ขอคำแนะนำ จากเพื่อนๆๆ ถึงเวลาที่เรา เศร้า เหงา ทำไงคะ
โดย HaM_BaS
HaM_BaS
#1
ยอมรับว่า พิมข้อความทู้นี้ทั้งน้ำตาคะเพราะอาการตอนนี้ เศร้าขึ้นมาเอง แบบบอกไม่ถูก เคยสงสัยตัวเองว่าเราเป็นโรคที่มีอาการทางจิตหรือเปล่า ไม่ได้อกหัก หรือเสียใจเรื่องชู้สาวใดๆๆทั้งสิ้นนะคะ

แฮม เป็นเด็ก ตจวคะ มาเรียนกทมอยู่คนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่กทม พ่อแฮมเสียได้สามเดือนก่อน แฮมคิดถึงคุณพ่อมากๆๆ บางครั้งแฮมคิดถึงแม่ ห่วงความรู้สึกคุณแม่ แม่แฮมมักจะแอบร้องให้เพราะคิดถึงพ่อ

บางเวลาที่เหงา อยู่ดีๆๆก็ร้องให้ และเศร้าขึ้นมา มีวิธีแก้ไงยังไงกันบ้างคะ ร้องให้ไม่หยุดเลยไม่เข้าใจตัวเองจริงๆๆ
suiteeruk
#2
อืม...ความรู้สึกนี้ เคยเกิดขึ้นกับหยกเหมือนกันอ่ะค่ะ
ตอนนั้น เสียคุณพ่อไปใหม่ๆ รู้สึกว่ามันเคว้งคว้างบอกไม่ถูกอ่ะค่ะ

วิธีแก้ของหยกคือ...หยกจะไม่ค่อยอยู่คนเดียวน่ะค่ะ
อยู่คนเดียวตอนนั้น มีความรู้สึกเหงามากกกกก
คุณแฮมลองโทรไปหาคุณแม่บ่อยๆซิคะ
หรือไม่ก็ไปหาเพื่อนๆอ่ะค่ะ
อย่าพยายามอยู่คนเดียวนะคะ
อยู่คนเดียวแล้วมันฟุ้งซ่านอ่ะค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ยังไงๆ ก็มีเพื่อนๆใน SBN เป็นกำลังใจให้นะคะ
wannit
#3
[SIZE="5"]น่าสงสารอ่ะ
เห็นด้วยกับคุณหยกค่า
เป็นกำลังใจให้นะคะ

พยายามหาสิ่งที่เราชอบทำ จะได้ไม่มีเวลาคิดไปเรื่องเศร้า

นิ่งซะนะคะ อย่าร้องไห้อีกเลย

คุณแฮมต้องทำได้นะคะ

เข้มแข็งไว้ค่า คุณแม่คุณแฮม ก็คงอยากให้คุณแฮมเข้มแข็งเหมือนกัน
คิดถึงใจแม่ให้เยอะๆ นะคะ และนับวันเรียนจบ + ตั้งใจเรียน จะได้กลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ไวๆ นะคะ
clumsylady
#4
พี่ก็เป็นค่ะ คุณพ่อเพิ่งเสียได้ครบปี หลังจากเข้ารพ. ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต รักษาตัวได้แค่ 20 วันก็จากไป
แต่แม่และลูก ก็เข้าใจว่ามันคือธรรมดาของชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพียงแต่ว่าจะเมื่อไรเท่านั้นเอง
แรกๆ ก็นั่งมองหน้ากันเอง แล้วก็ร้องไห้ด้วยความคิดถึง ยิ่งคุณแม่จะมีอาการมากกว่า เพราะท่านทั้งสองรักและผูกพันกันมานาน

อยากร้องก็ร้องไห้ได้ค่ะ ร้องเท่าที่อยากร้อง ไม่ต้องฝืน คิดถึงและระลึกถึงท่านได้ แต่อย่าฟูมฟาย จนไม่มีสติ จากนั้นก็หาอะไรทำ อย่าให้ว่าง หรือ ฟุ้งซ่าน หากิจกรรม งานอดิเรกทำ แล้วก็คุยกับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ ท่านจะได้ไม่รู้สึกว่าทุกคนหายจากท่านไปหมด

เวลาจะช่วยให้ค่อยๆ ดีขึ้นเองค่ะ
HaM_BaS
#5
แม่แฮมมาหาเมื่อวาน แต่วันนี้ท่านเดินทางกลับไปแล้วคะ อยากให้ท่านอยู่หลายๆๆวัน แต่ก็คงไม่ได้ ต้องกลับไปดูแลร้าน อยากกลับไปบ้านกับแม่จัง ช่วงเวลาที่เราต้องไกลกันตอนนั้นมันที่แม่ก้าวขึ้นรถ จี๊ดมาเลยคะ
Keeki
#6
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้นะคะ

เราก็ไปอยู่ต่างประเทศมาหลายปีค่ะ ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่นานแล้ว แต่ก็อาศัยคุยเอาค่ะ ดีว่าเราชินกับความ lonely ค่ะ :D
noo_pizza
#7
บ่นเรื่องตัวเองเยอะไป คนแก่นึกถึงอดีต ขออนุญาตลบนะคะ


เป็นกำลังใจให้เข็มแข็งค่ะ
ท่องไว้ว่า ความสำเร็จของลูกจะทำให้แม่เราท่านมีความสุขที่สุดค่ะ

วันนี้เราอาจจะเหงาบ้าง เศร้าบ้าง แต่ให้นึกถึงอนาคตไว้เยอะ ๆ
เดี๋ยวนี้การสื่อสารดี โทรคุยกะท่านบ่อย ๆ คุยกันทุกวันก็ยังได้

ตะก่อน เราก็แยกจากพ่อแม่มาเรียนตั้งแต่ 15 เหมือนกัน
การสื่อสารก็ไม่ดีเท่านี้ อาทิตย์หนึ่ง โทรศัพท์คุยแค่ครั้งเดียว เพราะค่าโทรก็แพง

ทุกวันนี้ โตจนแก่ โทรคุยกับป๊าทุกวัน เวลาเดิม ๆ หลังเลิกงาน
บางทีเลิกดึก ต้องโทรไปก่อนกลัวท่านจะรอ...
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ ไม่เคยห่างการติดต่อเกินสามวันค่ะ
authentic_only
#8
^
^
^
เก่งจังเลยคุณนู๋ อายุ 11-12 เรายังโดดหนังยางอยู่เลย 15 มีบัตรประชาชน


คุณหนูแฮมคิดซะว่า อยู่เพื่อคุณแม่ มันน่าจะง่ายกว่าเพื่อตัวเอง
ตั้งใจเรียนให้จบ แล้วไปทำงานใกล้แม่นะคะ ทำบุญสวดมนต์เยอะๆ ให้คุณพ่อคุณแม่

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
takky_and_kong
#9
ให้กำลังใจตัวเองอ่ะค่ะ

เวลาผิดหวัง เหงา เสียใจ

จะชอบคุยกับตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองอ่ะค่ะ

ถ้าเหงาก้อจะออกไปข้างนอกเดินเที่ยว

พอนานวันเข้าก้อจะเข้มแข็งเองอ่ะค่ะ สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจค่ะ
mymimi
#10
เป็นกำลังใจให้มากๆเหมือนกันคะ
เพราะจริงๆแล้วเราก็เพิ่งเสียคุณพ่อไปเหมือนกัน
เมื่อ 3 อาทิตย์ก่อน เราก็เศร้ามากๆเหมือนกัน

วิธีของเรา เวลาเราเศร้า คือเราจะพยายามทำอย่างอื่น
ไม่นั่งเฉยๆ เพราะถ้านั่งเฉยๆ สมองมันก็จะคิดไปไกล
ยิ่งทำให้เศร้ามากๆ

สวดมนต์ นั่งสมาธิก็ช่วยได้มากๆนะคะ
มันจะทำให้จิตใจเราสงบขึ้น
แล้วยังได้แผ่เมตตาให้คุณพ่อด้วย

ช่วงแรกๆที่คุณพ่อเสีย เราหนีตัวเองออกจากสังคมเลย
ปิดมือถือ ไม่คุยกับใครทั้งนั้น รู้สึกไม่มีอารมณ์รื่นเริงใดๆ
แต่พอทำอย่างนั้นไปซักพัก เริ่มรู้สึกชีวิตห่อเหี่ยวเกินไป
พ่อคงไม่สบายใจ ถ้าเราเป็นแบบนี้ เราต้องกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมให้มากที่สุด
ทำตัวเองให้มีความสุข ให้พ่อสบายใจ
และพยายามทำตัวให้น่ารัก เป็นลูกที่ดีของแม่มากที่สุดคะ
ninanina_neena
#11
ถ้าเป็นเรานะคะ เราจะพยายามหาอะไรทำให้ลืมๆๆ ไปซะ ไป Fitness อะไรก็ได้ค่ะ
แต่จะไม่ใช้วิธีอยู่กับเพื่อน เพราะบางทีถ้าเค้าพูดจาในเรื่องที่เราไม่อยากฟัง เราก็จะยิ่งแย่ ยิ่งเหงา
จะใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากกว่า แต่หากิจกรรมเพลินๆทำ ลองดูค่ะ เผื่อช่วยด้วย
ลองทำสวยดูก็ได้ พอกหน้า อ่านหนังสือ รัยเงี๊ยะ
ting_ja
#12
เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ ตอนที่คุณพ่อเราเสียใหม่เราก็เป็นแบบนั้นค่ะ

วิธีที่ดีค่ะ พึ่งธรรมะค่ะ สวดมนต์ทุกวันน่ะค่ะ ก่อนนอนค่ะ
teerasak
#13
เดี๋ยวขอไปตามตัวพ่อกับตัวแม่(เราสถาปนาของเราเองนะ)ก่อนต้องมีคำแนะนำดีๆแน่นอน
barumbum
#14
ฟังแล้วเข้าใจเลยค่ะ

อย่าไปเศร้า เสียใจกับอดีตค่ะ

ลองนั่งสมาธิ แผ่เมตตาดูค่ะ

แล้วก็เอาเวลามานั่งอ่านหนังสือทบทวนตำราดีกว่า จได้คะแนนดีๆ
จบไวๆ แล้วก็กลับบ้านไปหาคุณแม่ค่ะ

สู้ๆ
hut2211
#15
ก่อนอื่นก็คงเป็นกำลังใจให้นะครับเหมือนกับทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้น้องแฮมครับ

คงไม่ใครบอกไม่เสียใจที่ต้องเสีย คนที่เรารักและรักเราไป แต่ขอให้น้องแฮมลองกลับมามองความเป็นจริงอย่างนึงนะครับ หลายคนในที่นี้เชื่อเรื่องภพชาติ มีเกิดก็ต้องมีแก่ มีเจ็บ มีตาย ครับ คุณพ่อคงไม่มีความสุขแม้ท่านอาจไปเกิดในภพเบื้องบน แล้วท่านเห็นลูก และภรรยาอันเป็นที่รัก ของท่านไม่มีความสุข น้องว่าจริงมะ แทนที่เราจะมานั่งเสียใจในการจากไป ของท่าน พี่ว่าตอนนี้มันเป็นโอกาส ที่น้องแฮมจะได้เป็นคนดูแลแม่แทนท่าน นะ เรายังมีคุณแม่อีกคน ถ้าเรามานั่งเศ้รา อยู่ แล้วอีกคนที่เศ้ราเหมือนเราคงไม่พ้นคุณแม่แน่นอน พี่ว่าน้องแฮมเอาเวลานี้ไปทำหน้าที่ลูกที่ดีหาเวลาว่างพาคุณแม่ออกไปเที่ยวพักผ่อนนอกบ้าน ไปทานข้าวบ้าง ไปวัดทำบุญ ดีกว่านะ พี่คิดว่าการที่เราทำตัวเองให้มีความสุขก่อน คนรอบๆ ข้างก็จะได้มีความสุขตามมานะ และคิดว่าคนที่เรารักเค้าก็มีความสุขกับเราด้วย .....ลองดูนะครับ :D
เรื่องทุกข์มันมาแล้วมันก็ไป แต่การมาของมันบางครั้งมันทำให้เราเลือกที่จะได้ทำสิ่งดี ๆ เพิ่มนะ ....แค่เราเปลี่ยนมุมมอง...:D ขอใหน้องสู้ สู้ และผ่านความเศร้าใจไปได้นะครับ ..
พี่พึ่งลงบทความไว้ลองเข้าไปอ่านดูนะ ครับ ...
http://siambrandname.com/forum/showthread.php?t=112229

ขอให้ลองสละเวลาซัก 1 ชั่วโมงนะครับ ฟัง อันนี้ดู http://dhamma.atspace.com/life_compass.htm สู้ สู้ ครับ
ทุกข์มันมาเพื่อให้เราเจอความสุขอันยิ่งใหญ่นะครับ ........
ople
#16
หวัดดีคะ น้องแฮมพี่แพทเอง เคยเป็นเหมือนกัน พี่คิดว่าที่นู๋เศร้าน่าจะมาจากคุณพ่อเพิ่งเสีย ก้อเลยยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เหมือนพี่ตอนเสียใจมาก ๆ เวลาอยู่คนเดียวก้อชอบร้องไห้ อาบน้ำก้อร้องไห้ ขับรถก้อร้องไห้ แต่ทุกอย่างแก้ไขได้คะ เวลา จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง

และที่อยากแนะนำอีกอย่างคือลองหาหนังสือธรรมะ มาอ่านนะคะ มันช่วยได้มากจริง ๆ ช่วยปรับวิธีคิดของเราให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

แล้วก้อถ้าเหงาเมื่อไหร่โทรมาคุยกับพี่บ้างก้อได้น้า พี่ก้อเปนคนขี้เหงาเหมือนกัน แต่ตอนนี้เลิกร้องไห้แล้ว

สู้เค้าไอ้มดแดง;)
gogogals
#17
เหนด้วยนะคะ เด๋วนี้หนังสือธรรมะหาง่ายมากๆลองดูแถวbts siamคะ จะมีของพระมิตสุโอะ ดีมากๆๆแล้วก็ไม่เครียดด้วยคะ
yaminter
#18
เห็นด้วยกับความเห็นของหลายๆท่านนะครับ เวลาจะรักษาเราเอง


บางทีการพยายามที่จะลืมอะไรสักอย่างที่เรารักมากๆ ผูกพันมากๆมันจะรู้สึกเจ็บครับ





ผมแนะนำว่าอย่าพยายามลืมให้อยู่กับความทรงจำดีๆ ยอมรับและอยู่กับมัน เราจะมีความสุขขึ้น จากการเรียนรู้





อย่าคิดมากนะน้องแฮม เป็นพี่พี่ก็ต้องร้องไห้แบบน้องเหมือนกัน




ไม่ผิดปกติที่เราจะรู้สึกแบบนี้ เรียนรู้และอยู่กับความทรงจำดีๆนะครับ



พ่อ เราอยู่ไม่ไกลหรอก ท่านก็มองเราจากที่อีกที่นึง เท่านั้นเอง





ยิ้มๆไว้นะจ๊ะ
due
#19
Originally Posted by teerasak
เดี๋ยวขอไปตามตัวพ่อกับตัวแม่(เราสถาปนาของเราเองนะ)ก่อนต้องมีคำแนะนำดีๆแน่นอน



เมื่อวานไม่ได้เข้าwebเลยเพราะพาลูกไปเรียนพิเศษ
ต้องขอบคุณที่ให้เกรียติดิวเป็นอาทตัวแม่นะคะ อิอิออ
(ทุกวันนี้คุณสามีก็เรียกแบบนี้เหมือนกัน 555)

[SIZE="4"]เรื่องของน้องแฮม เป็นเรื่องที่เราทุกคนหนีไม่พ้นหรอกค่ะ
แล้วก็ห้ามไม่ให้ทุกข์ก็ไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่พระอรหันต์
อยู่ที่ว่าเราต้องพยายามทำใจอย่าให้ทุกข์มากจนเกินไป
ให้รู้จักปล่อยวาง ให้รู้เท่าทันจิตของเรา ว่าเรานี้กำลังทุกข์
แล้วก็วางมันลงซะ รู้ค่ะว่า ทำยาก แต่ต้องหัด แล้วก็ต้องทำให้ได้
เพราะชีวิตเราไม่เจอเรื่องทุกข์ๆแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
เพราะเรายังมีคนที่รักอีกหลายคน ถ้าต้องเกิดการพลัดพรากอีก
ใจคงสลาย เพราะฉนั้นต้องพยายามฝึกจิตให้เข้มแข็ง
อยากแนะนำให้ศึกษาเรื่องมรณสติให้เยอะๆ จะได้ไม่กลัว
ความตาย และเข้าใจในความตายมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้ว
ความตายนั้นไม่ได้น่ากลัวเลย เมื่อเรารู้จักความตายดีแล้ว
เราก็จะไม่กลัวตาย แล้วเมื่อความตายมาถึงเราก็จะมีสติ
ไม่ทุรนทุราย แม้จะสูญเสียคนที่รัก เราก็เข้าใจและ
ยอมรับความตายนั้นได้ว่าเป็นสัจจะธรรม และก็รู้ว่าชีวิต
หลังความตายนั้นไม่ได้สูญสลาย แต่ยังมีภพชาติรออยู่
ถ้าเราเชื่อเรื่องภพชาติ เราก็จะไม่กลัวตาย เร่งสร้างความดีไว้เยอะๆ
ก็เหมือนเรากำลังสร้างวิมานในภพภูมิที่สูงกว่านี้ จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่กลัว
แต่ถ้าเราไม่แน่ใจว่าคนที่เรารักจะได้ไปสบายรึเปล่า ก็อยากแนะนำให้
ทำบุญ แล้วอย่าลืมกรวดน้ำไปให้เค๊า เค๊าก็จะได้รับ แต่ถ้าอยาก
ให้ได้รับบุญเยอะๆ อันนี้ต้องปฏิบัตวิปัสสนากรรมฐาน อานิสงค์
มากกว่าสร้างวัดสร้างโบสถ์อีก เวลากราดนำ้ไปให้ผู้ที่ล่วงลับ
ท่านก็จะได้รับบุญนั้นด้วย
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้สามารถผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างมีสติ
และเข้มแข็งนะคะ
due
#20
[SIZE="4"] ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

[SIZE="4"]คำพูดนี้เป็นคำที่พระพุทธเจ้าสอนนางวิสาขา
ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ นะ

คือนางวิสาขาเสียหลานไปคนหนึ่ง นางรักหลานคนนี้มาก
พระพุทธเจ้าก็ถามว่า ที่ร้องไห้เพราะอะไร
นางวิสาขาบอก เพราะหลานคนนี้ตาย
พระพุทธเจ้าถามอีกว่า หลานคนอื่นตาย ทำไมไม่เห็นร้องขนาดนี้
นางบอกว่า หลานคนนี้รักมาก เป็นแก้วตาดวงใจ
ท่านถามอีกว่า ถ้าสมมุติมีหลานที่นางวิสาขารักแบบนี้
แบบเดียวกันนี้ อีก ๑๐๐ คน จะไม่อกแตกตายเหรอ
นางวิสาขาก็คิดได้ว่า เออ... ใช่ มันเป็นไปได้ที่เราจะรักใครได้มากขนาดนี้

บางคนรักหมายิ่งกว่าผัว คือตัวความรักมันแสดงให้เห็นว่า
ไม่ว่าจะรักใคร จะรักอะไร มันคือความทุกข์
มันไปยึด รักแบบไปยึด ไม่ใช่รักแบบเมตตา

รักแบบเมตตาคือปรารถนาดี
รักแบบกรุณาคือมีความคิดอยากจะช่วย
รักแบบพลอยยินดีไปกับเขา อนุโมทนาไปกับเขาด้วย
รักแบบมีความเข้าใจ มีเหตุผล
คือทุกอย่างที่มาที่ไป เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดา

ถ้ารักแบบนี้ จะหลุดพ้นจากความรักแบบยึด
จะเป็นรักแบบที่มีคนอื่นเป็นที่ตั้งของความรัก
ไม่ใช่ตัวเราเป็นที่ตั้งของความรัก

รักแล้วต้องร้องไห้ คือมีเราเป็นที่ตั้งของความรักนะ
มีตัวเราได้ประโยชน์จากความรัก
มีตัวเราเป็นผู้รับผลประโยชน์จากความรัก

แต่รักแบบมีคนอื่นเป็นที่ตั้งของความรักนี้ ผลประโยชน์ไปตกกับเขา
เราปรารถนาดีกับเขา อยากช่วยเขา พลอยยินดีไปกับเขา
เราเข้าใจเหตุ เข้าใจผล ที่เขาต้องเป็นไปอย่างหนึ่ง ๆ
เขาตายไปก็เข้าใจว่าถึงเวลาที่เขาต้องไป
ความรักแบบนั้นไม่ทำให้เราเป็นทุกข์ เพราะว่ารักแบบไม่ยึด

เป็นข้อสรุปที่พระพุทธเจ้าบอกนางวิสาขา
วิสาขา... มีรักหนึ่งก็ทุกข์หนึ่งนะ
มีรักสิบก็ทุกข์สิบ มีรักร้อยก็คือทุกข์ร้อย
แล้วถ้าหากว่าไม่มีรักเลย ก็ไม่มีทุกข์เลย

รักแบบโลก ๆ
แต่ถ้ารักด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
แบบนี้มีได้ไม่มีประมาณ
และก็เป็นสุขได้ไม่มีประมาณ



ที่มา:http://larndham.net/index.php?showtopic=32322&st=240
meme
#21
ของเราเพิ่งแท้งไป ก้อเสียใจเหมือนกัน แต่ว่าโดยส่วนตัวเราเป็นคนที่จะเดินไปข้างหน้าค่ะ เพราะว่าเราคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดเรื่องเก่าๆ วิธีที่เราใช้เวลาให้หมดไปเพราะว่าเรายังออกจากบ้านไม่ได้ เวลาหลางวันต้องอยู่เดียวเราจะดูทีวี ซื้อเรื่องที่เราชอบมาดู ดูกันให้ตายไปข้างเลย ล่าสุดซื้อมา 80 แผ่น แฟนถามว่าจะไม่ทำมาหากินแล้วใช่มั้ย 55 แต่ช่วยได้เยอะมากค่ะ แล้วคิดว่าถ้าออกจากบ้านได้ออกกำลังกายได้ ก็จะไปออกกำลังกายจะได้เหนื่อยๆแล้วก็หลับ แต่ว่าเรายังดีหน่อยที่มีลูกอีกคนให้เลี้ยงด้วย เลยเหนื่อยไม่มีเวลาคิด ทุกอย่างจะผ่านไปเองค่ะ ต้องใช้เวลา แต่เวลาที่ต้องให้ผ่านนั้นเราจะทำยังไงเท่านั้นเองค่ะ
Ohh
#22
Originally Posted by meme
ของเราเพิ่งแท้งไป ก้อเสียใจเหมือนกัน แต่ว่าโดยส่วนตัวเราเป็นคนที่จะเดินไปข้างหน้าค่ะ เพราะว่าเราคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดเรื่องเก่าๆ วิธีที่เราใช้เวลาให้หมดไปเพราะว่าเรายังออกจากบ้านไม่ได้ เวลาหลางวันต้องอยู่เดียวเราจะดูทีวี ซื้อเรื่องที่เราชอบมาดู ดูกันให้ตายไปข้างเลย ล่าสุดซื้อมา 80 แผ่น แฟนถามว่าจะไม่ทำมาหากินแล้วใช่มั้ย 55 แต่ช่วยได้เยอะมากค่ะ แล้วคิดว่าถ้าออกจากบ้านได้ออกกำลังกายได้ ก็จะไปออกกำลังกายจะได้เหนื่อยๆแล้วก็หลับ แต่ว่าเรายังดีหน่อยที่มีลูกอีกคนให้เลี้ยงด้วย เลยเหนื่อยไม่มีเวลาคิด ทุกอย่างจะผ่านไปเองค่ะ ต้องใช้เวลา แต่เวลาที่ต้องให้ผ่านนั้นเราจะทำยังไงเท่านั้นเองค่ะ



เสียใจด้วยนะคะ K. meme

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราจะต้องเดินต่อไปข้างหน้าคะ

ล้มได้ ลุกได้ ท้อได้ แต่อย่าถอยนะคะ ก้าวต่อไปคะ

สู้สู้
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3