ฝึกปฎิบัติแบบง่ายๆ...สําหรับเพื่อนๆที่บอกว่ายาก และไปไม่ถึงไหนสักที.
โดย pepsi5510
pepsi5510
#1




การปฎิบัติกรรมฐาน วิปัีสสะนา เพื่อนๆคงเคยปฎิบัติ บางท่านก็ไปได้ดี บางท่านก็ทําไม่ได้ บางท่านก็บอกว่ายาก

วันนี้ผมเอามาแนะนําการปฎิบัติ วิปัสสะนา กรรมฐานแบบง่ายๆมาให้เพื่อนครับ......แบบว่าไม่ใช่เป็นการแหกกฎการ

ปฎิบัตินะครับ.....แต่อาจจะเป็นกลวิธีในการเข้าถึงสมาธิ ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการปฎิบัติครับ.


:rolleyes::rolleyes:


อันดับแรก.....

สวดมนต์บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และตามด้วยการแผ่ส่วนบุญ กุศล เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งในท่าที่คิดว่า

สบายและสํารวม.....ถ้านั่งในท่าขัดสมาธิ เพื่อนบางท่านอาจจะทําไม่ได้....ก็เอาเป็นว่าท่าที่สบายที่สุด.เหอๆๆๆไม่ใช่นั่งแหกแข้ง แหกขานะครับ น่าเกลียดตายเลย......

มาเริ่มกันเลยครัย

1. ปล่อยอารมณ์พร้อมหลับตา.....อารมณ์จะไปไหน ก็ให้มันไป.....แต่ยังไงก็ตามลมหายใจเราไปเรื่อยๆ ให้รู้ว่าลมหายใจเข้า ลมหายใจออก (แรกๆจะว้า่วุ่นนะครับ ลมหายใจ จะติดๆขัดๆ....ก็ไม่ต้องไปกังวล ปล่อยมันไป แบบนี้เรียกว่า.....ลมหายใจหยาบ)

2.พอไปได้สักพัก อารมณ์จะเริ่มสงบ หรือเรียกว่า นิ่ง.....ก็ปล่อยมันไปเหมือนเดิน และตามลมหายใจไปตลอด ให้รู้ว่า ลมเข้า ลมออกจมูก.....

3.จุดที่สาม ลมหายใจจะละเอียดขึ้น เราจะรู้กับตัวเราเอง.....ช่วงนี้จิตจะสงบมาก....อารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน จะหายไป....จะเห็นได้แต่ความว่างเปล่า และความสงบ....บางท่านอาจจะเห็นเป็นแสงดวงแก้วส่องสวาง อย่าตกใจนะครับ.
ปล่อยไปเรื่อยๆ ตามลมหายใจเอาไว้....เราจะรู้ว่าลมหายใจเราละเอียดมากๆ.

4.จุดของความว่างเปล่า....ลมหายใจเราจะไม่มี เราจะรู้ตัวเราเองว่า ลมหายใจหายไป....ไม่มีลมหายใจเข้า หรือลมหายใจออก....จะมีแต่ความว่างเปล่า.....หยุดนิ่งอยู่แบบนั้น.

(4 ขั้นตอนนี้ เราเรียกว่า.....กรรมฐาน.)....เมื่อเราได้ 4 ขั้นตอนนี้แล้ว....
ขั้นต่อไปคือ การปลงสังขาล ซึ่งจะเข้าขั้นวิปัสสะนา....

การปลงสังขาล มีหลายอย่างที่เราสามารถเอามาปลงได้ เช่น...
การเกิด.....แก่.....เจ็บ....แล้วก็ตาย คือร่างกายเราทุกคน ย่อมมีการแตกดับ.
มีเกิด เกิดจากท้องแม่ ตัวแดงๆ เต็มไปด้วยเลือด แล้วก็ เจริญพันธุ์ เป็นหนุ่ม สาว แล้วก็ แก่
เมื่อแก่....ย่อมมีความลําบากในทุกๆด้าน ทางด้านร่างกาย สุขภาพ โรคภัย ต่างๆ
เจ็บ.....คือเป็นโน่น เป็นนี่....และเป็นที่ลําบากแก่คนข้างกาย หรือแม้แต่ตัวเราเอง
ตาย.....ทุกคนย่อมหนีไม่พ้น....นอนพนมมืออยู่ในโลงสี่เหลี่ยม

นี่คือการปลงแบบ เกิด แก่ เจ็บ ตาย.........ทุกชีวิตย่อมมีการแตกดับ ซึ่งหนีไม่พ้น.


เมื่อเราปลง เกิด แก่ เจ็บ ตาย......กายทิพย์เราจะออกนอกกายมนุษย์นะครับ....อย่าตกใจที่ทําไมเรามองเห็นตัวเราเอง....ซึ่งการที่เรามองเห็นตัวเราเอง แตกต่างออกไป ตั้งแต่ เกิด จนเราแก่ และนอนเจ็บป่วย และตายในที่สุด และร่างกายค่อยเน่าเปื่อย แตกสะลายไป กลายเป็นฝุ่นผง.....และก็จะวนเวียนเริ่มขึ้นมาใหม่.

หวังว่าคงจะมีประโยชน์บ้างนะครับ.......ได้แค่ 4 ข้อแรกก็เยี่ยมแล้วครับ.....
การนั่งวิปัสสะนากรรมฐาน....แค่ช่วงสั้นๆก็เหมือนท่านสร้างวัดถึง 20 วัดเลยนะ.....
Siambrandname Webmaster
#2
ขอบคุณคุณ pepsi5510 ที่นำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกันนะครับ ไม่มีประสพการณ์ด้านนี้โดยตรงครับ
เลยไม่รู้ว่า เป็นอย่างไรครับ แต่สงสัยครับ

4 ขั้นตอนแรกเรียกว่า กรรมฐาน แล้วหลังจาก4 ขั้นตอนนี้เรียกวิปัสสะนา
เลยอย่างรู้ครับ ว่า วิปัสสะนา ความหมายคืออะไรครับ
แล้วคุณ pepsi5510 เองปฎิบัตถึงขั้นไหนครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ ผลของการปฏิบัต

ขอบคุณนะครับที่มาแบ่งปัน
pepsi5510
#3
ขอบคุณครับ พี่ webmaster ที่สนใจกระทู้ นี้ครับ..

วิปัสสนากรรมฐานเป็นวิชาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบ และเป็นศาสตร์เดียวที่สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้องหลุดพ้นไปจากอำนาจการครอบงำของอาสวะกิเลส ตั้งแต่เบาบางจนกระทั่งหมดจด ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง

วิปัสสนา มาจากคำว่า "วิ + ปัสสนา"
วิ แปลว่า แจ้ง, จริง, วิเศษ
ปัสสนา แปลว่า เห็น (ปัญญา)

เมื่อกล่าวโดยความหมาย คือ
๑. ปัญญาเห็นแจ้ง เห็นชัด รูป-นาม, อริยสัจจ์
๒. ปัญญาเห็นโดยอาการต่างๆ มีเห็นไตรลักษณ์, ปฏิจจสมุปบาท
๓. ปัญญาเห็นแปลกประหลาด (อัศจรรย์ในสิ่งที่ได้เห็นในขณะปฏิบัติ)

กรรมฐาน มาจากคำว่า "กรรม + ฐาน"

๑. กรรม หมายถึง การกระทำ ในที่นี้มุ่งหมายเอาการบำเพ็ญเพียรทางจิตใจ เพื่อฝึกฝน อบรม ขัดเกลา กำจัดกิเลส อันเป็นสาเหตุหลักของความทุกข์ทั้งหลาย

๒. ฐาน หมายถึง ที่ตั้ง ในที่นี่มุ่งหมายเอาอารมณ์ของวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งได้แก่ ขันธ์ ๕, อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘, อินทรีย์ ๒๒, ปฏิจจสมุปบาท ๑๒, และอริยสัจ ๔ เพื่อเป็นฐานหรือที่ตั้งในการเจริญวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ (กายานุปัสสนา, เวทนานุปัสสนา, จิตตานุปัสสนา, ธรรมานุปัสสนา)


เมื่อตอนอายุ 37-38 ผมเคยนั่งถึงขั้น กายทิพย์ออกจากกายมนุษย์ ซึ่งตอนนั้นผมตกใจมาก เลยทําให้หลุดจากสมาธิ พอต่อๆมาผมทําอีกไม่ได้เลย ได้แค่จิตหยุดนิ่ง ผมก็ไปปรึกษาหลวงพ่อท่านเจ้าคุณวัดราชบพิธ เล่าให้ท่านฟัง.....ท่านบอกว่าไปก็ไปได้...แต่มันติดอยู่ที่กิเลส รัก ชอบ โกรธ หลง....ดังนั้นจะต้องตัดกิเลสโดยการบวช..
และมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะผมเพิ่งมีลูกอ่อนๆ....

แต่ ณ.ตอนนี้ลูกๆผมโตหมดแล้ว.....พี่ webmaster เชื่อเปล่า....ผมยังขอแม่บ้านไปบวช เมื่อ ปี่ที่แล้วนี่เอง อิอิ.....(ตอนนี้ผม 56 ) ขอบอกตรงๆว่าไปได้ดีมาก....เพราะตอนบวช ผมฉันท์มื้อเดียว ทําวัตรสวดมนต์ 8โมงเช้า-8.30 หลัง 8.30 ผมนั่งวิปัสสะนากรรมฐาน จนถึง 5 โมงเย็น 5โมงเย็นทําวัตรเย็นต่อถึง 5.45 หลังจาก 6 โมงเย็นผมเดินจงกลมถึง 2 ทุ่ม......จาก2ทุ่ม ผมเข้าไปนั่งปฎิบัติที่กรรมฐานโกดังเก็บศพจนถึง 5 ทุ่ม.....ผมทําแบบนี้ทุกวันคนเดียว.(จนพระในวัดบอกว่า ผมคงจะบ้า) แค่โกดังเก็บศพ พระ เณร ยังไม่อยากเข้าไปใกล้เลย..ผมบวชได้ ประมาณ 20 วันครับ....ไปได้ดีมากๆเลย.....พอสึกหลวงพ่อท่านยังไม่อยากให้สึกเลย...แต่ภาระหน้าที่ผมยังมีครับ....แต่ก็ยังไม่ละทิ้งความพยายาม ผมถามท่าน ถ้าผมอายุ 70 ยังบวชได้หรือเปล่า....ท่านหัวเราะ...แก่แล้ว มาเป็นภาระกับวัดเปล่าๆ........ตอนนี้ก็เลยปฏิบัติอยู่ที่บ้าน 5ทุ่ม-เที่ยงคืน.....และเช้ามืด 6 โมงเช้า่ถึง 8 โมง เสร็จ อาบน้ำ ทํางานต่อ.

ถ้าพี่ webmaster ได้ปฎิบัติต่อเนื่อง จะดีมากๆครับ...ทั้งร่างกาย จิตใจ ความสงบ และที่สําคัญที่สุด....เราจะมีลางสังหรณ์ในตัวเราเอง....พูดไปเหมือนโกหก ต้องลองปฏิบัติดูครับ.
Siambrandname Webmaster
#4
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลและความรู้ที่คุณ pepsi5510 นำมาแบ่งปันให้นะครับ
อ่านแล้วเข้าใจขึ้นครับถึงที่มาของคำที่ใช้ วิปัสสะนา แปลว่า "เห็นแจ้ง"

กรรมฐาน แปลว่า "ที่ตั้งที่อยู่ของการกระทำ"

วิปัสสะนากรรมฐาน จึงแปลว่า "การเห็นแจ้งในที่ตั้งที่อยู่ของการกระทำ"

ตามที่เข้าใจจากภาษาที่คุณ pepsi5510 ถ่ายทอดมาให้ ผมจะสรุปเป็นความรู้จัดเก็บไว้ตามนี้นะครับ

ขอบคุณมากครับ ที่มาแบ่งปันความรู้ให้

ฟังเรื่องที่คุณ pepsi5510 เล่าแล้วสงสัยหลายประเด็นเลยครับ ไว้จะมาถามเพิ่มนะครับ

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้และข้อมูลที่คอยตอบแก่เพื่อนสมาชิกและแบ่งปันให้ แก่ชุมชนแห่งนี้

ขอบคุณครับ
Siambrandname Webmaster
#5
อีกนิดครับ จะเขียนตั้งแต่คราวที่แล้วแล้วครับ รูปประกอบสวยแปลกๆชวนสงสัยดีครับ
คุณ pepsi5510 ได้รูปมาจากไหนเหรอครับ เลยอยากรู้เรื่องราวที่มาและความหมายที่เจ้าของรูปนี้พยายามสื่อสารครับ

ขอบคุณครับ
pepsi5510
#6
Originally Posted by Siambrandname Webmaster
อีกนิดครับ จะเขียนตั้งแต่คราวที่แล้วแล้วครับ รูปประกอบสวยแปลกๆชวนสงสัยดีครับ
คุณ pepsi5510 ได้รูปมาจากไหนเหรอครับ เลยอยากรู้เรื่องราวที่มาและความหมายที่เจ้าของรูปนี้พยายามสื่อสารครับ

ขอบคุณครับ


ครับพี่...webmaster รูปประกอบ ส่วนมากผมจะเอามาจาก google ครับ แบบว่าแต่ละบทความ หรือกระทู้ ผมจะดูภาพที่มีความหมาย และสื่อออกไปในเรื่องที่เราเขียนครับ.

อย่างภาพนี้....ผมสื่อถึงความมุ่งมั่น โดยมีพระเป็นที่พึ่ง. เป็นลักษณะปางประทานพร.....ให้พวกทหารที่จะไปทํากิจในหน้าที่ ครับ. ส่วนประกอบของภาพ แม้ท้องฟ้าจะมืดครึม ซึมเศร้า....แต่รอบองค์พุทธจะปรากฎแสงรัศมีแห่งความรุ่งโรจน์ ความมุ่งมั่นอันเต็มเปี่ยมแห่งความสําเร็จ.....ครับผม.
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3