมาบ้างแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า สารกลูตาไธโอน เป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย และเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย การฉีดสารดังกล่าวเข้าไปอาจทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบได้ จริงอยู่ที่สารกลูตาไธโอนทำให้ผิวขาวขึ้นได้ แต่ก็มีโทษอยู่เหมือนกัน และจะยิ่งอันตรายหากฉีดสารกลูตาไธโอนด้วยตัวเอง ดังนั้น คอลัมน์ “หมอรามาฯไขปัญหาสุขภาพ” วันนี้ จะมาเผยความจริงของสารกลูตาไธโอนเพื่อให้เป็นข้อมูลการตัดสินใจก่อนที่ใครหลายคนจะเริ่มฉีด

กลูตาไธโอนคืออะไร จำเป็นต่อร่างกายหรือไม่

กลูตาไธโอน (Glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกาย ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง จากอาหารประเภทโปรตีน ไข่และนม รวมถึงผักผลไม้ประเภท หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด และวอลนัท ร่างกายจะเก็บกลูตาไธโอนที่สร้างขึ้นไว้ที่ตับ สามารถพบกลูตาไธโอนได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย

กลูตาไธโอนมีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีและอีได้มากขึ้น เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA นอกจากนี้ยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยผ่านการสร้างเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ และช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย

ใช้ในทางการแพทย์อย่างไร ช่วยให้ผิวขาวจริง หรือไม่

มีรายงานการใช้ในรูปแบบฉีดหลายกรณี ทั้งใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ฉีดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดระหว่างผ่าตัด รักษาโรคทางระบบประสาท ขับพิษจากโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง ยาพาราเซตามอลเกินขนาด ใช้เพิ่มภูมิต้านทานในผู้ป่วยเอดส์และมะเร็ง ในบางประเทศได้ขึ้นทะเบียนกลูตาไธโอนเป็นยาบางประเทศอนุญาตให้ใช้เป็นอาหารเสริม แต่สำหรับในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกลูตาไธโอนเป็นยา และไม่อนุมัติให้ใช้สารชนิดนี้ในรูปแบบฉีด

หากถามว่าช่วยให้ผิวขาวได้จริงหรือไม่ ต้องบอกว่า เดิมทีกลูตาไธโอนถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ฉีดเพิ่มภูมิต้านทาน รักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แต่กลับพบว่าผู้ป่วยมีผิวขาวขึ้น มีสีผมอ่อนลงหลังฉีดยา จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้ผิวขาวกันมากขึ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้ว หากร่างกายได้รับกลูตาไธโอนมากเกินไป ก็จะไปกดการสร้างเม็ดสีของผิวทำให้ผิวขาว ซึ่งอธิบายได้จาก

ปกติในร่างกายคนเรา เซลล์สร้างเม็ดสี (melano cyte) จะผลิตเม็ดสีเมลานินอยู่ 2 ชนิด ผิวคล้ำแบบคนเอเชียหรือคนไทย จะมีเม็ดสีขนาดใหญ่ เรียกว่า ยูเมลานิน (Eumelanin) คนผิวขาวแบบฝรั่ง จะมีเม็ดสีขนาดเล็กกว่า เรียกว่า ฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) เมื่อร่างกายเราได้รับ กลูตาไธโอนปริมาณมาก จะไปกดการสร้างยูเมลานินตามปกติลง เปลี่ยนเป็นสร้างฟีโอเมลานินเพิ่มขึ้นชั่วขณะ ผิวจึงดูขาวขึ้น แต่เนื่องจากกลูตาไธโอน ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางพันธุกรรมของ เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์สร้างเม็ดสีก็กลับไปสร้างเม็ดสียูเมลานินมากตามปกติเหมือนเดิม


ดังนั้น ผู้ที่ฉีดกลูตาไธโอนเพื่อให้ผิวขาวขึ้น จำเป็นต้องฉีดในปริมาณมากกว่าขนาดที่ใช้รักษาตามปกติหลายเท่าตัวเป็นเวลาต่อเนื่องกันนาน จึงไม่จัดเป็นการดีท็อกซ์ และอาจมีอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้

มีอันตรายจากการใช้ หรือมีผลต่อชีวิตอย่างไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่น่ากลัว คือการฉีดยาใด ๆ ก็ตามเข้าเส้นเลือดดำ ล้วนมีโอกาสที่จะแพ้ได้ ทั้งการแพ้ตัวยาเอง หรืออาจจะแพ้สารฆ่าเชื้อ สารกันเสีย สารปนเปื้อน ซึ่งจากรายงานในต่างประเทศพบว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดกลูตาไธโอนขนาดสูง มีอาการช็อก ความดันต่ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที นอกจากนี้ก็ยังพบว่า มีการนำสารกลูตาไธโอน ที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมทั้งยาปลอมที่ผลิตที่เวียดนาม และ จีน มาจำหน่ายและใช้อย่างผิดกฎหมาย

การฉีดกลูตาไธโอน มักให้ร่วมกับวิตามินซีขนาดสูง เพื่อกระตุ้นให้ ออกฤทธิ์ ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งการฉีดวิตามินซี ในขนาดที่สูงและเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดอาการมึน ศีรษะคล้ายจะเป็นลมได้ หากใช้ กลูตาไธโอนในผู้ป่วยมะเร็ง อาจทำให้ประสิทธิภาพของเคมีบำบัดลดลง การได้รับสารกลูตาไธโอนปริมาณมาก มีผลทำให้ขบวนการต้านอนุมูลอิสระของร่างกายเสียสมดุล กลายเป็นอนุมูลอิสระ กลับมาทำร้ายร่างกายได้

แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ ปัจจุบันมีการ โฆษณาขายกลูตาไธโอนอย่างแพร่หลายทางอินเทอร์เน็ตราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงเป็นหมื่นบาท ที่มีการแนะนำวิธีฉีดและอวดอ้างสรรพคุณจนทำให้คนที่อยากขาว เกิดความสนใจและซื้อหาไปทดลองฉีดกันเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพ้ ติดเชื้อ และปัญหา อื่น ๆ ตามมาอีกมาก

ข่าวที่ออกมาว่าใช้สารกลูตาไธโอนแล้ว จะทำให้ตาบอดและเป็นมะเร็ง จริงหรือไม่

สำหรับข่าวการใช้สารกลูตาไธโอนแล้ว จะทำให้ตาบอดและเป็นมะเร็ง สามารถอธิบายได้ว่า การที่ร่างกายได้ รับสารกลูตาไธโอนเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เม็ดสีเมลานิน ทั้งที่ผิวหนังและที่จอตาลดลง ทำให้จอตารับแสงได้น้อยลง เสี่ยงต่อการมองเห็นได้ในอนาคต ทางวารสารทางการแพทย์สหรัฐอเมริกาจึงได้จัดว่า สารกลูตาไธโอนเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทางตา ส่วนเม็ดสีเมลานินที่ผิวหนัง จะทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสงที่ผิวหนัง หากเม็ดสีที่ผิวหนังลดลง ร่างกายก็ขาดเกราะป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต ทำให้ผิวเหี่ยวย่นเร็ว และแก่เร็วขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังด้วย ดังนั้น ถึงแม้ตัวสาร กลูตาไธโอนเองจะเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ แต่การได้รับแสงอัลตราไวโอเลตปริมาณมากกลับอันตรายยิ่งกว่า

เหตุใดจึงต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดโดยตรง

กลูตาไธโอนมีทั้งชนิดฉีด ชนิดพ่น และชนิดรับประทาน ซึ่งอย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าสารชนิดนี้ หากรับประทานจะถูกย่อยไปก่อนการดูดซึม จึงมีผู้พยายามลองใช้ในปริมาณสูง ๆ เพื่อหวังว่าจะดูดซึมได้บ้าง แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการศึกษาใดบอกว่า ต้องกินมากแค่ไหนจึงจะดูดซึมได้ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าปริมาณที่กินมาก ๆ นั้น จริง ๆ แล้วดูดซึมได้หรือเปล่า และผลข้างเคียงระยะยาวมีอะไรบ้าง



ส่วนยาชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าเส้นเลือดโดยตรง น่าจะเพิ่มขนาดยาได้แน่นอนกว่า แต่ผลข้างเคียงที่น่ากลัว คือการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ มีโอกาสที่จะแพ้ได้ กลูตาไธโอนชนิดฉีดมีใช้ในคลินิกเอกชนมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการใช้ในโรงพยาบาลรัฐหรือโรงเรียนแพทย์ เพราะไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว นอกจากนี้ การฉีดยังเป็นการ เพิ่มสารกลูตาไธโอนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น อาจทำให้ผิวขาวขึ้นได้ในเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้น สีผิวก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม จึงต้องทำให้ฉีดต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

สุดท้ายนี้ ผู้บริโภคไม่ควรตกเป็นเหยื่อของคำโฆษณาใด ๆ ที่อวดอ้างว่าจะสามารถช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ใช้ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ ร่างกายก็กลับไปผลิตเม็ดสีตามปกติ ทั้งนี้การที่ประชาชนในแถบเอเชียหรือประเทศเขตร้อน มีผิวคล้ำ ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เพราะสามารถป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์ได้ ทำให้โอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนังของเราน้อยกว่าคนผิวขาว จึงไม่ควรมีค่านิยมที่ผิดในการเปลี่ยนสีผิวให้ผิดธรรมชาติ.

อ.พญ.ชนิตว์วัณณ์ ตรีวิทยาภูมิ

หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์
mamy_sas
#5
อันตรายจากสารกลูตาไธโอน
หัวข้อ : "ฉีดผิวขาว" ย้ำอันตราย "ถึงตาย" สยามฯขึ้นป้ายเกลื่อน ข่าวจั๊ว!!

--------------------------------------------------------------------------------

อย.เตรียมประสานกองประกอบโรคศิลปะลุยจับคลินิกเสริมความงามใช้สาร"กลูตาไธโอน" ทำดีท็อกซ์หน้าขาว-ตัวขาว เลขาฯ อย.ยัน ไม่เคยอนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวฉีดเข้าเส้นเลือด ชี้หากเกินขนาดอันตรายถึงตาย จี้แพทยสภาเอาผิดหมอ ขณะที่สถาบันเสริมความงามย่านสยามสแควร์เปิดให้บริการฉีดสารทำดีท็อกซ์หน้าขาว-ตัวขาวเกลื่อน แฉแห่ฉีดจนยาหมดเกลี้ยง

หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวสถานเสริมความงามบางแห่งลักลอบนำเข้าสารกลูตาไธโอนฉีดให้ลูกค้าเพื่อเพิ่มความขาวให้กับผิวพรรณ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายเพราะสารดังกล่าวไม่ได้ยื่นขออนุญาตหรือขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด ล่าสุด เลขาธิการ อย. เตรียมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกวาดล้างจับกุมสถานเสริมความงามและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการนำสารกลูตาไธโอนเข้ามาใช้ในประเทศไทยแล้ว โดยเมื่อวันที่26 พฤศจิกายน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรืออนุญาตให้นำเข้าสารกลูตาไธโอน และเชื่อว่าผู้ที่นำสารดังกล่าวเข้ามาใช้ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนี้สารดังกล่าวใช้สำหรับบำบัดรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร โดยนำไปผสมกับสารตัวอื่นๆ ก่อน ซึ่งต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งคุณสมบัติของสารดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อฉีดให้ผิวขาวแต่อย่างใด



การนำสารกลูตาไธโอนมาฉีดเพื่อให้ผิวขาวไม่ว่าจะฉีดโดยคลินิกหรือร้านเสริมความงาม ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งยังถือเป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากทาง อย.ไม่เคยขึ้นทะเบียนสารดังกล่าวในประเทศไทย และไม่ได้อนุญาตให้มีการนำเข้า ซึ่งหากพบจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา มีความผิดการโฆษณาเกินจริง มีโทษปรับถึง 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังเป็นการขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว เลขาธิการอย. กล่าวด้วยว่า สารกลูตาไธโอน หากเป็นชนิดรับประทาน กำหนดให้ทานได้ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วย แต่จากการสำรวจตามเว็บไซต์ที่มีการขายสารชนิดนี้โดยมุ่งให้ผิวขาวนั้น มีแนะนำให้รับประทานถึง 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาจนเป็นอันตรายได้

เลขาธิการอย.กล่าวด้วยว่า จะร่วมกับกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อดำเนินการกวาดล้างจับกุมผู้ที่นำสารดังกล่าวมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะดำเนินคดีสถานหนัก และหากพบว่าผู้ที่นำมาใช้เป็นแพทย์จะร้องเรียนไปยังแพทยสภาเพื่อให้ดำเนินการเอาผิดทางจรรยาบรรณแพทย์ต่อไป
นายวินิตอัศวกิจวิรี ผู้อำนวยการกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สารกลูตาไธโอนที่ใช้เป็นตัวยาฉีดเข้าร่างกายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการขอขึ้นทะเบียนกับกองควบคุมยา หากแพทย์นำไปฉีดให้คนไข้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้จะเป็นตัวยานำเข้าหรือลักลอบซื้อมาจากต่างประเทศก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้น เพราะยังไม่ขึ้นทะเบียนกับ อย. การนำสารหรือยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนรับรองถูกต้องมาฉีดให้คนไข้ อาจเป็นการทดลองยารูปแบบหนึ่งก็ได้ ขอเตือนให้ประชาชนระวัง อย่าหลงกับคำอ้างว่าผ่าน อย.แล้ว ส่วนที่อ้างว่าสารกลูตาไธโอนผ่านการรับรองจาก อย.นั้น ก็เป็นเพียงอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบกรดอะมิโน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อใช้กินร่วมกับวิตามินเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกายเท่านั้น ไม่เคยอนุญาตให้เป็นยาเดี่ยวหรือยาฉีดเข้าร่างกายแต่อย่างใด



นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดก่อน ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้ว่า จะเอาผิดกับแพทย์ที่นำสารดังกล่าวมาใช้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมามียาหลายชนิดที่แพทย์นำผลข้างเคียงมาใช้กับผู้ป่วย อย่างเช่น ยาแก้แพ้ ก็มีการสั่งนำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการคันตามร่างกายเพื่อให้ผู้ป่วยหลับและไม่คัน ขณะที่ศ.นพ.นิวัติ พลนิกร ประธานวิชาการสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ ให้ข้อมูลว่า สารกลูตาไธโอนมีเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ปกติแพทย์จะใช้ในปริมาณเพียง 200 มิลลิกรัมต่อครั้ง แต่กลุ่มคลินิกเสริมความงามได้นำมาใช้เป็นสารผสมกับวิตามินซี เพื่อฉีดให้ผิวขาวขึ้น โดยจะใช้สารกลูตาไธโอนสูงถึง 600-1,000 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดดำโดยตรง ซึ่งมากกว่าปกติ 3-5 เท่า

ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องใช้ปริมาณมากขนาดนั้น ก็เพื่อให้ได้ผลและเห็นผลรวดเร็วว่าผิวดูขาวขึ้นจริง ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายมาก อยากเตือนให้แพทย์ด้านศัลยกรรมความงามเลิกใช้สารกลูตาไธโอนฉีดให้วัยรุ่นเพื่อเปลี่ยนสีผิวให้ขาวขึ้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย หากผู้ป่วยเกิดอาการแพ้รุนแรงหรือช็อกเสียชีวิต จะสร้างความเสียหายให้แก่แพทย์ที่ฉีดเอง



วันเดียวกันผู้สื่อข่าว"คม ชัด ลึก" ได้ออกสำรวจคลินิกเสริมความงามย่านสยามสแควร์ แหล่งรวมวัยรุ่น พบว่าคลินิกชื่อดังหลายแห่งล้วนมีโปรแกรมฉีดสารกลูตาไธโอน โดยอ้างว่าเป็นการ "ฉีดดีท็อกซ์หน้าขาว ตัวขาว" สนนราคาเข็มละ 1,600-4,000 บาท และต้องฉีดอย่างน้อย 3-5 เข็ม แล้วแต่สีผิวของลูกค้า พร้อมกับอ้างสรรพคุณว่า จะทำให้ผิวทั่วเรือนร่างขาวกระจ่าง สดใส ไร้รอยด่างดำ โดยเฉพาะผิวใต้วงแขน ริมฝีปาก ตลอดจนทำให้หัวนมขาวอมชมพู

ยิ่งไปกว่านั้นคลินิกเสริมความงามชื่อดังที่มีหลายสาขาแห่งหนึ่งอ้างว่า การฉีดสารกลูตาไธโอนเป็นการดีท็อกซ์หรือฟื้นฟูร่างกาย ทำให้มีรังสีออร่าทั่วเรือนร่าง และผิวจะขาวขึ้นเหมือนดารา เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามรายละเอียด เจ้าหน้าที่ประจำคลินิกให้ข้อมูลว่า ต้องฉีดอย่างน้อย 5 เข็ม ถึงจะเห็นผล และต้องฉีดทั้งหมด 10 เข็ม รวมเป็นเงิน 3 หมื่นบาทต่อคอร์ส พร้อมกับรับรองว่า แค่ฉีดเพียงเข็มแรกก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ซึ่งจะมีสีขาวขึ้น แต่ต้องมาฉีดทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 10 สัปดาห์

เจ้าหน้าที่คลินิกชื่อดังบอกด้วยว่าตอนนี้โปรแกรมฉีดดีท็อกซ์ผิวขาว หรือฉีดสารกลูตาไธโอนผสมกับวิตามินซี กำลังเป็นที่นิยมของลูกค้าวัยรุ่นอย่างมาก โดยตัวยาที่สั่งซื้อจากเยอรมนีได้ฉีดให้ลูกค้าหมดแล้วภายในหนึ่งสัปดาห์ หากต้องการฉีดต้องรออย่างน้อย 3 วัน จนกว่าตัวยาชุดใหม่ที่สั่งซื้อจะมาถึง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่คลินิกเลเซอร์ด้านความงามอีกแห่ง บอกว่า หากต้องการเห็นผลเร็วสามารถฉีดได้เลย 2 เข็มพร้อมกัน ราคาเข็มละ 2,200 บาท

ด้านแพทย์ประจำคลินิกศัลยกรรมชื่อดังอีกแห่งหนึ่งอ้างว่า การฉีดสารกลูตาไธโอนเป็นเหมือนการฉีดโปรตีนเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือด ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย นอกจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ความดัน หรือโรคหัวใจ หากฉีดประมาณ 5 เข็ม จะช่วยให้ผิวขาวใสได้ยาวนานถึง 6 เดือน แต่ต้องมีการดูแลรักษาผิวโดยทาโลชั่นเพิ่มเติม ตอนนี้วัยรุ่นกำลังฮิตมาก มาฉีดวันละหลายราย ส่วนลูกค้าใหม่ที่มาลองฉีดเข็มแรกแล้วเห็นผลก็มาขอฉีดซ้ำอีก

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังตรวจสอบตามเว็บไซต์ซื้อขายสินค้า พบว่าหลายเว็บไซต์มีผู้นำสารกลูตาไธโอนในลักษณะของยาฉีดมาประกาศขาย อ้างว่านำเข้าโดยตรงจากต่างประเทศ เช่น เยอรมนี อิตาลี โดยตั้งราคาขายชุดละ 3,800 บาท ซึ่งชุดหนึ่งจะมีสารกลูตาไธโอน 600 มิลลิกรัม 10 หลอด นอกจากนี้ยังมีผู้มาประกาศขอซื้อสารกลูตาไธโอนที่มีปริมาณหลอดละ 3,000 มิลลิกรัมด้วย โดยอ้างว่าซูเปอร์สตาร์ชื่อดังอย่าง "ไมเคิล แจ็กสัน" ได้ฉีดในปริมาณสูงถึง 3,000 มิลลิกรัม อย่างต่อเนื่อง



ที่มาจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
Bright
#6
เข้ามาดูครับ...
mamee
#7
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากค่ะ:)
yammy
#8
Originally Posted by mamy_sas
[SIZE="5"]อันตรายจากสารกลูตาไธโอน
หัวข้อ : "ฉีดผิวขาว" ย้ำอันตราย "ถึงตาย" สยามฯขึ้นป้ายเกลื่อน ข่าวจั๊ว!!

--------------------------------------------------------------------------------
เลขาธิการอย.กล่าวด้วยว่า จะร่วมกับกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อดำเนินการกวาดล้างจับกุม ผู้ที่นำสารดังกล่าวมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะดำเนินคดีสถานหนัก และหากพบว่าผู้ที่นำมาใช้เป็นแพทย์ จะร้องเรียนไปยังแพทยสภา เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดทางจรรยาบรรณแพทย์ต่อไป

นายวินิตอัศวกิจวิรี ผู้อำนวยการกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สารกลูตาไธโอนที่ใช้เป็นตัวยาฉีดเข้าร่างกายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการขอขึ้นทะเบียนกับกองควบคุมยา หากแพทย์นำไปฉีดให้คนไข้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้จะเป็นตัวยานำเข้าหรือลักลอบซื้อมาจากต่างประเทศก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้น เพราะยังไม่ขึ้นทะเบียนกับ อย.
การนำสารหรือยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนรับรองถูกต้องมาฉีดให้คนไข้ อาจเป็นการทดลองยารูปแบบหนึ่งก็ได้ ขอเตือนให้ประชาชนระวัง อย่าหลงกับคำอ้างว่าผ่าน อย.แล้ว ส่วนที่อ้างว่าสารกลูตาไธโอนผ่านการรับรองจาก อย.นั้น ก็เป็นเพียงอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบกรดอะมิโน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อใช้กินร่วมกับวิตามินเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกายเท่านั้น ไม่เคยอนุญาตให้เป็นยาเดี่ยวหรือยาฉีดเข้าร่างกายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องใช้ปริมาณมากขนาดนั้น ก็เพื่อให้ได้ผลและเห็นผลรวดเร็วว่าผิวดูขาวขึ้นจริง ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายมาก อยากเตือนให้แพทย์ด้านศัลยกรรมความงาม เลิกใช้สารกลูตาไธโอนฉีดให้วัยรุ่น เพื่อเปลี่ยนสีผิวให้ขาวขึ้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย หากผู้ป่วยเกิดอาการแพ้รุนแรงหรือช็อกเสียชีวิต จะสร้างความเสียหายให้แก่แพทย์ที่ฉีดเอง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก


[SIZE="5"]อ๋อ..มี่สงสัยว่าทำไม หมอที่มี่เคยคิดจะไปฉีดด้วย
ตอนนี้เค้าหยุดรับงานชั่วคราว เพราะกลัวงานจะเข้านี่เอง (กลัวโดนปลดจากอาชีพ)
กะว่าจะไปลอง ฉีดสักเข็ม สองเข็มซะหน่อย

แต่เมื่อได้อ่านข้อมูลที่ จขกท.มาลง สงสัยคงต้องตัดสินใจใหม่ซะแล้ว
คงต้องหาข้อมูล และถามคนที่เคยฉีดซะก่อน ว่ามีอันตรายบ้างไหม เพราะกลัวอายุสั้น

ขอบคุณ จขกท.ค่ะ ที่มาให้ข้อมูล ดีจัง...จะได้มีข้อมูลหลายๆ ทางในการตัดสินใจ
:D
Sweet_Jasmine
#9
[SIZE="3"]ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ เราขอออกความเห็นส่วนตัวจากคนผิวขาวคนนึงนะคะ
เราเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผิวดี แต่เรากลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทั้งหมดอ่ะค่ะ
เพราะเราแค่ขาว แต่เราไม่ได้เนียน ละเอียด ใส ผิวหน้าเราก็เป็นสิว ผิวตัวก็แห้ง ฯลฯ
คือขาวอย่างเดียวเอง หลายครั้งเราเห็นเพื่อนเราที่ผิวคล้ำ บางคนดำเลยก็ว่าได้
แต่ผิวเค้าเนียนใสละเอียดทั้งตัวและใบหน้า เรากลับรู้สึกว่านี่แหล่ะ ผิวดีของจริง และก็ดุสวย มีออร่า มากๆ

จริงๆแล้วเราว่าผิวสีอะไรก็สวยได้อ่ะค่ะ ขอแค่ผิวเนียนละเอียดใส ก็คือ มีออร่า ทั้งนั้น
แค่ขาวมันไม่ได้ทำให้สวยขึ้นเท่าไหร่สำหรับเรานะคะ
แต่เราอยากให้ผิวใสนะ ไม่รู้ว่าใส=ขาวรึป่าวอ่ะ แต่เราชอบผิวใสมากกว่าขาวนะ มันดูบลิ๊งๆกว่า:rolleyes:
PowerPlay
#10
[SIZE="4"]ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ ถ้าอย่างนั้น ขออยู่อย่างปลอดภัยแต่ "ดำเป็นเหนี่ยง" ดีกว่าเสี่ยง "ขาวเผือก" แต่ไม่ปลอดภัยค่ะ อาจเป็นเพราะว่าคนเราให้ค่านิยมว่า ผิวขาวดูสะอาดหมดจด ดูมีราศี ผิวดำผิวคล้ำดูสกปรกไม่สดใส เลยทำให้คนอยากผิวขาวกันมากขึ้น ความคิดส่วนตัวแล้ว ไม่ว่าจะดำจะขาว ยังไงก็สู้ผิวใสเนียนไม่ได้ ดูอย่างการประกวดนางงามซิคะ เคยเห็นแต่มีรางวัลนางงามผิวสวย ไม่เคยเห็นมีการให้รางวัลนางงามผิวขาวเลย ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองจากภายในดีกว่า กินอาหารครบถูกตามสุขลักษณะอนามัยเป็นประจำ แค่นี้ก็ไม่ต้องพึ่งยาใด ๆ แล้วค่ะ แล้วอีกอย่างคนเราธรรมชาติ กรรมพันธุ์ให้มายังไงก็เป็นแบบนั้นดีที่สุด อย่าฝืนธรรมชาติเลยค่ะ
ป.ล. ที่มาของคำว่า "เหนี่ยง" เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ
ชื่อด้วงปีกแข็งชนิด Hydrophilus bilineatus ในวงศ์ Hydrophilidae ลําตัวรูปไข่ แบนเล็กน้อย ตัวยาวประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร สีดําตลอดตัว มีหนามแหลมที่ด้านล่างของอกยาวยื่นไปถึงส่วนท้อง อาศัยอยู่ตามแหล่งนํ้าต่าง ๆ โดยปริยายใช้เรียกผู้ที่มีผิวดำคล้ำโดยธรรมชาติหรือเพราะถูกแดดถูกลมมากว่าตัวดำเป็นเหนี่ยง.
KAN
#11
Originally Posted by @ลาสเวกัส@
"เหนี่ยง" เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ
ชื่อด้วงปีกแข็งชนิด Hydrophilus bilineatus ในวงศ์ Hydrophilidae ลําตัวรูปไข่ แบนเล็กน้อย ตัวยาวประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร สีดําตลอดตัว มีหนามแหลมที่ด้านล่างของอกยาวยื่นไปถึงส่วนท้อง อาศัยอยู่ตามแหล่งนํ้าต่าง ๆ โดยปริยายใช้เรียกผู้ที่มีผิวดำคล้ำโดยธรรมชาติหรือเพราะถูกแดดถูกลมมากว่าตัวดำเป็นเหนี่ยง.

^
^
^
เหนี่ยงตัวแม่...55555+++

--------------------------------

ขอบคุณเจ้าของกระทู้สำหรับข้อมูลค่ะ...งานนี้ก้อต้องพิจารณา...กันหน่อย
จริงๆก้ออยากลองบ้างเหมือนกันแต่กำลังศึกษาประโยชน์และโทษระยะยาวอยู่
เพราะอะไรที่ผิดไปจากธรรมชาตินี่ทำให้ต้องคิดเยอะค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งที่มาแบ่งปันข้อมูลกันนะค่ะ
noo_pizza
#12
^
^
^
^
คนข้างบนอ่ะ ไปหาหมอยังอ่ะ.....

ปล.เราก็อยากอยู่กลูต้า..แต่กลัว
..แต่แฟนถามว่า จะขาวไปไหน เค้าอยากมีออร่าอ่ะ....
Ryu
#13
ส่วนตัวเป็นคนชอบผิวสีแทน โดยเฉพาะกับตัวเอง เพราะรู้สึกดูสุขภาพดี มีสีหน่อย

คิดว่าจะขาว จะคล้ำไม่ค่อยสำคัญ อยู่ที่สะอาด และการแต่งตัว รวมทั้งดูแลตัวดีๆๆ มากกว่าครับบ แบบคนขาวๆๆหน้าเป็นสิวเยอะๆๆ ก็ไม่ไหวนะครับ

กินดีกว่าไม๊ครับ เห็นเพื่อนกินก็ขาวนะครับ ไม่เสี่ยงมากเท่าฉีดด้วย คลีนิคบางที่เค้าไม่ฉีดสารอันนี้ให้ด้วยเพราะว่า ยาตัวนี้เป็นยาที่ต้องฉีดเข้าเส้นเลือด อันตรายครับ

เห็นเพื่อนซื้อยากิน กลูตาไธโอนที่ร้านในห้างทั่วไป รู้สึกถ้าตาม อย บอกนี่เม็ดนึงต้องมีสารตัวนี้ไม่เกิน 250 mg หรือ 500 mg ไม่แน่ใจ แต่เค้าก็กินกัน 2 เม็ดต่อวัน คู่กับ กะวิตามิน c

เพื่อนกินเดือน สองเดือนก็ขาวนะคับ แต่ต้องกินต่อเนื่อง ระยะยาวไม่รู้ แต่น่าจะมีผลบ้างไม่มากก็น้อย
clumsylady
#14
Originally Posted by Sweet_Jasmine
[SIZE="3"]ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ เราขอออกความเห็นส่วนตัวจากคนผิวขาวคนนึงนะคะ
เราเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผิวดี แต่เรากลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทั้งหมดอ่ะค่ะ
เพราะเราแค่ขาว แต่เราไม่ได้เนียน ละเอียด ใส ผิวหน้าเราก็เป็นสิว ผิวตัวก็แห้ง ฯลฯ
คือขาวอย่างเดียวเอง หลายครั้งเราเห็นเพื่อนเราที่ผิวคล้ำ บางคนดำเลยก็ว่าได้
แต่ผิวเค้าเนียนใสละเอียดทั้งตัวและใบหน้า เรากลับรู้สึกว่านี่แหล่ะ ผิวดีของจริง และก็ดุสวย มีออร่า มากๆ

จริงๆแล้วเราว่าผิวสีอะไรก็สวยได้อ่ะค่ะ ขอแค่ผิวเนียนละเอียดใส ก็คือ มีออร่า ทั้งนั้น
แค่ขาวมันไม่ได้ทำให้สวยขึ้นเท่าไหร่สำหรับเรานะคะ
แต่เราอยากให้ผิวใสนะ ไม่รู้ว่าใส=ขาวรึป่าวอ่ะ แต่เราชอบผิวใสมากกว่าขาวนะ มันดูบลิ๊งๆกว่า:rolleyes:


พี่คิดเหมือนน้องมะลิเลยจ้ะ
มีพี่ที่ทำงาน เค้ามีผิวสีน้ำผึ้ง ดูเนียน สุขภาพดี ยังคิดๆ ว่าผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาว ขอแค่เนียนใส ดูสุขภาพดี ก็สวยแล้ว

ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะคะที่นำมาแบ่งปันกัน .. เคยคิดจะฉีดเหมือนกัน แต่เปลี่ยนใจแล้วววว
ยิ่งมีหลายคนบอกว่า มันเป็นการฉีดยาเข้าเส้นเลือด ซึ่งโอกาสแพ้อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน (ยิ่งบอกว่าหากคนที่มีอาการหอบ หืด ความดัน หัวใจ อาจแพ้ยาตัวนี้ได้) กอรปกับก่อนหน้านี้ไปอ่านกระทู้คุณกล้วย ที่พี่สาวแพ้ยาฉีดแก้หวัด ถึงขั้นเสียชีวิต.. เลยไม่เอาแล้ว

อีกอันนึง.. ได้ยินมา คงต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาอธิบาย เห็นมีคนบอกว่า หากมีเชื้อมะเร็งอยู่ในตัว แล้วไปฉีดกลูต้า มันอาจจะเร่งให้เชื้อลามเร็วขึ้น แต่งงๆ อยู่ เพราะในบทความข้างบนบอกกลูต้าใช้ฉีดเพื่อบำบัดโรคมะเร็ง
mamy_sas
#15
ส่วนอันนี้ก็เป็นความคิดเห็นบ้างส่วนจากคนที่เคยฉีดนะค่ะ ลองอ่านดูกันนะค่ะเผื่อจะมีประโยชน์กัน อยากให้คนที่คิดจะฉีดลองดูนะค่ะ ว่าถ้าไม่มีอันตรายจริงๆทำไมถึงไม่ผ่าน อ.ย แถมยังผิดกฏหมายอีกตัวเองมีเพื่อนเคยลองไปฉีดและดีที่ไม่แพ้ถ้าแพ้คงอันตรายต่อชีวิตแน่หลังฉีดมาแล้วไม่เห็นว่าจะขาว ผ่อง เลยเพราะเราผิวแบบนี้แล้วจะให้ผิดไปจากนี้คงยาก เสียเงินและเสียเวลาเปล่าๆแถมยังเสี่ยงต่อชีวิตเราอีก...


เริ่มจากอิทธิพลความไม่พอดี ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
บวกกับอิทธิพลของคนรอบข้างที่ฉีดมาแล้ว เราเห็นว่าเขาขาวขึ้นจริงๆ
จึงทำให้อยากสวยใสแบบอินเทรนด์กับเขาบ้าง จึงตัดสินใจไปฉีด
โดยลืมนึกถึงรากเหง้าของบรรพบุรุษที่ไม่ได้มีผิวขาวใสแต่ประการใด

สิ่งเร้ารอบตัว+อิทธิพลของเพื่อนก็สำคัญนะคะ ตอนที่เราตัดสินใจ
ไปฉีดก็เพราะเห็นเพื่อนฉีดแล้วขาวขึ้นนี่ล่ะ โดยไม่รู้ว่ามีนมีผลข้างเคียง
อะไรรึป่าว เห็นเขาขาวใสขึ้น ขาวนี่ไม่เท่าไหร่ แต่รู้สึกจะใสขึ้น
เราก็เลยเอามั่ง หายาฉีด + ศึกษาหาข้อมูล คัดกรองเอาสิ่งที่อยากรู้
สิ่งที่ไม่อยากรู้เช่นอันตราย คนห้าม หรือ ไม่แนะนำ นี่จะอ่านผ่านๆไปเลย เราก็มาตั้งกระทู้ถามเพื่อนๆในโต๊ะแป้ง มีคนห้ามเราไม่สนใจ
สนใจแต่ข้อความที่คนไปฉีดแล้วบอกว่าขาว ขึ้น คือหาข้อมูลสนับสนุน
ความคิดการตัดสินใจของตัวเอง อย่างว่าใจมันไปเกินครึ่งเอาอะไรมา
ฉุดก็ไม่อยู่แล้ว จึงตัดสินใจไปฉีดที่คลีนิกแห่งนึง

แรกๆการฉีดก็ผ่านไปด้วยดี 2 อาทิตย์ไม่เกินนี้เห็นผล ผิวใสขึ้นก่อน
ไม่ขาว อีก2อาทิตย์ไปฉีดอีก ไม่ขาวขึ้นแต่ก็ยังใส ไม่พอใจคราวนี้ฉีดอาทิตย์ละเข็มเลย ก็เห็นได้ว่าขาวขึ้น หมดเงินไปหลายหมื่นบาท
ค่าเดินทาง ค่ายา ค่าสหมอ ค่าฉีด สารพัด จนครบคอร์สเราก็หยุด
เพราะคิดว่าพอใจในระดับนี้แล้ว

แต่อยู่ๆก็มีคนทักว่าไปทำอะไรมาดูไม่สดใส คือดูคล้ำๆขึ้นจากที่ฉีดยาอยู่
ตอนฉีดเราก็ดูขาวดี พอคล้ำมันจะเห็นชัด สรุปตอนนี้เราเลิกฉีดมานานแล้ว และสีผิวเราก็ไม่ได้ขาวไปกว่าตอนก่อนฉีดเท่าไหร่เลย
ทั้งๆที่ก็กันแดดปกติ แต่ความใสก็ยังพอมีอยู่ แต่คิดได้เองว่า
มันไม่คงทนถาวรตอนนี้ยังไม่เห็นความผิดปกติ แต่ต่อไปถ้ายังดันทุรัง
ฉีกอีกคงหมดตัว สุขภาพก็คงย่ำแย่ อายุ 25 ปี ไม่มีเงินเก็บ
เพราะห่วงเรื่องขาวไม่ขาวอย่างเดียว ตอนนี้เลยโบกมือบ๊ายบายลาขาด

เวลามีคนมาตั้งกระทู้ถามเรื่องกลูต้าไธโอน เราจะขี้เกียจเข้าไปตอบ
เพราะเชื่อว่าเขาเข้ามาหาเสียงสนับสนุน มากกว่าจะอยากให้คนเตือนว่าไม่ดี เราเลยปล่อยให้เขาไปลองเอง เบื่อที่จะเตือน เพราะถามว่ารู้ไหมว่าอันตราย เราเชื่อว่ารู้กันหมด แต่ยังไม่เห็นเคทที่ส่งผลอันตรายอย่างรุนแรงให้ได้กลัวกันเลยยังมีคนกล้าที่จะเสี่ยงกับกลูต้า อีกมาก

เราเชื่ออย่างหนึ่งอะไรที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติฟืนธรรมชาติมันอยู่ไม่คงทนหรอก
กระทู้ที่เราเคยแบ่งปันประสบการณ์

แบ่งปันประสบการณ์การฉีดกลูต้าไธโอน by buabudsabong
http://topicstock.pantip.com/woman/topicstock/2008/09/Q7001249/Q7001249.html


นิสัยอย่างนึงของผู้หญิงคือตายไม่ว่าขอให้ได้สวย เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เป็นนิสัยที่แก้ได้ยากและจะนำความหายนะ

ขอมาตอบแบบตรงๆ..นะ แบบคนที่เคยฉีดมาจริงๆ..ของแท้แน่นอน..ไม่มี Make มาดิสเครดิตใคร..
เคยฉีดมาเมื่อ 1 ปีก่อน ก่อนที่จะฮิตกันมากๆขนาดนี้..ตอนนั้นการฉีดเข็มล่ะ 3500 - 6000 เพื่อนเก่าๆ คงพอจำกระทู้นั้นได้นะ..
ไม่เคยคิดจะส่งเสริมให้ใครไปทำตามหรอกนะ..

ถามว่า หลังฉีดแล้ว..ขาวขึ้นไหม.. ยอมรับว่าขาวขึ้นนะ..หน้าใสมากๆ..
ตอนฉีดเจ็บไหม ไม่เจ็บค่ะ เพราะมันฉีดเข้าเส้น ตอนตัวยาวิตามินซี วิ่งจะรู้สึก ซ่าๆหน่อย แต่รู้สึก กลัวนะ เพราะเป็นภูมิแพ้ กลัวแพ้ยาค่ะ โชคดีที่ไม่แพ้เลย แต่มีอาการ วูบๆนะ..

ตอนที่มีอาการ วูบ นี้ ตัวเย็นเหมือนจะเป็นลมเลย..ตอนนั้นแหละที่กลัวใจคอไม่ดี..แต่คุณหมอบอกว่าคงเป็นเพราะไม่ได้ทานข้าวมา ท้องว่างเลยมีอาการ
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ปรกติ..ไม่รู้สึกอะไร
หลังจากผ่านไป 6 เดือน - 1 ปี ดำลงกว่าเดิม หรือดูแย่กว่าเดิมไหม..

ไม่เลยค่ะ ..ปรกติทุกๆอย่าง ไม่ดำลง แต่ไม่ขาวออร่า ..คิดว่าคงหมดฤทธิ์ยาแล้ว
จริงๆยาฉีดผิวนี้มีหลากหลายตัวมากๆนะ ถ้าคนที่สนใจเรื่องนี้ หรือทำงานวงการนี้จะทราบดีอยู่แล้วไม่ใช่มีตัว Tationil หรอกค่ะ ยาบางตัวผ่าน อย. เมกาแล้ว..แต่ที่ไม่ผ่าน อย. ไทยนี้..คนวงในจะรู้ๆ ทราบกันดีว่าเพราะอะไร..


เคยอยากจะฉีดเหมือนกัน แต่รู้สึกเปบืองตังค์โดยใช่เหตุ+ต้องเทคกลูต้าอยู่เรื่อยๆ เลยไม่เอาดีกว่า
เราไม่ใช่ดารา ไม่ต้องออร่าเปล่งปลั่งขนาดนั้น
ปกติเราก็ไม่ได้ดำ แค่อยากขาวมีออร่าตามเทรนด์เท่านั้น
เลยรู้สึกว่าโอเคพอใจกะที่มีอยู่และ คือถ้าขาวขึ้นก็คงดูดีขึ้นอ่ะนะ
แต่ให้ทำตลอด ไปเรื่อยๆคงไม่ไหว
ยังงัย จขกท ลองคิดดูดีๆก่อนนะคะถ้าจะทำ
คนอื่นคงห้ามอะไรไม่ได้ถ้าอยากจะทำจริงๆ แต่อยากให้คิดหน้าคิดหลังมากๆหน่อยค่ะ เท่านั้นเอง ^^ เพราะทำออกมา ดี-ไม่ดีก็อยู่ที่ตัวเองแล้วค่ะ


ไม่ควรซื้อค่ะ
แพทย์ พยาบาลที่มีจรรยาบรรณไม่รับฉีดด้วย
แท้หรือไม่แท้ก็เป็นอันตรายทั้งนั้น
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการวิจัยที่ไหนรองรับเลยว่ากลูตาของแท้จะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ แถมฉีดเข้าโดยตรงนี่มีสิทธิ์ช๊อกเพราะฤทธิ์ยาได้นะคะ ถ้ากินแล้วแพ้ร่างกายขับออกได้ทางการอาเจียน/ถ่าย แต่ถ้าฉีดจะขับออกทางไหนล่ะ
อย่าอยากสวยจนขาดสติค่ะ เป็นอะไรมามันไม่คุ้ม
cocoa
#16
Originally Posted by Sweet_Jasmine
ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ เราขอออกความเห็นส่วนตัวจากคนผิวขาวคนนึงนะคะ
เราเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผิวดี แต่เรากลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทั้งหมดอ่ะค่ะ
เพราะเราแค่ขาว แต่เราไม่ได้เนียน ละเอียด ใส ผิวหน้าเราก็เป็นสิว ผิวตัวก็แห้ง ฯลฯ
คือขาวอย่างเดียวเอง หลายครั้งเราเห็นเพื่อนเราที่ผิวคล้ำ บางคนดำเลยก็ว่าได้
แต่ผิวเค้าเนียนใสละเอียดทั้งตัวและใบหน้า เรากลับรู้สึกว่านี่แหล่ะ ผิวดีของจริง และก็ดุสวย มีออร่า มากๆ

จริงๆแล้วเราว่าผิวสีอะไรก็สวยได้อ่ะค่ะ ขอแค่ผิวเนียนละเอียดใส ก็คือ มีออร่า ทั้งนั้น
แค่ขาวมันไม่ได้ทำให้สวยขึ้นเท่าไหร่สำหรับเรานะคะ
แต่เราอยากให้ผิวใสนะ ไม่รู้ว่าใส=ขาวรึป่าวอ่ะ แต่เราชอบผิวใสมากกว่าขาวนะ มันดูบลิ๊งๆกว่า:rolleyes:

^
^
^
เห็นด้วยกับน้องลิร้อยเปอร์เซ็นต์ค่า

ผิวเนียนสุขภาพดี ดูดีกว่าผิวขาวน้า

ผิวขาวเฉยๆ อยู่ผ่องไกล
เข้ามาใกล้ๆ pixel แตก ความละเอียดต่ำซะงั้น


อีกอย่าง คนผิวคล้ำถ่ายรูปขึ้นกว่าผิวขาวน้า
แอบอิจฉามากๆ
cocoa
#17
Originally Posted by clumsylady
พี่คิดเหมือนน้องมะลิเลยจ้ะ
มีพี่ที่ทำงาน เค้ามีผิวสีน้ำผึ้ง ดูเนียน สุขภาพดี ยังคิดๆ ว่าผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาว ขอแค่เนียนใส ดูสุขภาพดี ก็สวยแล้ว

ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะคะที่นำมาแบ่งปันกัน .. เคยคิดจะฉีดเหมือนกัน แต่เปลี่ยนใจแล้วววว
ยิ่งมีหลายคนบอกว่า มันเป็นการฉีดยาเข้าเส้นเลือด ซึ่งโอกาสแพ้อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน (ยิ่งบอกว่าหากคนที่มีอาการหอบ หืด ความดัน หัวใจ อาจแพ้ยาตัวนี้ได้) กอรปกับก่อนหน้านี้ไปอ่านกระทู้คุณกล้วย ที่พี่สาวแพ้ยาฉีดแก้หวัด ถึงขั้นเสียชีวิต.. เลยไม่เอาแล้ว

อีกอันนึง.. ได้ยินมา คงต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาอธิบาย เห็นมีคนบอกว่า หากมีเชื้อมะเร็งอยู่ในตัว แล้วไปฉีดกลูต้า มันอาจจะเร่งให้เชื้อลามเร็วขึ้น แต่งงๆ อยู่ เพราะในบทความข้างบนบอกกลูต้าใช้ฉีดเพื่อบำบัดโรคมะเร็ง

^
^
^
เรื่องโรคมะเร็งนะคะ ส่วนตัวเดาว่า คงคล้ายๆ กับฉีดวัคซีนอ่ะค่ะ
การฉีดวัคซีนเป็นการฉีดตัวเชื้อโรคเข้าร่างกายในโดสต่ำๆ เพื่อให้ร่างการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา

กล่าวคือ ได้รับปริมาณน้อย จะกลายเป็นวัคซีนป้องกันโรคนั้นๆ ใช้ปริมาณเยอะ การเป็นโรค

ในทางเดียวกัน สำหรับยาทั่วไป
การให้ยาเยอะ ช่วยระงับต้านทานโรค
ได้รับน้อยไป กระตุ้นให้โรคขึ้นมาต่อต้าน เพราะตัวยาไม่เพียงพอที่จะกำหราบโรคได้ค่ะ
การให้ยาเยอะเกินไป อาจก่อให้เกิดการต่อต้านจากร่างกายตัวเองได้

เลยสรุปว่า การได้รับยาต่างๆ ควรได้รับการควบคุมจากแพทย์
เพราะ โดส ของยาสำคัญต่อชีวิตและผลต่อเนื่องค่ะ


ปล. ไม่ได้เป็นหมอนะคะ แต่คุณพ่อสอนแพทย์ปริญญาโท กับเอกค่ะ
mamy_sas
#18
ขอบคุณเพื่อนๆนะค่ะที่ช่วยกันมาแชร์ความคิดเห็น และสิ่งที่เป็นประโยชน์มากค่ะ
อันนี้ก็เป็นข่าว มาจากคลีนิคชื่อดังแห่งหนึ่งนะค่ะ


อย.บุกจับ "********" หลงรับฉีดผิวขาว

อย.บุกจับ "*******" สาขางามวงศ์วาน พบใช้สารกลูตาไธโอนฉีดผิวขาว แถมโฆษณาเกินจริง สั่งเก็บแผ่นพับ-ห้ามใช้ยา ขู่คลินิกเสริมงามทุกแห่ง พบผิดส่งแพทยสภาดำเนินการทันที แฉไม่พบการนำเข้า เชื่อเป็นยาปลอม
ความคืบหน้ากรณีคลินิกเสริมความงามหลายแห่งนำสารกลูตาไธโอน (Glutathione) มาฉีดให้ลูกค้า พร้อมกับอวดอ้างสรรพคุณว่า ช่วยให้ผิวขาวใสเรืองแสงเหมือนดารา ทำให้วัยรุ่นทั้งหญิงและชายแห่ใช้บริการ โดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่จะตามมา
เนื่องจากเป็นสารที่ใช้บำบัดรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร โดยต้องนำไปผสมกับสารตัวอื่นๆ ก่อน ตามที่ "คม ชัด ลึก" นำเสนอมาตามลำดับนั้น ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้บุกตรวจคลินิกเสริมความงามชื่อดัง พบว่ามีการใช้สารกลูตาไธโอนฉีดให้ลูกค้าเพื่อให้ผิวขาวจริง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ นพ.นภดล นพคุณ เลขาธิการสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย

ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจจับคลินิกเสริมความงามชื่อดัง "*******" ที่รักษาผิวพรรณด้วยการนำสารกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นสารที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยาในไทยมาบริการฉีดให้ลูกค้า พร้อมโฆษณาชวนเชื่อว่าจะช่วยให้ผิวขาวเรืองแสงเหมือนดาราได้
นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า หลังจาก อย.ได้รับแจ้งว่ามีคลินิกเสริมความงามเปิดให้บริการฉีดสารกลูตาไธโอนให้ลูกค้า จึงเข้าไปตรวจสอบ โดยประสานกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าล่อซื้อที่วุฒิศักดิ์คลินิก สาขางามวงศ์วาน เมื่อเย็นวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบของกลางเป็นสารกลูตาไธโอน 600 มิลลิกรัมต่อ 4 ซีซี พร้อมกล่องผลิตภัณฑ์ที่วางแสดงในร้าน
โดยสารกลูตาไธโอนยังไม่มีการขึ้นทะเบียนตำรับยาและไม่มีการนำเข้าในประเทศไทย ภายหลังตรวจสอบแล้วได้ประสานไปยังบริษัทโรช (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยาดังกล่าว ซึ่งยืนยันว่าสารข้างต้นผลิตและจำหน่ายในประเทศอิตาลี ไม่เคยนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

ดังนั้น สารที่นำมาฉีดให้ลูกค้าอาจเป็นยาปลอมได้ จึงขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและสตรีทั่วไปที่สนใจรับบริการฉีดสารดังกล่าวว่ามีความเสี่ยงสูง
ด้าน นพ.ศุภชัย กล่าวว่า วุฒิศักดิ์คลินิก สาขางามวงศ์วาน มีการขออนุญาตจัดตั้งสถานพยาบาลเปิดเป็นคลินิกถูกต้องตามกฎหมาย แต่เปิดให้บริการรักษาผิวพรรณด้วยโปรแกรม "เรเดี้ยน แอนด์ ดีท็อกซิพิเคชั่น" โดยมีแผ่นพับโฆษณาระบุว่า "รัศมีออร่า ทั่วเรือนร่าง ให้คุณพริ้งเหมือนดาราได้ จากทีมวิจัยและเทคนิคการแพทย์เฉพาะของวุฒิศักดิ์คลินิก ที่เป็นการคิดค้นเทคนิคพิเศษ ไม่มีผลข้างเคียง"
เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง เนื่องจากการรักษาพยาบาลไม่ว่าอย่างไรต้องมีผลข้างเคียงเสมอ อีกทั้งการฉีดสารกลูตาไธโอนเข้ากล้ามเนื้อและเส้นเลือดโดยตรงถือเป็นอันตราย จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 68 มีโทษปรับ 2 หมื่นบาท และหากยังโฆษณาต่อจะปรับวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท ขณะนี้ได้สั่งระงับการโฆษณานี้แล้วในทุกสื่อ
นพ.ศุภชัย กล่าวต่อว่า หลังจากประสาน อย.แล้ว ทราบว่าสารกลูตาไธโอนที่นำมาบริการลูกค้านั้น ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนถูกต้อง จึงถือว่าสถานพยาบาลแห่งนี้ได้ทำผิด ฝ่าฝืนมาตรา 34 (2) ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ที่กำหนดว่า ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะต้องควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพให้ดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ส่วนที่มีการอ้างว่าการทำให้ผิวขาวด้วยวิธีดังกล่าวเป็นการคิดค้นเทคนิคการแพทย์จากทีมวิจัยของคลินิก จากการตรวจสอบข้อมูลไปยังสมาคมโรคผิวหนัง ยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลการใช้สารดังกล่าวเพื่อให้ผิวขาวที่เป็นมาตรฐานและได้รับการยอมรับ อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลในเรื่องความปลอดภัย อาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้มารับบริการได้ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 45 ในการสั่งระงับการรักษาและให้บริการโดยวิธีดังกล่าว จนกว่าจะมีผลยืนยันที่เป็นวิชาการชัดเจนในเรื่องความปลอดภัย
"ขณะนี้ได้สั่งให้หยุดบริการรักษาด้วยสารกลูตาไธโอน ซึ่งรวมถึงคลินิกเสริมความงามทุกแห่ง เพราะยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัย ส่วนรายใดที่รับบริการไปแล้วและเกิดผลข้างเคียง สามารถร้องทุกข์ต่อ อย.หรือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ ส่วนการดำเนินการกับแพทย์ผู้ให้บริการนั้น หากผลการตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใด คงต้องส่งเรื่องให้แพทยสภาดำเนินการต่อไป" นพ.ศุภชัย กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อคืนวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นพ.ศิริวัฒน์ ได้ให้เจ้าหน้าที่ อย.โทรศัพท์ตรวจสอบไปยังคลินิกผิวหนังชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งสอบถามบริการช่วยให้ผิวขาว โดยพนักงานรับโทรศัพท์แจ้งว่า มีการให้บริการฉีดสารกลูตาไธโอนร่วมกับการฉีดวิตามินซีให้ลูกค้า ครั้งละ 4,500 บาท โดยต้องฉีด 5 เข็ม แต่หากซื้อเป็นคอร์สจะเหลือครั้งละ 4,000 บาท และจะแถมฟรี 1 เข็ม
พนักงานของคลินิกเสริมความงาม อ้างถึงสรรพคุณของสารกลูตาไธโอนว่า จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งเหมือนดารา มีรังสีออร่าเรืองแสงออกมา พร้อมทั้งรับรองในความปลอดภัย เพราะได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนกับ อย.ของประเทศอิตาลีและประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
ส่วนที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะเกิดการแพ้ เป็นอันตรายต่อผิวหนัง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และแพ้จนถึงขั้นช็อกเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง นพ.ศิริวัฒน์ จึงประสานไปยัง ภก.ประพล อางตระกูล เภสัชกรระดับ 8 พร้อมกับเจ้าหน้าที่กองประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำมาสู่การเข้าตรวจค้นวุฒิศักดิ์คลินิก สาขางามวงศ์วาน ดังกล่าว
นพ.ศุภชัย ยังกล่าวว่า ขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้รณรงค์ตรวจมาตรฐานการประกอบกิจการสถานพยาบาลคลินิกที่จัดให้บริการเกี่ยวกับการเสริมความงาม ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2550 มีการตรวจคลินิกไปแล้ว 110 แห่ง พบว่ามีข้อความโฆษณาในเชิงโอ้อวดมากที่สุดถึง 24 แห่ง
จึงอยากฝากไปยังคลินิกเสริมความงามและคลินิกผิวหนังทั้งหลาย ให้ระมัดระวังในการใช้ยา เวชภัณฑ์ วิธีการรักษาต้องเป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐานได้รับการยอมรับ ไม่ควรนำคนไข้ไปเป็นตัวทดลอง แถมยังเก็บค่ารักษาพยาบาลในราคาที่แพง ถือเป็นสิ่งไม่ถูกต้องและผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก อย.บุกจับสถานเสริมความงามวุฒิศักดิ์คลินิก สาขางามวงศ์วาน เมื่อคืนวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา "คม ชัด ลึก" ได้ไปสำรวจคลินิกเสริมความงามย่านสยามสแควร์ ที่ให้บริการฉีดสารกลูตาไธโอน เพื่อให้ผิวขาวเรืองแสงเหมือนดารา พบว่า ส่วนใหญ่ปลดป้ายโฆษณาชวนเชื่อ ใบปลิว ออกจากกระจกหน้าร้าน และย้ายเก็บไปเกือบหมดแล้ว โดยพนักงานอ้างต่อลูกค้าที่มาติดต่อใช้บริการว่า ขณะนี้ตัวยาหมดแล้ว หากจะฉีดก็ต้องรอจนกว่ายาชุดใหม่จะเข้ามาถึงก่อน
อย่างไรก็ตาม พบว่ามีไม่กี่แห่งที่ยังติดป้ายโฆษณาชวนเชื่ออยู่ ตลอดจนมีโปรโมชั่นพิเศษ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นอย่างไร เมื่อเข้าไปสอบถามพนักงานอ้างว่า ต้องรอสอบถามจากแพทย์เท่านั้น ขณะเดียวกันยังมีพนักงานคลินิกเสริมความงามอีกแห่ง ระบุว่า ตอนนี้ที่มีกระแสข่าวออกมาเกี่ยวกับการใช้สารกลูตาไธโอนแล้วเกิดแพ้จนช็อกตายคาเข็มนั้น ไม่รู้ว่ามีเกิดขึ้นหรือไม่
แต่เชื่อว่าจะเหมือนกับกระแสที่ผ่านๆ มา จึงเก็บสารเอาไว้ก่อน รอให้เรื่องเงียบจึงจะเอาออกมาให้บริการอีก พร้อมกันนี้พนักงานคนเดิมยังถามกลับด้วยว่า จะเอาตัวยาชนิดรับประทานไปใช้ก่อนหรือไม่ ซึ่งจะได้ผลช้ากว่า โดยต้องใช้เป็นเดือนกว่าจะเห็นผล แตกต่างจากยาฉีดที่ใช้เพียงเข็มสองเข็มก็เห็นผลแล้ว
authentic_only
#19
^
^
มาบอกว่า จขกท. ลบ ชื่อคลีนิคออกไม่หมดค่ะ :D

เห็นด้วยค่ะ ว่าธรรมชาติดีที่สุดค่ะ
Bright
#20
เหมือนเป็นขาวและดำเลยนะครับ
thongchai9309
#21
ข้อมูลที่ผมให้ต่อไปนี้เป็น Fact นะครับ อ่านแล้วพิจารณาดูเอาเองนะครับ
การฉีด Glu ในไทย ในคลินิกหรือ รพเอกชน ส่วนใหญ่แล้ว90%ไม่พ้น 3ตัวนี้นะครับ
1-Tationil หรือ Glu ใน น้ำเกลือ 4 ml. ตัวนี้ผ่าน อย.ที่อิตาลีนะครับใช้รักษามะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งกระเพาะอาหาร
2-NC 24 ตัวนี้ผ่าน อย.ที่ Japan มีตัวยา 3 ตัว(glu 600 mg +vit C+crystalwhite)
3-P-3000 vitacicol forte ผ่านอย. USAเป็น high dose ของ glu

แต่ทั้ง 3 ตัวนี้ไม่มีตัวไหนเลยที่ผ่าน อยไทย (เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ขอกล่าวถึงนะครับ)
และโดยทั่วไป อย ต่างประเทศ คงมีมาตรฐานที่ดีกว่าไทย(มั้ง)
ในปัจจุบันแทบจะไม่มี คลินิกความงามหรือรพ.เอกชนด้านความงานไหนเลยที่ไม่ฉีดสารตัวนี้ (คือมีแทบทุกๆแห่งแต่อาจไม่ทั้งหมด) ราคามีตั้งแต่ 1500-10000 ต่อเข็มแล้วแต่สารที่ฉีด และสถานที่ฉีดถ้าในห้างหรูๆ จะแพง มากๆ ไม่ใช่เป็นเพราะยาคุณภาพดีนะครับเพียงแต่ค่าเช่าที่แพง คลินิกตามต่างจังหวัดราคาจะค่อนข้างถูกนะครับ ตัวที่นิยมที่สุดคือตัวที่ 1- รากหญ้าสุดนิยมสุดหาง่ายสุด ราคาถูกสุดมีมานานที่สุด ถัดมาก็ตัวที่ 2- และ3-ตามลำดับ ตัวที่ 2-และ 3- ถือว่า HiEnd ราคา จะแพงค่อนค้างมาก
ส่วนผลผิวขาวนั้นผมไม่ค่อยอยากให้หวังจุดนี้มาก ได้อย่างดีไม่เกิน 5-10% หลายๆรายก็ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผิวเนียน ค่อนข้าง ok นะครับ ส่วนอันตราย ถ้าไม่แพ้สารตัวนี้ ถือว่าปลอดภัยสูงมากแต่ถ้าแพ้อาจถึงตายได้(ยาหลายตัวถ้าแพ้ก็อาจถึงตายได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้นะครับ) และขนาดยาที่ใช้ โอกาสทำให้ตาบอดเกิดได้น้อนนะครับ ถ้าใช้โดยแพทย์ ยาตัว Glu เมื่อสมัยก่อนคนไทยนิยมไปฉีดที่ต่างประเทศ(ใกล้ประเทศเรานี่แหละไม่เกิน1000-2000 กิโลเมตร) ช่วงหลังมี คนนำเข้าและฉีดกันมากขึ้นในไทย

ยาตัวนี้ Glu เมื่อใดก็ตามที่ยังไม่ผ่านอย.ประเทศไทยที่มีมาตรฐานสูง(ประชดนิดๆนะครับ)ผู้ที่นำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมีโทษนะครับ และยังถือว่ามีอันตรายแก่ผู้ที่ฉีด แต่เมื่อใดก็ตามทีผ่าน อย.ซึ่งเป็นไปได้ยากมากๆ (เรื่องมันซับซ้อนมากครับ และไม่อาจกล่าวถึงได้)ก็แทบจะไม่มีใครฉีดเพราะ ราคาจะสูงมากๆและอาจมีการผูกขาดเกิดขึ้น เคยมีกลุ่มแพทย์และบริษัทยา ที่พยายามผลักดันให้ผ่านแต่สุดท้ายก็ ท้อแท้

สุดท้ายขอให้ทุกคนอ่านแล้วใช้วิจารณญาณเอาเองนะครับ
jiji_ch
#22
[SIZE="4"]โชคดีจังที่สวยใส ไร้ สติอยู่แล้ว
เลยไม่ต้องพึ่งของแบบนี้
แอบสงสารคนมีสติ แต่ไม่มีสมองคิดอยากสวยหล่อคิดขายของอย่างเดียว(แถมเอาเปรียบคนเห็นๆๆๆ จะรู้ตัวรึป่าวค่ะเนี่ยหลอกด่าอยู่ อิอิ)


[SIZE="4"]ต่อมาขอออกความเห็นแบบคนฉลาดน้อยเรื่องกลูต้า
ปกติเป็นคนบ้านนอกคอกนาไม่สนับสนุนเรื่องสวยด้วยแพทย์อยู่แล้วเพราะคนเราต่อให้อยากสวยให้ตายยังไงถ้าเกิดมาไม่มีเค้าโครงเหล่านั้น...ก้อแถทำไปเถอะคงเกิดสักวัน(นี่คงความคิดเค้าน่ะ)

แต่สารเหล่านี้ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าฉีดไปก้อไม่ดีขึ้นอย่างถาวรให้แค่ความรู้สึกดีๆๆชั่วคราว(ที่รู้สึกดีเพราะไม่รู้ว่าเสียตังค์แล้วรู้สึกดีป่าวหว่า)

บางคนทำทุกสิ่งอย่างแต่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยยังเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้น ไม่ขาวขึ้น ใต้ตายังคล้ำเหมือนคนติดยาไม่รู้ไปทำทำไม..เสียดายเงิน

เหมือนจะออกมาหลอกด่าพวกหลงไปกับวัตถุที่พยายามทำให้เชื่อว่าสิ่งนั้นดีสิ่งนั่นเด่นแต่ที่จริงหากล้วงเข้าไปในส่วนด้านลึกๆแล้วอันตราย ยืนยิ้มอยู่เห็นๆแต่ทำเป็นไม่สนใจไม่แคร์(เพราะคิดว่าถ้าทำแล้วสวยก้อคุ้ม คิด..จ๊ากง่าว55)

แต่อย่าลืมว่า...ถ้าคุณทำแล้วคุณโชคดีไม่เกิดผลข้างเคียงก้อดีไป
แต่ๆๆๆ...ถ้าคุณดันไปแนะนำ สรรหา หรือหลอกขาย(ในราคาแพงๆอย่างที่เพื่อนโดนมา)
นอกจากคุณจะบาปแล้วถ้าเค้าเกิดผลข้างเคียงคุณยังจะรู้สึกดีมั้ยยอกจากจะไม่สวย ใส ขาว ดั่งใจ
อาจช๊อคตายหรือ พิการ หรือร้ายไปกว่านั้นตามข้อมูล
หากชีวิตนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเป็นมะเร็งแล้วฉีดสารตัวนี้เข้าไปแล้วมันลามมมมไปสู่ตัวและร่างกายอย่างรวดเร็วจนอาจทำให้ถึงตาย..คุณนั่นล่ะจะเสียใจไปตลอดชีวิต



[SIZE="3"]สุดท้าย(ของทู้นี้)
ทุกสิ่งอย่างล้วนมีดีและไม่ดีหากใช้สมองก้ออาจมองเห็นความต่าง

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่ออกมาบอกถึงความต่างทำให้คนอ่านได้ใช้สมองไตร่ตรองข้อมูลเอาที่ดีไปใช้เอาที่เสียไปคิด ขอบคุณค่ะ

ตัวเราไม่ได้ออกมาเข้าข้างใครแต่ออกมาออกความเห็นและสิ่งที่อยู่ในใจ
วันนี้รู้สึกดีจัง ยะ..ฮู้ ..ดอทคอม
robert
#23
เคยเจอดาราบางท่านตัวจริงขาวออร่ามากกกกกกกกกกกกกก ทั้งๆที่เมื่อก่อนเธอก็ไม่ได้ขาวขนาดนี้ สงสัยอยู่ว่าฉีดกลูต้า หรือเปล่า
naeme
#24
Originally Posted by Sweet_Jasmine
ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ เราขอออกความเห็นส่วนตัวจากคนผิวขาวคนนึงนะคะ
เราเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผิวดี แต่เรากลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทั้งหมดอ่ะค่ะ
เพราะเราแค่ขาว แต่เราไม่ได้เนียน ละเอียด ใส ผิวหน้าเราก็เป็นสิว ผิวตัวก็แห้ง ฯลฯ
คือขาวอย่างเดียวเอง หลายครั้งเราเห็นเพื่อนเราที่ผิวคล้ำ บางคนดำเลยก็ว่าได้
แต่ผิวเค้าเนียนใสละเอียดทั้งตัวและใบหน้า เรากลับรู้สึกว่านี่แหล่ะ ผิวดีของจริง และก็ดุสวย มีออร่า มากๆ

จริงๆแล้วเราว่าผิวสีอะไรก็สวยได้อ่ะค่ะ ขอแค่ผิวเนียนละเอียดใส ก็คือ มีออร่า ทั้งนั้น
แค่ขาวมันไม่ได้ทำให้สวยขึ้นเท่าไหร่สำหรับเรานะคะ
แต่เราอยากให้ผิวใสนะ ไม่รู้ว่าใส=ขาวรึป่าวอ่ะ แต่เราชอบผิวใสมากกว่าขาวนะ มันดูบลิ๊งๆกว่า:rolleyes:

เห็นด้วยค๊า คุณลิ
ผิวเนียน ใส แบบสุขภาพดี น่าดูกว่าอีกนะคะ

เพื่อนๆ ชอบถามเอสว่า เคยลองทานกลูต้าหรือเปล่า...
เอสตอบเพื่อนไปว่า "เราไม่ทานกลูต้า เราทานเฉพาะตัวที่ช่วยบำรุงผิว กะ วิตามินซี
เพราะเราไม่ได้อยากมีผิวขาว(เป็นคนผิวสองสี) แต่เราอยากผิวเนียน ใส แลดูสุขภาพดี"

ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะคะ ที่นำข้อมูลมาดีๆ มาให้ได้คิดมากขึ้นค๊า :D
gossip guy
#25
คนไทยไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองอะ จริงๆ จากที่เห็นๆ มาผิวคนไทยละเอียดและเนียนกว่าพวกต่างชาติมาก แต่คนไทยก็ยังอยากขาวเกินกว่าธรรมชาติที่ตัวเองเป็น เหมือนกับโดนเค้าล้างสมองว่า ผู้หญิงสวย ต้อง ขาว ต้องผอม ตาสองชั้น หน้าอกใหญ่ ฯลฯ แล้วเราก็ต้องสรรหาวิธีการใด ใดก็ได้ให้เป็นอย่างเขาบอก ยอมเจ็บ ยอมเสียเงินโดยใช่เหตุ ทั้งๆ ที่เรามีดีอยู่ในตัว แต่ไม่มั่นใจไปเอง ทำให้ผู้หญิงไทยตอนนี้
ลุคเหมือนกันไปหมด ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เห็นด้วยกับการดูแลผิวให้สะอาด ดูผุดผ่อง สดใส ออกกำลังกายกันเยอะๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์มากๆ และมั่นใจกันให้มากกว่านี้ เราควรสวยอย่างที่เราเป็น ไม่ใช่สวยอย่างที่คนอื่นอยากให้เราเป็น

กระทู้นี้ก็ดี เป็นความคิดที่เห็นต่าง นานๆ จะเห็นสักที
ratkatu
#26
[SIZE="4"]เรามีเพื่อนเป็นฝรั่งค่ะ(ผู้ชาย) เค้าบอกว่าผู้หญิงไทยทำไมชอบทำตัวขาวกันจัง เราเลยถามว่าทำไมเค้าถึงคิดแบบนั้น เค้าบอกว่าก็เห็นมีหลายๆอย่างออกมาขาย แล้วโฆษณาก็แบบว่าใช้แล้วขาวแน่ๆ(เค้าอยู่ไทยมา 1 ปีแล้วค่ะ) เราก็ขำค่ะ แล้วบอกเค้าว่าขาวแล้วดูสวยมั้ง แต่เค้าบอกว่ามันขาวหลอกๆ ดูเหมือนไม่เป็นธรรมชาติ และผิวเดิมๆดูสวยกว่าอีก....

ส่วนตัวเราเคยคิดที่จะทำค่ะ แต่กลัวผลข้างเคียง เพราะเราไม่แน่ใจว่าตัวเราแพ้สารอะไรบ้าง การกินมันยังสามารถที่จะล้างหรือขับออกมาได้ แต่การฉีดเราไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดแพ้ หรือเป็นอะไรขึ้นมา จะสามารถแก้ไขได้หรือไม่

บทสรุปของเรื่องนี้คิดว่า แล้วแต่ความพอใจของแต่ละท่านค่ะ ไม่ขัดขวางแต่ก็ไม่สนับสนุนค่ะ คิดกันสักนิดว่าเรามีแค่ชีวิตเดียวค่ะ ทำอะไรไปแล้วผิดพลาดขึ้นมามันแก้ไขไม่ได้ค่ะ ...จบ



[SIZE="3"]ลป.อย่าโหวตหนูออกนะค๊า
Meesook
#27
Originally Posted by thongchai9309
ข้อมูลที่ผมให้ต่อไปนี้เป็น Fact นะครับ อ่านแล้วพิจารณาดูเอาเองนะครับ
การฉีด Glu ในไทย ในคลินิกหรือ รพเอกชน ส่วนใหญ่แล้ว90%ไม่พ้น 3ตัวนี้นะครับ
1-Tationil หรือ Glu ใน น้ำเกลือ 4 ml. ตัวนี้ผ่าน อย.ที่อิตาลีนะครับใช้รักษามะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งกระเพาะอาหาร
2-NC 24 ตัวนี้ผ่าน อย.ที่ Japan มีตัวยา 3 ตัว(glu 600 mg +vit C+crystalwhite)
3-P-3000 vitacicol forte ผ่านอย. USAเป็น high dose ของ glu

แต่ทั้ง 3 ตัวนี้ไม่มีตัวไหนเลยที่ผ่าน อยไทย (เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ขอกล่าวถึงนะครับ)
และโดยทั่วไป อย ต่างประเทศ คงมีมาตรฐานที่ดีกว่าไทย(มั้ง)
ในปัจจุบันแทบจะไม่มี คลินิกความงามหรือรพ.เอกชนด้านความงานไหนเลยที่ไม่ฉีดสารตัวนี้ (คือมีแทบทุกๆแห่งแต่อาจไม่ทั้งหมด) ราคามีตั้งแต่ 1500-10000 ต่อเข็มแล้วแต่สารที่ฉีด และสถานที่ฉีดถ้าในห้างหรูๆ จะแพง มากๆ ไม่ใช่เป็นเพราะยาคุณภาพดีนะครับเพียงแต่ค่าเช่าที่แพง คลินิกตามต่างจังหวัดราคาจะค่อนข้างถูกนะครับ ตัวที่นิยมที่สุดคือตัวที่ 1- รากหญ้าสุดนิยมสุดหาง่ายสุด ราคาถูกสุดมีมานานที่สุด ถัดมาก็ตัวที่ 2- และ3-ตามลำดับ ตัวที่ 2-และ 3- ถือว่า HiEnd ราคา จะแพงค่อนค้างมาก
ส่วนผลผิวขาวนั้นผมไม่ค่อยอยากให้หวังจุดนี้มาก ได้อย่างดีไม่เกิน 5-10% หลายๆรายก็ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผิวเนียน ค่อนข้าง ok นะครับ ส่วนอันตราย ถ้าไม่แพ้สารตัวนี้ ถือว่าปลอดภัยสูงมากแต่ถ้าแพ้อาจถึงตายได้(ยาหลายตัวถ้าแพ้ก็อาจถึงตายได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้นะครับ) และขนาดยาที่ใช้ โอกาสทำให้ตาบอดเกิดได้น้อนนะครับ ถ้าใช้โดยแพทย์ ยาตัว Glu เมื่อสมัยก่อนคนไทยนิยมไปฉีดที่ต่างประเทศ(ใกล้ประเทศเรานี่แหละไม่เกิน1000-2000 กิโลเมตร) ช่วงหลังมี คนนำเข้าและฉีดกันมากขึ้นในไทย

ยาตัวนี้ Glu เมื่อใดก็ตามที่ยังไม่ผ่านอย.ประเทศไทยที่มีมาตรฐานสูง(ประชดนิดๆนะครับ)ผู้ที่นำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมีโทษนะครับ และยังถือว่ามีอันตรายแก่ผู้ที่ฉีด แต่เมื่อใดก็ตามทีผ่าน อย.ซึ่งเป็นไปได้ยากมากๆ (เรื่องมันซับซ้อนมากครับ และไม่อาจกล่าวถึงได้)ก็แทบจะไม่มีใครฉีดเพราะ ราคาจะสูงมากๆและอาจมีการผูกขาดเกิดขึ้น เคยมีกลุ่มแพทย์และบริษัทยา ที่พยายามผลักดันให้ผ่านแต่สุดท้ายก็ ท้อแท้

สุดท้ายขอให้ทุกคนอ่านแล้วใช้วิจารณญาณเอาเองนะครับ

Meesook ไปฉีดมาแล้ว เป็นอย่างที่คุณบอกล่ะค่ะ ไม่ได้ขาวขึ้น แต่เนียนใสขี้น เอ... แล้วอย่างนี้เค้าจะเอาผิดผู้ที่รับการฉีดด้วยหรือเปล่าคะ? อย่างนี้ก็เสียวๆ เหมือนกันนะคะเนี่ย

ป.ล. เรื่องอื่นไม่แน่ใจ แต่เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ทำให้ไม่ผ่าน อ.ย.ซักที ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมาก และก็พูดอะไรมากไม่ได้อยู่ดี..... (อันนี้จากประสบการณ์การขออนุมัติหลายๆ อย่างจากอ.ย.)




Originally Posted by gossip guy
กระทู้นี้ก็ดี เป็นความคิดที่เห็นต่าง นานๆ จะเห็นสักที


ใช่ค่ะ เสียดายที่เจ้าของกระทู้เพิ่งจะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเวปเมื่อวานเอง เลยไม่ทันได้โพสข้อมูลนี้ในกระทู้กลูต้าอันก่อนที่ถูกโหวตลบไป ถ้ามาเป็นสมาชิกเวปเราก่อนหน้านี้ ก็คงจะได้โพสข้อความเหล่านี้ ในกระทู้นั้นบ้าง


ถ้าข้อมูลเหล่านี้ไปอยู่ในกระทู้นั้นบ้าง ก็น่าจะดี จะได้มีทั้งเรื่องกลูต้าเพื่อการแพทย์ และเรื่องความงาม มีข้อมูลหลายๆ ด้าน ก็คงจะทำให้กระทู้อันก่อนดูสมดุลขึ้นบ้าง...

ก็อาจจะไม่โดนเข้าใจผิดถูกโหวตลบ

....
Lavish
#28
[SIZE="4"]ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูล ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ขอ ไม่สวยอย่างเป็นธรรมชาติดีกว่า ที่จะไม่สวยเพราะเราทำตัวเอง
jiji_ch
#29
[SIZE="4"]ถามเพื่อนแล้ว

- เพื่อนเป็นหมอสกินยังบอกว่าไม่ค่อยจะรู้จักยาตัวนี้เลย แล้วก็ยังไม่มีใครในโลกนี้ที่รู้จริงเกี่ยวกับยาตัวนี้

- ยายังไม่ผ่าน อย.

- ไม่แนะนำให้ฉีด เพราะยังไม่มีใครรู้ long termed side effect ต้องรอดูอีก 10-20 ปี ว่พวกคนที่ฉีดๆ กันเนี่ย เป็นไรป่าว

- ไม่มี dealer ยาของเมกาที่มานำเสนออันนี้เลย เพราะในเมกาไม่เป็นที่ยอมรับ (มาบูมแถวๆ นี้)

- ไม่มีของถูกต้องในไทย มีแต่ของแอบหิ้วเข้ามา ราคาเข็มละ [SIZE="6"]2000-3000 เอ..แต่เพื่อนโดนหลอกขายมาตั้งเกือบ 5000 งั้นคนขายก้อหน้าเลือดอ่ะดิ แล้วยังหาที่ฉีดไม่ได้อีกต่างหากทั้งๆที่คนขายรับรองมีเอกสารว่าฉีดได้ชัวร์ป้าบๆๆๆ

- สรุปว่า ไม่ควรฉีดด




[SIZE="4"]ทำไรคิดถึงคนอยู่ข้างหลังกันบ้างเน้อ
พ่อ แม่ พี่ น้อง ถ้าเป็นไรไปคนที่จะเสียใจไม่ใช่ตัวคุณ(เพราะคุณตายไปแล้ว)
mamy_sas
#30
Originally Posted by authentic_only
^
^
มาบอกว่า จขกท. ลบ ชื่อคลีนิคออกไม่หมดค่ะ :D

เห็นด้วยค่ะ ว่าธรรมชาติดีที่สุดค่ะ


อิๆขอบคุณที่บอกนะค่ะ ลบแล้วค่ะ
mamy_sas
#31
Originally Posted by Bright
เหมือนเป็นขาวและดำเลยนะครับ



คงเป็นอย่างนั้นค่ะ เพราะภาพตอนแรกใครๆก็คิดว่าขาว ดูดี
แต่สุดท้าย ดำ เพราะแฝงด้วยความอันตรายต่อร่างกาย ขอบคุณที่มาแชร์กันนะค่ะ
wannit
#32
Originally Posted by Sweet_Jasmine
[SIZE="3"]ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ เราขอออกความเห็นส่วนตัวจากคนผิวขาวคนนึงนะคะ
เราเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผิวดี แต่เรากลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทั้งหมดอ่ะค่ะ
เพราะเราแค่ขาว แต่เราไม่ได้เนียน ละเอียด ใส ผิวหน้าเราก็เป็นสิว ผิวตัวก็แห้ง ฯลฯ
คือขาวอย่างเดียวเอง หลายครั้งเราเห็นเพื่อนเราที่ผิวคล้ำ บางคนดำเลยก็ว่าได้
แต่ผิวเค้าเนียนใสละเอียดทั้งตัวและใบหน้า เรากลับรู้สึกว่านี่แหล่ะ ผิวดีของจริง และก็ดุสวย มีออร่า มากๆ

จริงๆแล้วเราว่าผิวสีอะไรก็สวยได้อ่ะค่ะ ขอแค่ผิวเนียนละเอียดใส ก็คือ มีออร่า ทั้งนั้น
แค่ขาวมันไม่ได้ทำให้สวยขึ้นเท่าไหร่สำหรับเรานะคะ
แต่เราอยากให้ผิวใสนะ ไม่รู้ว่าใส=ขาวรึป่าวอ่ะ แต่เราชอบผิวใสมากกว่าขาวนะ มันดูบลิ๊งๆกว่า:rolleyes:


[SIZE="5"]เห็นด้วยกับคุณลิมากๆค่า

โอ๋เป็นคนนึงที่ผิวจัดว่าขาว แต่มันไม่ใส ไม่เนียน มีทั้งกระ และ สิว

เลยสนใจในเรื่องอาหารการกินมากกว่า แล้วก็ครีมบำรุงต่างๆ ถ้าให้มาฉีดสิ่งแปลกปลอมเนี่ย ขอบาย กลัวอ่ะ
huahorm
#33
Originally Posted by @ลาสเวกัส@
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ ถ้าอย่างนั้น ขออยู่อย่างปลอดภัยแต่ "ดำเป็นเหนี่ยง" ดีกว่าเสี่ยง "ขาวเผือก"


^
^
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ

ชอบประโยคนี้จังค่ะ :)
mamy_sas
#34
Originally Posted by Meesook
Meesook ไปฉีดมาแล้ว เป็นอย่างที่คุณบอกล่ะค่ะ ไม่ได้ขาวขึ้น แต่เนียนใสขี้น เอ... แล้วอย่างนี้เค้าจะเอาผิดผู้ที่รับการฉีดด้วยหรือเปล่าคะ? อย่างนี้ก็เสียวๆ เหมือนกันนะคะเนี่ย

ป.ล. เรื่องอื่นไม่แน่ใจ แต่เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ทำให้ไม่ผ่าน อ.ย.ซักที ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมาก และก็พูดอะไรมากไม่ได้อยู่ดี..... (อันนี้จากประสบการณ์การขออนุมัติหลายๆ อย่างจากอ.ย.)






ใช่ค่ะ เสียดายที่เจ้าของกระทู้เพิ่งจะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเวปเมื่อวานเอง เลยไม่ทันได้โพสข้อมูลนี้ในกระทู้กลูต้าอันก่อนที่ถูกโหวตลบไป ถ้ามาเป็นสมาชิกเวปเราก่อนหน้านี้ ก็คงจะได้โพสข้อความเหล่านี้ ในกระทู้นั้นบ้าง


ถ้าข้อมูลเหล่านี้ไปอยู่ในกระทู้นั้นบ้าง ก็น่าจะดี จะได้มีทั้งเรื่องกลูต้าเพื่อการแพทย์ และเรื่องความงาม มีข้อมูลหลายๆ ด้าน ก็คงจะทำให้กระทู้อันก่อนดูสมดุลขึ้นบ้าง...



....



[SIZE="2"]เสียดายอย่างแรงเลยค่ะที่เข้ามาไม่ทัน ไม่งั้น...คงจะได้ร่วมแชร์ ข้อเสียเป็นส่วนใหญ่ของกลูต้า
ที่นำมาใช้แบบผิดวิธี และไม่เกิดประโยชน์อย่างแรงค่ะ ถ้าเข้ามาทันคงดีนะค่ะ
thongchai9309
#35
Meesook ไปฉีดมาแล้ว เป็นอย่างที่คุณบอกล่ะค่ะ ไม่ได้ขาวขึ้น แต่เนียนใสขี้น เอ... แล้วอย่างนี้เค้าจะเอาผิดผู้ที่รับการฉีดด้วยหรือเปล่าคะ? อย่างนี้ก็เสียวๆ เหมือนกันนะคะเนี่ย

ป.ล. เรื่องอื่นไม่แน่ใจ แต่เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ทำให้ไม่ผ่าน อ.ย.ซักที ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมาก และก็พูดอะไรมากไม่ได้อยู่ดี..... (อันนี้จากประสบการณ์การขออนุมัติหลายๆ อย่างจากอ.ย.)




-----------------------------------
ไม่เอาผิดครับ
o_aholic
#36
Originally Posted by jiji_ch
[SIZE="4"]ถามเพื่อนแล้ว

- เพื่อนเป็นหมอสกินยังบอกว่าไม่ค่อยจะรู้จักยาตัวนี้เลย แล้วก็ยังไม่มีใครในโลกนี้ที่รู้จริงเกี่ยวกับยาตัวนี้

- ยายังไม่ผ่าน อย.

- ไม่แนะนำให้ฉีด เพราะยังไม่มีใครรู้ long termed side effect ต้องรอดูอีก 10-20 ปี ว่พวกคนที่ฉีดๆ กันเนี่ย เป็นไรป่าว

- ไม่มี dealer ยาของเมกาที่มานำเสนออันนี้เลย เพราะในเมกาไม่เป็นที่ยอมรับ (มาบูมแถวๆ นี้)

- ไม่มีของถูกต้องในไทย มีแต่ของแอบหิ้วเข้ามา ราคาเข็มละ [SIZE="6"]2000-3000 เอ..แต่เพื่อนโดนหลอกขายมาตั้งเกือบ 5000 งั้นคนขายก้อหน้าเลือดอ่ะดิ แล้วยังหาที่ฉีดไม่ได้อีกต่างหากทั้งๆที่คนขายรับรองมีเอกสารว่าฉีดได้ชัวร์ป้าบๆๆๆ


- สรุปว่า ไม่ควรฉีดด


[SIZE="4"]ทำไรคิดถึงคนอยู่ข้างหลังกันบ้างเน้อ
พ่อ แม่ พี่ น้อง ถ้าเป็นไรไปคนที่จะเสียใจไม่ใช่ตัวคุณ(เพราะคุณตายไปแล้ว)



โอะ โอว... ของร้อนขนาดนี้ ยังมีหน้ามาโก่งราคาหลอกประชาชีได้อีก มันมากไปมั้ย
งั้นขอแบบสวยใส แต่มีสติรักตัว แอนด์ กลัวตายดีก่า เอิ้กๆ
gogogals
#37
[SIZE="4"]เข้ามาเก็บความรู้คะ กำลังสงสัยต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วววว ขอบคุณมากๆคะ:)
เมจิ
#38
[SIZE="3"]โอ้วว ท่านมาแต่ใด รู้หรือป่าวว่าเรื่องกลูต้าเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อวันก่อนๆอ่ะค่า --'' (ไม่กล่าวถึงดีก่า เดี๋ยวเหนื่อยได้อีก เหอๆ)

ยังๆไงก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ เราก็ยังคิดๆจะตั้งกระทู้เกี่ยวกับเรื่องกลูต้าอยู่เลย
เพราะเราเองก็เก็บๆข้อมูลไว้บ้างเหมือนกันแต่มันนานมาแว้ว

แต่อย่างไร ตามประสบการ์ณเรา เราเองก็เคยฉีดค่ะผิวเดิมเราก็ใช้แป้งเบอร์ขาวสุดตลอด แต่ก็ยังอยากขาวได้อีกอ่ะนะ --''(บ้าไปแร้ว กระแสมันแรงทานไม่อยู่ แฮ่ๆ) ขาวขึ้นไหม อันนี้เคสของเรา เราขาวขึ้นจริง แต่ว่าเราเองก็กลัวๆ ก็เลยหยุดไป แล้วก็ทานพวกวิตามินอาหารเสริมช่วยเอา แต่ว่าผิวกลับมาคล้ำขึ้นกว่าตอนก่อนฉีดอ่ะ อันนี้เซ็งมาก

ส่วนตอนขาว ไม่รู้ของคนอื่นเป็นไง แต่ของเรา ขาวแบบซีดๆ ไม่เหมือนกับตอนทานพวกโพรฟิมิน ค่ะ อันนั้นผิวจะดูใสๆ ไม่มีรูขุมขนซักนิดเลย เนียนมาก

เราเองก็ไม่รู้ ว่าจริงเท็จอย่างไร แต่อันนี้เขียนตามตรงทุกประการ มีหลักฐานด้วยว่าไปฉีดที่ไหนมา (แถมตอนฉีดเจอพยาบาลฉีดยาไม่เก่งอ่ะ เจาะไปหลายรูเรย กว่าจะเข้าเส้น เซ็งจิตมาก)

ส่วนเคสของเพื่อนเรา เค้าไม่ได้ผล ก็อย่างที่ทราบกันว่าผลเรื่องความขาวมันเป็นside effect ของยาดังนั้นแล้วผลที่ได้ในแต่ละคนมันเลยไม่เหมือนกัน ก็เพื่อนเราเลยไม่ขาวขึ้นแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่เค้าฉีดแล้วปวดหัวอย่างรุนแรงสุดๆ เค้าเลยไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วก็เล่าให้หมอฟัง จนทราบว่า มันจะมีไซด์เอกเฟกซต่อคนที่มีความดันสูงด้วย แล้วตัวเค้าก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าเป็นความดันสูง แค่ปวดหัวบ่อยๆ ก็บรรยายอาการโดนเช็คความดันถึงได้ทราบว่าสูงขึ้นอย่างรุนแรง ก็เลยสาวเรื่องไปจนทราบว่าไปฉีดกลูต้ามา เค้าก็เลยหยุด และก็เลยเป็นเหตุผลให้เราหยุดไปด้วย เพราะกลัวอ่ะ ถึงแม้เราจะไม่มีอาการเหมือนเพื่อนก็ตามค่ะ ส่วนอาการปวดหัวความดันสูงตอนฉีดเนี่ยหลายคนเป็น ถ้าใครอ่านพันทิพบ่อยๆ ก็คงจะเห็นเคสลักษณะฉีดแล้วปวดหัวอยู่บ้าง

ส่วนเรื่อง effect ของมัน ลองหาjournal ต่างๆดู จะเห็นว่าเอาเข้าจริงๆก็ยังไม่มี final conclusion ในเรื่องนี้ บทความบางตัวเขียนเชียร์ว่าtakeได้แต่อย่า overdose เพราะ side effect มันมีในยาทุกตัวอยู่แล้ว แต่ในขณะที่ทางฝั่งฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่เริ่มใช้กันแบบ overdose เพื่อเร่งผิวขาว ก็ออกงานวิจัยออกมาในทางว่า overdose ได้ แต่อย่านาน ว่ากันไปต่างๆนานา

ส่วนเรื่องว่าให้ กลูต้าผ่าน อย เพื่อเอามาทำให้ผิวขาว อันนี้เราไม่เห็นด้วย แต่หากให้อยผ่านเพื่อเอามาฉีดใน "ปริมาณที่เหมาะสม" เพื่อเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในแง่ anti oxidant อันนี้ก็โอเค

แต่อย่างว่าค่ะ ประเทศเรา นี่ขนาดอยไม่ผ่านยังเกลื่อนเมืองขนาดนี้ ถ้าอยผ่าน หนูเล็กเด็กแดงคงเอาไปฉีดเล่นไม่หวาดไม่ไหว เพราะกระแสผิวขาวก็โหมกระหน่ำทางสื่อต่างๆทุกวี่ทุกวัน
พูดได้ยังไง ว่าอาวุธของผู้หญิงคือความขาว ทำไมต้องให้ผู้หญิงมีแค่นี้เนี่ย เฮ้อออ
เมจิ
#39
Originally Posted by Sweet_Jasmine
[SIZE="3"]ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ เราขอออกความเห็นส่วนตัวจากคนผิวขาวคนนึงนะคะ
เราเป็นคนที่หลายคนบอกว่าผิวดี แต่เรากลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ทั้งหมดอ่ะค่ะ
เพราะเราแค่ขาว แต่เราไม่ได้เนียน ละเอียด ใส ผิวหน้าเราก็เป็นสิว ผิวตัวก็แห้ง ฯลฯ
คือขาวอย่างเดียวเอง หลายครั้งเราเห็นเพื่อนเราที่ผิวคล้ำ บางคนดำเลยก็ว่าได้
แต่ผิวเค้าเนียนใสละเอียดทั้งตัวและใบหน้า เรากลับรู้สึกว่านี่แหล่ะ ผิวดีของจริง และก็ดุสวย มีออร่า มากๆ

จริงๆแล้วเราว่าผิวสีอะไรก็สวยได้อ่ะค่ะ ขอแค่ผิวเนียนละเอียดใส ก็คือ มีออร่า ทั้งนั้น
แค่ขาวมันไม่ได้ทำให้สวยขึ้นเท่าไหร่สำหรับเรานะคะ
แต่เราอยากให้ผิวใสนะ ไม่รู้ว่าใส=ขาวรึป่าวอ่ะ แต่เราชอบผิวใสมากกว่าขาวนะ มันดูบลิ๊งๆกว่า:rolleyes:



[SIZE="3"]คิดเหมือนคุณลิเลย แต่เราเองก็ยังอดใจไม่ไหวแอบอยากขาวอยู่เป็นระยะ แหะๆ

มีบางทีที่คึกๆยังเคยคิดจะไปทำผิวแทนเล่นๆช่วงอยู่เมืองนอกเลย เพราะเห็นเพื่อนญี่ปุ่นผิวแทนๆ แต่ผิวเค้าเนียนๆแล้วส๊วยยสวยอ่ะ

มาอยู่ไทยแล้วมีเพื่อนผิวดำๆ เรียกว่าดำเลยล่ะค่ะ มันเซ็งมาก มีแต่คนล้อ คนเหน็บแนม แต่เราดูว่าสวยจังเพราะผิวชีเนียน ผิวดีเว่อ แบบไร้รูขุมขน จับแล้วเนียนนุ่มมือมากๆ ยังบอกเพื่อนเลยว่าให้ไปทำผมสีเก๋ๆ แต่งตัวเปรี้ยวๆเป็นญี่ปุ่นไปเลย น่ารักจะตาย ตอนนี้เพื่อนคนนี้ไปเรียนเมืองนอกละ ฮอตตายไปเรย ชีไม่อยากกลับไทยแว้ว 5555
เมจิ
#40
Originally Posted by @ลาสเวกัส@
[SIZE="4"] "ดำเป็นเหนี่ยง" ดีกว่าเสี่ยง "ขาวเผือก" แต่ไม่ปลอดภัยค่ะ


ป.ล. ที่มาของคำว่า "เหนี่ยง" เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ
ชื่อด้วงปีกแข็งชนิด Hydrophilus bilineatus ในวงศ์ Hydrophilidae ลําตัวรูปไข่ แบนเล็กน้อย ตัวยาวประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร สีดําตลอดตัว มีหนามแหลมที่ด้านล่างของอกยาวยื่นไปถึงส่วนท้อง อาศัยอยู่ตามแหล่งนํ้าต่าง ๆ โดยปริยายใช้เรียกผู้ที่มีผิวดำคล้ำโดยธรรมชาติหรือเพราะถูกแดดถูกลมมากว่าตัวดำเป็นเหนี่ยง.



[SIZE="3"]"ดำเป็นเหนี่ยง" ดีกว่าเสี่ยง "ขาวเผือก" แต่ไม่ปลอดภัยค่ะ

อ่านแล้วฮาค่ะ


แต่อ่านที่มาของคำว่าเหนี่ยงแล้วฮากว่า ทำไปด๊ายย
wannit
#41
[SIZE="5"]ใครอยากฉีด ก็ลองดูไมเคิล แจคสันเป็นตัวอย่างได้นะคะ

ตอนนี้ เค้าเป็นไงหล่ะ เหมือนซาก...เลย

แต่เรื่องจริง ก็ไม่มีใครรู้ว่า เค้าไปทำอะไรกับผิวมา ฉีดสารอะไรเข้าไปหรือเปล่า แล้วสารนั้นจะใช่กลูต้ามั๊ย แต่ที่แน่ๆ ก็คือ คนดำแล้วอยากขาว มันเลยผิดธรรมชาติไปโดยปริยาย
PAx
#42
โห บทความเยอะแยะเลย ขอบคุณมากนะคะที่เอามาโพสให้ได้อ่าน เคยสนใจช่วงบูมใหม่ๆ แต่คิดไปการฉีดสารอะไรเข้าร่างกายสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่น่าเป็นความคิดที่ดีเลยค่ะ
ting_ja
#43
คือ อันนี้อยากรู้จริงๆ คือเราไม่รู้ว่าผิดกฎมั้ย แต่อยากรู้จริงๆว่า

กลูต้า ที่คุณ จขกท. ว่ามาทั้งหมด คือ มันไม่ผ่าน อย. เท่ากะผิดกฎหมาย

แสดงว่าคนขาย ก็ต้องทำผิดกฎหมายถูกมั้ยค่ะ งั้น คนที่เคยขาย กลูต้าในเวบ

นี้ ก็ทำผิดกฎหมาย หรอค่ะ
linaja
#44
มารอฟังต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ เพราะว่าลิเองก็เคยฉีดมาแล้ว
ได้มาจากเพื่อนรุ่นน้องคนนึงในเวปนี้ (ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อนะคะ)
โดยส่วนตัว ลิไม่เห็นผลแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนผิวคล้ำ ออกจะไปทางขาวด้วย เลยไม่เห็นผลอย่างชัดเจนค่ะ
อ่าน ๆ ดูถึงอันตรายก็เห็นจากที่คุณ จขกท มาลงบทความ และแหล่งข่าว อ้าวอิงต่าง ๆ ทำให้ได้รับควาทรู้ขึ้นมากมาย
เพราะแต่ก่อนหน้านี้ได้รับทราบแต่ด้านดีของกลูต้า แต่ด้านเสียนี่ได้ทราบจากคุณหมอท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ฉีดให้ ว่าถ้าสำหรับรายที่แพ้ บางรายถึงขั้นหายใจไม่ออกคาเข็ม และอาจอันตรายถึงชีวิต
นี่คือข้อมูลที่ลิได้ทราบก่อนที่จะได้รับการฉีดเพียงชั่วเวลาไม่ถึงอึดใจ
ดังนั้นเนื่องจากลินำยาไปเอง และคุณหมอเองก็ไม่แนะนำเท่าไหร่ อีกอย่างคุณหมอก็ย้ำนักหนาว่ายังไม่ผ่านอย.นะคะ แต่ด้วยความดื้อ บวกกับความรั้น จึงอยากลอง ตื๊อคุณหมอจนได้ฉีดสมใจ
ปล. คุณหมอท่านนี้ไม่ใช่คนในเวปนี้นะคะ เดี๋ยวจะเกิดสงสัยกันว่าเป็นใครเลยต้องเรียนกันให้ทราบก่อน
Bright
#45
Originally Posted by mamy_sas
คงเป็นอย่างนั้นค่ะ เพราะภาพตอนแรกใครๆก็คิดว่าขาว ดูดี
แต่สุดท้าย ดำ เพราะแฝงด้วยความอันตรายต่อร่างกาย ขอบคุณที่มาแชร์กันนะค่ะ


แต่ข้อมูลน่าจะเอามาจาก ที่พอจะเชื่อถือได้นะครับ

หนังสือพิมพ์ไทยกับอย.ไทย ก็พอๆ กันแหละครับ


เพื่อไม่ไห้ถูกว่าเป็นการโฆษณาอีกผมจะใช้ Clinical term ล้วนๆ นะครับ

ข้อมูลจาก New England journal of Medicine

1 ใน 3 วารสารทางการแพทย์ที่มี Impact factor สูงที่สุดในโลก รวมกับ LANCET กับ ACC journal


[SIZE="3"]1.Glutathione Peroxidase 1 Activity and Cardiovascular Events in Patients with Coronary Artery Disease

ทำในประเทศเยอรมัน Departments of Medicine II (S.B., H.J.R., J.M.) and Clinical Chemistry and Laboratory Medicine (M.T., G.H., K.J.L.), Johannes Gutenberg University, Mainz, Germany ปี 2003

http://content.nejm.org/cgi/content/abstract/349/17/1605

Follow-up ผู้ป่วย 600 คนที่มีโรคหัวใจตีบตัน
สังเกตได้ว่าคนไข้ที่มีระดับ Glutathione activity ลดลง มีผลต่อโอกาสในการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

น่าจะเป็น Landmark study อันนึงครับ

[SIZE="3"]2.Impact of antioxidant supplementation on chemotherapeutic toxicity: a systematic review of the evidence from randomized controlled trials.

ทำที่อเมริกา Institute for Integrative Cancer Research and Education, Suite 350, Evanston, IL, USA.

ตีพิมพ์ใน International Journal of Cancer 2008 Sep

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18623084?ordinalpos=1&itool=EntrezSystem2.PEntrez.Pubmed.Pubmed_ResultsPanel.Pubmed_DefaultReportPanel.Pubmed_RVDocSum

เป็น Meta-analysis เก็บpaper ย้อนหลัง 1966-2007 (โคตรนาน --") เลือกมา 33 จาก 965 paper เพื่อเอาตัวอย่าง 2665 คนมาดูว่าpaperที่ให้ Gluta (11 จาก 33) มีผลข้างเคียงในระยะยาวหรือไม่

คำตอบคือ FDA อเมริกาให้ผ่านครับ

เฮ้อเหนื่อย เผลอพิมพ์อธิบายอีกละ เอาแค่ 2 อันเบาๆ ก่อนละกันตาไมปอ่านดูนะครับคนที่สนใจ

ลืมบอกไปว่าในบรรดา paper ทั้งหมดจะมีความน่าเชื่อถือด้วยนะครับ

[SIZE="4"]Meta-analysis ดีที่สุด รองลงมาก็ RCT-trial, แล้วก็เป็นพวก Cohort, Cross-sectional study etc.





[SIZE="3"]Welcome to My Real world ผู้ชายผ่านมาแวะมาแบ่งปันความรู้ครับ

เจ้าชายสายฟ้า
naeme
#46
Originally Posted by Bright
แต่ข้อมูลน่าจะเอามาจาก ที่พอจะเชื่อถือได้นะครับ

หนังสือพิมพ์ไทยกับอย.ไทย ก็พอๆ กันแหละครับ

เพื่อไม่ไห้ถูกว่าเป็นการโฆษณาอีกผมจะใช้ Clinical term ล้วนๆ นะครับ

ข้อมูลจาก New England journal of Medicine

1 ใน 3 วารสารทางการแพทย์ที่มี Impact factor สูงที่สุดในโลก รวมกับ LANCET กับ ACC journal

1.Glutathione Peroxidase 1 Activity and Cardiovascular Events in Patients with Coronary Artery Disease

ทำในประเทศเยอรมัน Departments of Medicine II (S.B., H.J.R., J.M.) and Clinical Chemistry and Laboratory Medicine (M.T., G.H., K.J.L.), Johannes Gutenberg University, Mainz, Germany ปี 2003

http://content.nejm.org/cgi/content/abstract/349/17/1605

Follow-up ผู้ป่วย 600 คนที่มีโรคหัวใจตีบตัน
สังเกตได้ว่าคนไข้ที่มีระดับ Glutathione activity ลดลง มีผลต่อโอกาสในการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

น่าจะเป็น Landmark study อันนึงครับ

2.Impact of antioxidant supplementation on chemotherapeutic toxicity: a systematic review of the evidence from randomized controlled trials.

ทำที่อเมริกา Institute for Integrative Cancer Research and Education, Suite 350, Evanston, IL, USA.

ตีพิมพ์ใน International Journal of Cancer 2008 Sep


http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18623084?ordinalpos=1&itool=EntrezSystem2.PEntrez.Pubmed.Pubmed_ResultsPanel.Pubmed_DefaultReportPanel.Pubmed_RVDocSum

เป็น Meta-analysis เก็บpaper ย้อนหลัง 1966-2007 (โคตรนาน --") เลือกมา 33 จาก 965 paper เพื่อเอาตัวอย่าง 2665 คนมาดูว่าpaperที่ให้ Gluta (11 จาก 33) มีผลข้างเคียงในระยะยาวหรือไม่

คำตอบคือ FDA อเมริกาให้ผ่านครับ

เฮ้อเหนื่อย เผลอพิมพ์อธิบายอีกละ เอาแค่ 2 อันเบาๆ ก่อนละกันตาไมปอ่านดูนะครับคนที่สนใจ

ลืมบอกไปว่าในบรรดา paper ทั้งหมดจะมีความน่าเชื่อถือด้วยนะครับ

Meta-analysis ดีที่สุด รองลงมาก็ RCT-trial, แล้วก็เป็นพวก Cohort, Cross-sectional study etc.





Welcome to My Real world

เจ้าชายสายฟ้า


ทำไมหมอมาว่า อย.ค่ะ

งง จังเลย :confused:

หมอช่วยอธิบายให้หน่อยนะคะ



ปล.ไดโนเสาร์เดินไปไหนแล้วหว่า เมื่อตะกี้ยังเห็นไดโนเสาร์ เดินอยู่ในกระทู้หมออยู่เลยอ่า...

แถวบรรทัดสุดท้าย แต่ตอนนี้กลายเป็นช่องว่าง.....ไปแล้ว
linaja
#47
Originally Posted by s
ทำไมหมอมาว่า อย.ค่ะ

งง จังเลย :confused:

หมอช่วยอธิบายให้หน่อยนะคะ



ปล.ไดโนเสาร์เดินไปไหนแล้วหว่า เมื่อตะกี้ยังเห็นไดโนเสาร์ เดินอยู่ในกระทู้หมออยู่เลยอ่า...

แถวบรรทัดสุดท้าย ที่ตอนนี้กลายเป็นช่องว่าง.....ไปแล้ว :D



คุณเอส แอบอยากรู้ อะไรคือไดโนเสาร์อ่ะค๊า ฮ่า ๆ งง
naeme
#48
แต่ข้อมูลน่าจะเอามาจาก ที่พอจะเชื่อถือได้นะครับ

หนังสือพิมพ์ไทยกับอย.ไทย ก็พอๆ กันแหละครับ
^
^^
พอๆกัน แปลว่า อะไรค่ะ
ตรงประเด็นนี้ ไม่ค่อยเข้าใจค่ืะ


ปล.อยากข้อความรู้ คุณหมอเพิ่มเติมนะคะ
authentic_only
#49
Originally Posted by Bright
แต่ข้อมูลน่าจะเอามาจาก ที่พอจะเชื่อถือได้นะครับ

หนังสือพิมพ์ไทยกับอย.ไทย ก็พอๆ กันแหละครับ


เพื่อไม่ไห้ถูกว่าเป็นการโฆษณาอีกผมจะใช้ Clinical term ล้วนๆ นะครับ

ข้อมูลจาก New England journal of Medicine

1 ใน 3 วารสารทางการแพทย์ที่มี Impact factor สูงที่สุดในโลก รวมกับ LANCET กับ ACC journal


1.Glutathione Peroxidase 1 Activity and Cardiovascular Events in Patients with Coronary Artery Disease

ทำในประเทศเยอรมัน Departments of Medicine II (S.B., H.J.R., J.M.) and Clinical Chemistry and Laboratory Medicine (M.T., G.H., K.J.L.), Johannes Gutenberg University, Mainz, Germany ปี 2003

http://content.nejm.org/cgi/content/abstract/349/17/1605

Follow-up ผู้ป่วย 600 คนที่มีโรคหัวใจตีบตัน
สังเกตได้ว่าคนไข้ที่มีระดับ Glutathione activity ลดลง มีผลต่อโอกาสในการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

น่าจะเป็น Landmark study อันนึงครับ

2.Impact of antioxidant supplementation on chemotherapeutic toxicity: a systematic review of the evidence from randomized controlled trials.

ทำที่อเมริกา Institute for Integrative Cancer Research and Education, Suite 350, Evanston, IL, USA.

ตีพิมพ์ใน International Journal of Cancer 2008 Sep

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18623084?ordinalpos=1&itool=EntrezSystem2.PEntrez.Pubmed.Pubmed_ResultsPanel.Pubmed_DefaultReportPanel.Pubmed_RVDocSum

เป็น Meta-analysis เก็บpaper ย้อนหลัง 1966-2007 (โคตรนาน --") เลือกมา 33 จาก 965 paper เพื่อเอาตัวอย่าง 2665 คนมาดูว่าpaperที่ให้ Gluta (11 จาก 33) มีผลข้างเคียงในระยะยาวหรือไม่

คำตอบคือ FDA อเมริกาให้ผ่านครับ

เฮ้อเหนื่อย เผลอพิมพ์อธิบายอีกละ เอาแค่ 2 อันเบาๆ ก่อนละกันตาไมปอ่านดูนะครับคนที่สนใจ

ลืมบอกไปว่าในบรรดา paper ทั้งหมดจะมีความน่าเชื่อถือด้วยนะครับ

Meta-analysis ดีที่สุด รองลงมาก็ RCT-trial, แล้วก็เป็นพวก Cohort, Cross-sectional study etc.





Welcome to My Real world ผู้ชายผ่านมาแวะมาแบ่งปันความรู้ครับ

เจ้าชายสายฟ้า




อ่านของคุณหมอ Bright แล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พอดีเราเกิดความสงสัยว่าตกลงมันจะดีหรือไม่ดีกันแน่

เลยอยากจะแชร์บทความถึงข้อควรระวังในการฉีดกลูต้าฯ​ นะคะ ข้อมูลก็เกี่ยวกับสารตัวนี้แหละค่ะ




source: http://chronic-fatigue-syndrome.emedtv.com/glutathione/glutathione-side-effects.html


Last updated/reviewed: June 29, 2008



Glutathione Side Effects

No studies have been done to determine possible side effects of glutathione. At this time, there are no known side effects with the supplement. This does not mean, however, that glutathione side effects are not possible. It simply means that no side effects related to glutathione have been reported. If you are using glutathione supplements and you develop something that "just does not seem right," contact your healthcare provider.



Does Glutathione Cause Side Effects?


Glutathione is a naturally occurring antioxidant produced by the human body (although it is also found in foods and dietary supplements). At this time, there are no known glutathione side effects.However, this does not guarantee that glutathione does not cause side effects; it simply means that no side effects with glutathione have been reported, either in clinical studies or in case reports (individual reports from healthcare providers about side effects seen in their patients). Most likely, the lack of reported side effects reflects a lack of glutathione studies large enough to find side effects; it probably does not indicate that glutathione really is free of side effects.



Even if it turns out that glutathione really does not cause any side effects, it is still possible that side effects may occur due to inactive ingredients or contaminants found in glutathione supplements. Improperly prepared, inhaled, or injectable glutathione has the potential to be quite dangerous, due to contaminants or other problems.

Final Thoughts on Glutathione Side Effects


It is important to let your healthcare provider know about any side effects you experience that may be related to glutathione. Your healthcare provider will likely be interested in any possible side effects of glutathione and may even want to report them (especially if the side effects are particularly serious or interesting). You should also let your healthcare provider know if you develop something that "just does not seem right" while using glutathione. Although it may not be a side effect of the supplement, your healthcare provider will be able to diagnose and treat the problem.)




จากบทความทั้งด้านบนและด้านล่าง (จาก rep #5) ทำให้เราคิดว่า เราไม่ควรใช้ยาใดๆ ที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย.

ส่วนเรื่องที่คนในวงการแพทย์ เภสัช บ.ยา เข้าใจดีนั้น เราไม่ขอเถียง ถ้าเราอยู่ในวงการเราอาจทราบและเข้าใจดีก็ได้ค่ะ

เราแค่ประชาชนตาดำๆ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นคนในวงการนั้น


บวกกับข้อความที่คุณหมอ Bright ลงมานั้น เป็นบทความวิจัยเกี่ยวกับ ผู้ ป่วย cardiovascular disease กับ มะเร็ง (cancer) on chemotherapy (เคมีบำบัด) เท่านั้น ไม่ได้พูดถึงในกรณีของคนปกติค่ะ การใช้สารกลูต้าโดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์และเภสัชนั้น ประกอบกับเป็นสารที่ อย.ประเทศไทยไม่รับรอง ดังนั้น เราจึงอยากเสนอข้อคิดเห็นว่า ไม่ควรให้เว็บไซต์นี้มีการขายยาที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ทุกชนิดค่ะ

เราเพียงอยากจะแชร์ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี เราจึงเลือกบทความที่แย้งข้อดีมา เพื่อให้เป็นที่ระวังมากขึ้นค่ะ เพราะเราคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า กรณีนี้ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ลำพัง junk food ความเครียด และ มลพิษ ก็ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ ความดันฯ และมะเร็งเพียงพอแล้วค่ะ

จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไว้พิจารณาด้วยค่ะ



Originally Posted by mamy_sas


เลขาธิการอย.กล่าวด้วยว่า จะร่วมกับกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อดำเนินการกวาดล้างจับกุมผู้ ที่นำสารดังกล่าวมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะดำเนินคดีสถานหนัก และหากพบว่าผู้ที่นำมาใช้เป็นแพทย์จะร้องเรียนไปยังแพทยสภาเพื่อให้ดำเนิน การเอาผิดทางจรรยาบรรณแพทย์ต่อไป
นายวินิตอัศวกิจวิรี ผู้อำนวยการกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สา รกลูตาไธโอนที่ใช้เป็นตัวยาฉีดเข้าร่างกายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการขอขึ้นทะเบียนกับกองควบคุมยา หากแพทย์นำไปฉีดให้คนไข้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้จะเป็นตัวยานำเข้าหรือลักลอบซื้อมาจากต่างประเทศก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้น เพราะยังไม่ขึ้นทะเบียนกับ อย. การนำสารหรือยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนรับรองถูกต้องมาฉีดให้คนไข้ อาจเป็นการทดลองยารูปแบบหนึ่งก็ได้ ขอเตือนให้ประชาชนระวัง อย่าหลงกับคำอ้างว่าผ่าน อย.แล้ว ส่วนที่อ้างว่าสารกลูตาไธโอนผ่านการรับรองจาก อย.นั้น ก็เป็นเพียงอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบกรดอะมิโน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อใช้กินร่วมกับวิตามินเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกายเท่านั้น ไม่เคยอนุญาตให้เป็นยาเดี่ยวหรือยาฉีดเข้าร่างกายแต่อย่างใด

Bright
#50
Originally Posted by authentic_only
อ่านของคุณหมอ Bright แล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พอดีเราเกิดความสงสัยว่าตกลงมันจะดีหรือไม่ดีกันแน่

เลยอยากจะแชร์บทความถึงข้อควรระวังในการฉีดกลูต้าฯ​ นะคะ ข้อมูลก็เกี่ยวกับสารตัวนี้แหละค่ะ




source: http://chronic-fatigue-syndrome.emedtv.com/glutathione/glutathione-side-effects.html


Last updated/reviewed: June 29, 2008



Glutathione Side Effects

No studies have been done to determine possible side effects of glutathione. At this time, there are no known side effects with the supplement. This does not mean, however, that glutathione side effects are not possible. It simply means that no side effects related to glutathione have been reported. If you are using glutathione supplements and you develop something that "just does not seem right," contact your healthcare provider.



Does Glutathione Cause Side Effects?


Glutathione is a naturally occurring antioxidant produced by the human body (although it is also found in foods and dietary supplements). At this time, there are no known glutathione side effects.However, this does not guarantee that glutathione does not cause side effects; it simply means that no side effects with glutathione have been reported, either in clinical studies or in case reports (individual reports from healthcare providers about side effects seen in their patients). Most likely, the lack of reported side effects reflects a lack of glutathione studies large enough to find side effects; it probably does not indicate that glutathione really is free of side effects.



Even if it turns out that glutathione really does not cause any side effects, it is still possible that side effects may occur due to inactive ingredients or contaminants found in glutathione supplements. Improperly prepared, inhaled, or injectable glutathione has the potential to be quite dangerous, due to contaminants or other problems.

Final Thoughts on Glutathione Side Effects


It is important to let your healthcare provider know about any side effects you experience that may be related to glutathione. Your healthcare provider will likely be interested in any possible side effects of glutathione and may even want to report them (especially if the side effects are particularly serious or interesting). You should also let your healthcare provider know if you develop something that "just does not seem right" while using glutathione. Although it may not be a side effect of the supplement, your healthcare provider will be able to diagnose and treat the problem.)




จากบทความทั้งด้านบนและด้านล่าง (จาก rep #5) ทำให้เราคิดว่า เราไม่ควรใช้ยาใดๆ ที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย.

ส่วนเรื่องที่คนในวงการแพทย์ เภสัช บ.ยา เข้าใจดีนั้น เราไม่ขอเถียง ถ้าเราอยู่ในวงการเราอาจทราบและเข้าใจดีก็ได้ค่ะ

เราแค่ประชาชนตาดำๆ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นคนในวงการนั้น


บวกกับข้อความที่คุณหมอ Bright ลงมานั้น เป็นบทความวิจัยเกี่ยวกับ ผู้ ป่วย cardiovascular disease กับ มะเร็ง (cancer) on chemotherapy (เคมีบำบัด) เท่านั้น ไม่ได้พูดถึงในกรณีของคนปกติค่ะ การใช้สารกลูต้าโดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์และเภสัชนั้น ประกอบกับเป็นสารที่ อย.ประเทศไทยไม่รับรอง ดังนั้น เราจึงอยากเสนอข้อคิดเห็นว่า ไม่ควรให้เว็บไซต์นี้มีการขายยาที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ทุกชนิดค่ะ

เราเพียงอยากจะแชร์ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี เราจึงเลือกบทความที่แย้งข้อดีมา เพื่อให้เป็นที่ระวังมากขึ้นค่ะ เพราะเราคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า กรณีนี้ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ลำพัง junk food ความเครียด และ มลพิษ ก็ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ ความดันฯ และมะเร็งเพียงพอแล้วค่ะ

จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไว้พิจารณาด้วยค่ะ



ครับผม ขอบคุณครับ
yellie
#51
[SIZE="2"]เราไม่เคยเห็นแพทย์ท่านไหนออกมาพูดหรือส่งเสริมให้ฉีดยาตัวนี้ในคนปรกติเพื่อความขาวเลยนะ นอกจากแพทย์ท่านหนึ่งในนี้
แต่เราก็ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ยังไงจะขอเป็นกลางรอฟังข้อมูลต่อไปละกันคะ ขอเคารพทุกความเห็นคะ
Lavish
#52
Originally Posted by authentic_only



ดังนั้น เราจึงอยากเสนอข้อคิดเห็นว่า ไม่ควรให้เว็บไซต์นี้มีการขายยาที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ทุกชนิดค่ะ

เราเพียงอยากจะแชร์ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี เราจึงเลือกบทความที่แย้งข้อดีมา เพื่อให้เป็นที่ระวังมากขึ้นค่ะ เพราะเราคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า กรณีนี้ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ลำพัง junk food ความเครียด และ มลพิษ ก็ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ ความดันฯ และมะเร็งเพียงพอแล้วค่ะ

จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไว้พิจารณาด้วยค่ะ



[SIZE="4"]เห็นด้วยค่ะ


Originally Posted by wannit
[SIZE="5"]ใครอยากฉีด ก็ลองดูไมเคิล แจคสันเป็นตัวอย่างได้นะคะ

ตอนนี้ เค้าเป็นไงหล่ะ เหมือนซาก...เลย

แต่เรื่องจริง ก็ไม่มีใครรู้ว่า เค้าไปทำอะไรกับผิวมา ฉีดสารอะไรเข้าไปหรือเปล่า แล้วสารนั้นจะใช่กลูต้ามั๊ย แต่ที่แน่ๆ ก็คือ คนดำแล้วอยากขาว มันเลยผิดธรรมชาติไปโดยปริยาย


[SIZE="4"]เคยอ่านเจอค่ะ ว่าไมเคิล แจคสัน เขาเป็นโรคด่างขาว ที่คนผิวสีเป็นกันค่อนข้างมาก และคนเอเชียก็เป็นกันเยอะเหมือนกันนะคะ เป็นโรคที่เม็ดสีทำงานผิดปกติ เขาเลยไปทำการรักษาโดยการปลูกถ่ายเซลล์ผิวหนัง แต่ก็สงสัยเหมือนกัน ว่าถ้าเขาปลูกถ่ายเซลผิวหนัง เขาก็ต้องนำผิวส่วนที่ดำของเขามาปะส่วนที่ขาวผิดปกติของเขาสิ แต่ไหงกลายเป็นทำขาวทั้งตัวอย่างงั้นก็ไม่รู้งงๆอยู่ แต่เขาไปฉีดตัวกลูต้านี้มาด้วยหรือเปล่า ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าทำขาวมาแล้วต้องปิดหน้าปิดตา ห้ามโดนแสงแดดอย่างนั้น เขาคงเป็นทุกข์อยู่ไม่น้อยเนอะ
clumsylady
#53
Originally Posted by ting_ja
คือ อันนี้อยากรู้จริงๆ คือเราไม่รู้ว่าผิดกฎมั้ย แต่อยากรู้จริงๆว่า

กลูต้า ที่คุณ จขกท. ว่ามาทั้งหมด คือ มันไม่ผ่าน อย. เท่ากะผิดกฎหมาย

แสดงว่าคนขาย ก็ต้องทำผิดกฎหมายถูกมั้ยค่ะ งั้น คนที่เคยขาย กลูต้าในเวบ

นี้ ก็ทำผิดกฎหมาย หรอค่ะ


พี่ก็สงสัยเหมือนน้องติ่งเลยอ่ะจ้ะ
แล้วงงๆ เพิ่มอีกอัน ถ้าไม่ผ่านอย. แล้วหมอที่รับฉีด (ตามข่าวนสพ.ที่เจ้าของกระทู้เอามาให้อ่านกัน) เค้าไม่ผิดเหรอคะ ไม่มีใครร้องเรียนไปที่แพทยสภา?
คือเหมือนคุ้นๆ ว่ายาบางตัวอาจจะยังไม่ได้รับการรับรองจากอย.เมืองไทย แต่เพื่อช่วยชีวิตคนไข้ ที่อยู่ในสภาวะวิกฤต หรือ อาจจะไม่มีทางเลือกอื่น อันนี้ถือว่าไม่ผิด แต่กรณีนี้ ..ไม่ได้เพื่อรักษา แต่เป็นเสริมความงาม
srichardson
#54
Originally Posted by clumsylady
พี่คิดเหมือนน้องมะลิเลยจ้ะ
มีพี่ที่ทำงาน เค้ามีผิวสีน้ำผึ้ง ดูเนียน สุขภาพดี ยังคิดๆ ว่าผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาว ขอแค่เนียนใส ดูสุขภาพดี ก็สวยแล้ว

ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะคะที่นำมาแบ่งปันกัน .. เคยคิดจะฉีดเหมือนกัน แต่เปลี่ยนใจแล้วววว
ยิ่งมีหลายคนบอกว่า มันเป็นการฉีดยาเข้าเส้นเลือด ซึ่งโอกาสแพ้อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน (ยิ่งบอกว่าหากคนที่มีอาการหอบ หืด ความดัน หัวใจ อาจแพ้ยาตัวนี้ได้) กอรปกับก่อนหน้านี้ไปอ่านกระทู้คุณกล้วย ที่พี่สาวแพ้ยาฉีดแก้หวัด ถึงขั้นเสียชีวิต.. เลยไม่เอาแล้ว

อีกอันนึง.. ได้ยินมา คงต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาอธิบาย เห็นมีคนบอกว่า หากมีเชื้อมะเร็งอยู่ในตัว แล้วไปฉีดกลูต้า มันอาจจะเร่งให้เชื้อลามเร็วขึ้น แต่งงๆ อยู่ เพราะในบทความข้างบนบอกกลูต้าใช้ฉีดเพื่อบำบัดโรคมะเร็ง


พี่ก้อชอบ ผิวสีน้ำผึ้งของพี่แหล่ะน้องเมย์ แต่ตอนนี้อยากฉีด "โบท๊อกซ์" มากกว่าอ่ะ ขอบคุณที่มาให้ข้อมูลค่ะ ;)
gossip guy
#55
[SIZE="4"]เท่าที่พบกับคุณหมอ และเภสัชฯที่รู้จัก บางท่านก็เป็นเพื่อนสนิท ยังไม่มีื่ท่านไหนแนะนำให้ฉีดเลย ยกเว้นพวกคลินิกความงามที่เป็นเกรดชาวบ้านทั้งหลาย ทั้งในเมืองและหัวเมือง ส่วนสารกลูต้าฯ อาจจะยังไม่มีผลเสียอะไรในตอนนี้ แต่ถ้าเกิดผลเสียขึ้นมาจะคุ้มกันไหม! เพราะว่ามันมีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เปอร์เซนต์เป็นศูนย์

อันนี้ก็รวมไปถึงพวกฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซินด้วย หมอที่ฉีดได้บอกคุณไหมว่าใช้ยี่ห้อ botox จริงหรือเปล่า เพราะ botox เป็นยี่ห้อของสารโบทูลินั่มฯที่ได้รับมาตรฐาน นำเข้าโดยบริษัท allergan ไม่ใช่ชื่อเรียกสารที่จะฉีด เพราะโบทูลินั่มมีหลายยี่ห้อ มาจากจีนก็มี ซึ่งพวกเนี้ยราคาจะถูก และหมอก็จะเรียกรวมๆ กันไปว่า โบท็อกซ์ ดังนั้นก็ขอดูขวดด้วยนะครับ เวลาจะฉีด ว่าใช่ชื่อยี่ห้อ botox ไหม
punjabi
#56
Originally Posted by authentic_only
อ่านของคุณหมอ Bright แล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พอดีเราเกิดความสงสัยว่าตกลงมันจะดีหรือไม่ดีกันแน่

เลยอยากจะแชร์บทความถึงข้อควรระวังในการฉีดกลูต้าฯ​ นะคะ ข้อมูลก็เกี่ยวกับสารตัวนี้แหละค่ะ



source: http://chronic-fatigue-syndrome.emedtv.com/glutathione/glutathione-side-effects.html



Last updated/reviewed: June 29, 2008




Glutathione Side Effects

No studies have been done to determine possible side effects of glutathione. At this time, there are no known side effects with the supplement. This does not mean, however, that glutathione side effects are not possible. It simply means that no side effects related to glutathione have been reported. If you are using glutathione supplements and you develop something that "just does not seem right," contact your healthcare provider.



Does Glutathione Cause Side Effects?


Glutathione is a naturally occurring antioxidant produced by the human body (although it is also found in foods and dietary supplements). At this time, there are no known glutathione side effects.However, this does not guarantee that glutathione does not cause side effects; it simply means that no side effects with glutathione have been reported, either in clinical studies or in case reports (individual reports from healthcare providers about side effects seen in their patients). Most likely, the lack of reported side effects reflects a lack of glutathione studies large enough to find side effects; it probably does not indicate that glutathione really is free of side effects.



Even if it turns out that glutathione really does not cause any side effects, it is still possible that side effects may occur due to inactive ingredients or contaminants found in glutathione supplements. Improperly prepared, inhaled, or injectable glutathione has the potential to be quite dangerous, due to contaminants or other problems.

Final Thoughts on Glutathione Side Effects


It is important to let your healthcare provider know about any side effects you experience that may be related to glutathione. Your healthcare provider will likely be interested in any possible side effects of glutathione and may even want to report them (especially if the side effects are particularly serious or interesting). You should also let your healthcare provider know if you develop something that "just does not seem right" while using glutathione. Although it may not be a side effect of the supplement, your healthcare provider will be able to diagnose and treat the problem.)




จากบทความทั้งด้านบนและด้านล่าง (จาก rep #5) ทำให้เราคิดว่า เราไม่ควรใช้ยาใดๆ ที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย.

ส่วนเรื่องที่คนในวงการแพทย์ เภสัช บ.ยา เข้าใจดีนั้น เราไม่ขอเถียง ถ้าเราอยู่ในวงการเราอาจทราบและเข้าใจดีก็ได้ค่ะ

เราแค่ประชาชนตาดำๆ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นคนในวงการนั้น

บวกกับข้อความที่คุณหมอ Bright ลงมานั้น เป็นบทความวิจัยเกี่ยวกับ ผู้ ป่วย cardiovascular disease กับ มะเร็ง (cancer) on chemotherapy (เคมีบำบัด) เท่านั้น ไม่ได้พูดถึงในกรณีของคนปกติค่ะ การใช้สารกลูต้าโดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์และเภสัชนั้น ประกอบกับเป็นสารที่ อย.ประเทศไทยไม่รับรอง ดังนั้น เราจึงอยากเสนอข้อคิดเห็นว่า ไม่ควรให้เว็บไซต์นี้มีการขายยาที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ทุกชนิดค่ะ

เราเพียงอยากจะแชร์ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี เราจึงเลือกบทความที่แย้งข้อดีมา เพื่อให้เป็นที่ระวังมากขึ้นค่ะ เพราะเราคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า กรณีนี้ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ลำพัง junk food ความเครียด และ มลพิษ ก็ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ ความดันฯ และมะเร็งเพียงพอแล้วค่ะ

จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไว้พิจารณาด้วยค่ะ




เห็นด้วย กับคุณ Authentic_only ค่ะ

คุณหมอไบร์ทคะ

พอดี เรานั่งอ่าน paper ที่คุณ refer มาในกระทู้ที่คุณโพสต์ เราก็เลยสงสัย อย่างเดียวกับ คุณ Atuthentic_only สงสัยค่ะ

ว่า paper ที่คุณนำมาเสนอนั้น เป็นการใช้ Gluta เพื่อการรักษาโรค ทั้ง 2 paper ไม่ได้พูดถึงการ นำ Gluta มาใช้กับคนปกติ เพื่อให้ผิดขาวเลยค่ะ ซึ่ง เรารู้สึกว่า วัตถุประสงค์มันต่างกัน กับสิ่งที่ทั้งหมด กำลังคุยกันอยู่

เราก็เลยสงสัย อยากถามคุณ ว่า ทำไมคุณถึงยก paper 2 ตัวนี้ มาให้ดูคะ ทั้งที่เราว่ามันไม่น่าจะเกียวกัน

สงสัยอ่ะคะ ???
yai_625
#57
มันยังผิดกฏหมายอยู่แต่ที่รับฉีดๆกันนี่ก็เป็นการค้าล้วนๆคิดแต่เรื่องรายได้อยากรู้ว่าหมอที่ฉีดให้คนอื่นนี่กล้าฉีดให้ตัวเองหรือเปล่าน้า

เห็นด้วยกะคุณjellyอีกคนค่ะ
o_aholic
#58
Originally Posted by authentic_only
อ่านของคุณหมอ Bright แล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ พอดีเราเกิดความสงสัยว่าตกลงมันจะดีหรือไม่ดีกันแน่

เลยอยากจะแชร์บทความถึงข้อควรระวังในการฉีดกลูต้าฯ​ นะคะ ข้อมูลก็เกี่ยวกับสารตัวนี้แหละค่ะ




source: http://chronic-fatigue-syndrome.emedtv.com/glutathione/glutathione-side-effects.html


Last updated/reviewed: June 29, 2008



Glutathione Side Effects

No studies have been done to determine possible side effects of glutathione. At this time, there are no known side effects with the supplement. This does not mean, however, that glutathione side effects are not possible. It simply means that no side effects related to glutathione have been reported. If you are using glutathione supplements and you develop something that "just does not seem right," contact your healthcare provider.



Does Glutathione Cause Side Effects?


Glutathione is a naturally occurring antioxidant produced by the human body (although it is also found in foods and dietary supplements). At this time, there are no known glutathione side effects.However, this does not guarantee that glutathione does not cause side effects; it simply means that no side effects with glutathione have been reported, either in clinical studies or in case reports (individual reports from healthcare providers about side effects seen in their patients). Most likely, the lack of reported side effects reflects a lack of glutathione studies large enough to find side effects; it probably does not indicate that glutathione really is free of side effects.



Even if it turns out that glutathione really does not cause any side effects, it is still possible that side effects may occur due to inactive ingredients or contaminants found in glutathione supplements. Improperly prepared, inhaled, or injectable glutathione has the potential to be quite dangerous, due to contaminants or other problems.

Final Thoughts on Glutathione Side Effects


It is important to let your healthcare provider know about any side effects you experience that may be related to glutathione. Your healthcare provider will likely be interested in any possible side effects of glutathione and may even want to report them (especially if the side effects are particularly serious or interesting). You should also let your healthcare provider know if you develop something that "just does not seem right" while using glutathione. Although it may not be a side effect of the supplement, your healthcare provider will be able to diagnose and treat the problem.)




จากบทความทั้งด้านบนและด้านล่าง (จาก rep #5) ทำให้เราคิดว่า เราไม่ควรใช้ยาใดๆ ที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย.

ส่วนเรื่องที่คนในวงการแพทย์ เภสัช บ.ยา เข้าใจดีนั้น เราไม่ขอเถียง ถ้าเราอยู่ในวงการเราอาจทราบและเข้าใจดีก็ได้ค่ะ

เราแค่ประชาชนตาดำๆ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นคนในวงการนั้น


บวกกับข้อความที่คุณหมอ Bright ลงมานั้น เป็นบทความวิจัยเกี่ยวกับ ผู้ ป่วย cardiovascular disease กับ มะเร็ง (cancer) on chemotherapy (เคมีบำบัด) เท่านั้น ไม่ได้พูดถึงในกรณีของคนปกติค่ะ การใช้สารกลูต้าโดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์และเภสัชนั้น ประกอบกับเป็นสารที่ อย.ประเทศไทยไม่รับรอง ดังนั้น เราจึงอยากเสนอข้อคิดเห็นว่า ไม่ควรให้เว็บไซต์นี้มีการขายยาที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ทุกชนิดค่ะ

เราเพียงอยากจะแชร์ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี เราจึงเลือกบทความที่แย้งข้อดีมา เพื่อให้เป็นที่ระวังมากขึ้นค่ะ เพราะเราคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า กรณีนี้ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ลำพัง junk food ความเครียด และ มลพิษ ก็ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ ความดันฯ และมะเร็งเพียงพอแล้วค่ะ

จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไว้พิจารณาด้วยค่ะ




Originally Posted by jelly
เห็นด้วย กับคุณ Authentic_only ค่ะ

คุณหมอไบร์ทคะ

พอดี เรานั่งอ่าน paper ที่คุณ refer มาในกระทู้ที่คุณโพสต์ เราก็เลยสงสัย อย่างเดียวกับ คุณ Atuthentic_only สงสัยค่ะ

ว่า paper ที่คุณนำมาเสนอนั้น เป็นการใช้ Gluta เพื่อการรักษาโรค ทั้ง 2 paper ไม่ได้พูดถึงการ นำ Gluta มาใช้กับคนปกติ เพื่อให้ผิดขาวเลยค่ะ ซึ่ง เรารู้สึกว่า วัตถุประสงค์มันต่างกัน กับสิ่งที่ทั้งหมด กำลังคุยกันอยู่

เราก็เลยสงสัย อยากถามคุณ ว่า ทำไมคุณถึงยก paper 2 ตัวนี้ มาให้ดูคะ ทั้งที่เราว่ามันไม่น่าจะเกียวกัน

สงสัยอ่ะคะ ???


[SIZE="3"]มายกมือถามด้วยค่ะ เพราะตัวเองอยากเพิ่มรอยหยักให้กับสมองอะค่ะ
yammy
#59
Originally Posted by jelly
เห็นด้วย กับคุณ Authentic_only ค่ะ

คุณหมอไบร์ทคะ

พอดี เรานั่งอ่าน paper ที่คุณ refer มาในกระทู้ที่คุณโพสต์ เราก็เลยสงสัย อย่างเดียวกับ คุณ Atuthentic_only สงสัยค่ะ

ว่า paper ที่คุณนำมาเสนอนั้น เป็นการใช้ Gluta เพื่อการรักษาโรค ทั้ง 2 paper ไม่ได้พูดถึงการ นำ Gluta มาใช้กับคนปกติ เพื่อให้ผิดขาวเลยค่ะ ซึ่ง เรารู้สึกว่า วัตถุประสงค์มันต่างกัน กับสิ่งที่ทั้งหมด กำลังคุยกันอยู่

เราก็เลยสงสัย อยากถามคุณ ว่า ทำไมคุณถึงยก paper 2 ตัวนี้ มาให้ดูคะ ทั้งที่เราว่ามันไม่น่าจะเกียวกัน

สงสัยอ่ะคะ ???


[SIZE="5"]สงสัยด้วยคนค่ะ :confused:
ting_ja
#60
จาก paper ที่คุณหมอ นำมาอ้างอิง เป็นการ ศึกษาใน คนป่วย ดูแล้ว

เป็นเหมือนการรักษา มากกว่า

แต่ในกรณีนี้ คุณหมอ เคยนำมาขาย และแนะนำให้ไปฉีด อันนี้ไม่ทราบว่า ให้ฉีดที่หมอ

หรือ หมอส่งไปให้ฉีดที่ไหน เราเห็นว่า ในเมื่อสารตัวนี้ไม่ผ่าน อย.เมืองไทย เราจึงคิดว่ามันไม่

ควรนำมาขายในนี้ค่ะ และ มันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ หากมีคนที่ซื้อ ไปร้องเรียนว่ามีการซื้อ ขาย

จากแพทย์ในนี้ อาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานด้วย ขอออกความเห็นเท่านี้ในส่วนที่เป็นเรื่องของกลูต้า

ที่นี้มาต่อกัน เรื่อง ยา วิตามิน ต่างๆ ที่ขายในเวบ ห้องซื้อขาย ทั่วไป

ตอนนี้มีมาขายเยอะมาก อยากให้เวบมาสเตอร์ช่วยดู ไม่ให้นำของเหล่านี้มาขายอีกค่ะ

เพราะอันตรายมันถึงแก่ชีวิตได้เลย ค่ะ
marzipan
#61
ขาวอย่างเป็นธรรมชาติ จากธรรมชาติ ดีสุดแล้วคะ ;)
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3