[Chelsea Football Fan Club]รวบรวม Contentจากกลุ่ม Chelsea Football Club ปี 2010-2011
โดย iDnOuSe4
iDnOuSe4
#1
[SIZE="4"]ขออนุญาติญาติกลุ่มพูดคุยจาก "Chelsea Football Club" มาไว้ที่นี้ครับ กลัวชื่อจะติดลิขสิทธิ์ :p

และขออนุญาติเปิดกลุ่มใหม่ Sport Society เพราะเห็นว่า มีหลายคนคงชอบกีฬาอย่างอื่นมากกว่าฟุตบอล

เชิญเพื่อนๆ คุยกันได้ตามสบายครับ ส่วนผมชีวิตประจำวัน ชอบเข้าไปหาข่าวเกี่ยวกับทีมฟุตบอลทีมนี้ซะเหลือเกิน

เลยถือโอกาสเก็บรวบรวม content เกี่ยวกับทีมฟุตบอลทีมนี้ไว้นี่นี้ละกัน :D
iDnOuSe4
#2
ประวัติของทีมเชลซี--The Pensioners -> The Blues

แฟนบอลเชลซีนั้นย่อมที่จะคุ้นเคยกับชื่อเล่นว่า สิงโตน้ำเงินคราม
ใช่มั้ยคะ เราสมัครใจเป็นแฟนเชลซี แล้วเดินตามเชลซีมาตั้งแต่
ยุคกุนซือคนไหนก็แล้วแต่ จนเราเห็นสัญลักษณ์สิงโตน้ำเงินด้วย
ความเคยชิน และอดภาคภูมิใจกับสิงโตตัวนี้เสียไม่ได้

จนมีหลายคนเรียกแฟนบอลเชลซีว่า สาวกสิงห์น้ำเงิน

แต่เรารู้มั้ยว่า ทำไมเชลซีถึงมีโลโก้เป็นสิงโต และทำไมต้องเป็น
สิงโตน้ำเงินด้วย ส่วนตัวก็สงสัยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกระทู้นี้
ขอเป็นเรื่องโลโก้ของทีมเชลซีแล้วกันนะคะ




เชลซีมีโลโก้มากมาย ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเชลซีเปลี่ยนมาแล้ว
ทั้งหมด 5 แบบ มาทำความรู้จักกับเชลซียุคแรกกันหน่อย



โลโก้นี้คือโลโก้เริ่มแรกของทีมเชลซี ผู้สูงอายุในวงกลมนั้น
เป็นหนึ่งในขุนนางที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง (ไม่เคยมีใครรู้ด้วยว่า
ผู้สูงอายุผู้นี้เป็นใคร) โลโก้นี้ไม่เคยใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์
บกอกเสื้อนักเตะมาก่อน อย่างไรก็ตาม จะปรากฎในตาราง
การแข่งขันและในจอทีวีบอกสกอร์ในสนามเท่านั้น ทำให้
The Pensioner จึงเป็นชื่อเล่นของทีมเชลซีเพื่อเป็นเกียรติ
ในฐานะที่เป็นโลโก้แรกของทีมในปัจจุบัน

***คำว่า Pensioner แปลตามพจนานุกรมเป๊ะๆ คือ ผู้มีสิทธิ
รับบำนาญ ในอังกฤษสมัยก่อนนั้น คนที่มีสิทธิ์ได้รับบำนาญ
คือขุนนาง หากเปรียบในสมัยนี้ คือข้าราชการนั่นเอง



โลโก้ที่สองเริ่มใช้ตั้งแต่ยุคกุนซือเท็ด เดร็คในปี 1952 อดีตกุนซือ
ผู้นี้เป็นผู้ปลุกกระแสให้คิดโลโก้ใหม่แทน The Pensioner และ
อีกจุดประสงค์หนึ่งก็คือเปลี่ยนชื่อเล่นทีมเป็น The Blues หาก
เราดูรูปให้ดี เราจะเห็น CFC -> Chelsea Football Club ซ้อนกัน
เพราะเหตุนี้ ในสมัยนั้น หากใครบอกว่าพวกเขาคือชาวสีน้ำเงิน
จะรู้ทันทีว่าเป็นแฟนบอลเชลซี

ซึ่งชื่อเล่นใหม่นี้ก็ได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม จนเป็นสีศักดิ์สิทธิ์
ของแฟนบอลเชลซีในช่วงนั้น



โลโก้ที่สามนี้เป็นโลโก้ที่โด่งดังมากที่สุด และเชลซีก็ใช้โลโก้นี้
เป็นเวลาถึง 33 ปี โลโก้ด้านนอกนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก
แขนของเสื้อนอกของพระชั้นเหนือบิชอฟในเขตมณฑลเชลซี

ส่วนสิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีทองได้รับต้นแบบมาจากแขนเสื้อของ
ขุนนางท่านหนึ่งนามว่า Earl Cadogan (Earl ไม่ใช่นามสกุลนะคะ
เป็นชื่อระดับชั้นขุนนาง ระดับเออร์ล) ซึ่งในสมัยนั้น ขุนนางผู้นี้
เป็นประธานของทีมเชลซีรวมทั้งได้รับความเห็นชอบจากขุนนาง
ระดับสูงกว่าระดับบารอนให้ใช้สิงโตถือไม้เท้าได้

***ไม้เท้า มีความหมาย หมายถึงความรู้ ศรัทธา จรรยาต่อ
พระผู้เป็นเจ้า ก็เหมือนกับพระระดับสูงมีไม้เท้าบอกระดับชั้นนะค่ะ
อีกทั้งในสมัยก่อน ศาสนจักรรุ่งเรืองมากกว่าอาณาจักร ทำให้
สัญลักษณ์อื่นใดก็ตามจากศาสนจักรนั่นเป็นสิ่งต้องห้าม

แต่ถึงกระนั้น เชลซีก็สามารถใช้ได้...เท่ห์แค่ไหน

โลโก้นี้ไม่ได้ใช้บนอกเสื้อนักเตะจนเมื่อถึงปี 1960 โลโก้นี้จึงเสร็จ
สมบูรณ์และใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นอย่างที่เห็นในรูป

ถึงแม้ว่า โลโก้นี้จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโลโก้ประจำทีมโดยตรง
แต่ทีมเชลซีก็ใช้มาตั้งแต่ปี 1960-1970 แต่ทุกๆ คนก็เริ่มจะรู้จัก
และจำเชลซีในฐานะสิงโตน้ำเงินก็เพราะโลโก้นี้



ในปี 1986 เชลซีได้ปรับสี่โลโก้ให้เป้นโลโก้เดียวทำให้สินค้าของ
เชลซีพัฒนาและขายได้ โดยเฉพาะเสื้อและลูกฟุตบอล ในขณะที่
สิงโตและ CFC ยืนพื้นและไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งสีน้ำเงินก็ใช้เป็นสี
ของทีมเชลซีมาตั้งแต่โลโก้แรก

โลโก้นี้ใช้มาถึง 19 ปี แฟนเชลซีจึงจำเชลซีว่าเป็นทีมสิงโตน้ำเงิน
โดยสมบูรณ์ ถึงกระนั้นแฟนบอลและผู้สนับสนุนเชลซีกลับจำโลโก้
นี้ได้มากกว่าโลโก้ที่สาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนเชลซีกลับต้องการ
ที่จะกลับไปใช้โลโก้แบบเก่าเพื่อจะนำทีมเชลซีสู่สมัยใหม่ การคิดค้น
โลโก้ใหม่จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง



เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2004 ทีมเชลซีจึงได้โลโก้ใหม่ คือ
เดือนพฤษภาคม 2005 โดยเอาโลโก้ที่สามเป็นหลัก คือ
สิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีน้ำเงินบนพื้นหลังสีขาว ซึ่งความหมาย
ของไม้เท้ายังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่เปลี่ยนสีตามสีของทีม
เท่านั้น ซึ่ง ปีเตอร์ เคนยอน กล่าวว่า

"ทีมเชลซีค้นหาโลโก้เพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของเรามานานแสนนาน
เรามีประวัติศาสตร์กับสิงโตและสีน้ำเงิน สองสิ่งนี้ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับ
เชลซีทั้งสิ้น ทีมเชลซีก็มีอายุเกิน 100 ปีแล้ว แต่ทีมเชลซีก็จะใช้
โลโก้นี้ตลอดไป"

ณ ตอนนี้ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร ทีมไหน ต่างจำสิงโตสีน้ำเงิน
ในฐานะที่เป็นโลโก้ของทีมเชลซีไปหมดแล้ว ครั้นจะมีการเปลี่ยน
ก็ได้รับเสียงคัดค้านจากแฟนบอลทั่วโลก ถึงแฟนบอลจะมีไม่เยอะ
เท่าแมนยู ฯ และลิเวอร์พูล แต่ก็ทำให้สโมสรไม่อาจคัดใจแฟนบอล
ได้ ทีมเชลซีจึงใช้สัญลักษณ์นี้มาจนถึงปัจจุบัน


.....
แถม เพื่อความรู้ของพวกเราชาวเชลซี Sun newspaper เคย
ออกแบบโลโก้ทีมเชลซีในคราวที่ทีมเชลซีมีอายุครบ 100 ปี
ด้วย (อย่าเข้าใจผิดว่าเดอะซันนะคะคนละส่วนกัน)



เครดิต:คุณEllanor

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
http://www.chelseafc.com
http://theleftback.co.uk
http://www.oleole.com
http://www.chelsea.in.th
-------------------------------------------------------------------------------------
iDnOuSe4
#3
ตารางการแข่งขันฤดูการ 2010/2011

[SIZE="5"]อัพเดทผลการแข่งขันทุกวัน

July 2010 SCORE TV ATT
17 Sat 15:00 Friendly A Crystal Palace CTV
23 Fri 20:00 Friendly A Ajax CTV
<-------------------------------------->

August 2010 SCORE TV ATT
1 Sun 15:00 Friendly A Eintracht Frankfurt CTV
4 Wed 20:00 Friendly A Hamburg CTV
8 Sun 15:00 FACS A Manchester United Sky 1-3
14 Sat 15:00 PREM H West Bromwich Albion 6-0
21 Sat 15:00 PREM A Wigan Athletic 6-0
28 Sat 15:00 PREM H Stoke City 2-0
<-------------------------------------->

September 2010 SCORE TV ATT
11 Sat 15:00 PREM A West Ham United 3-1
18 Sat 15:00 PREM H Blackpool 4-0
25 Sat 15:00 PREM A Manchester City 0-1
<-------------------------------------->

October 2010 SCORE TV ATT
2 Sat 15:00 PREM H Arsenal 2-0
16 Sat 15:00 PREM A Aston Villa 0-0
23 Sat 15:00 PREM H Wolverhampton Wanderers 2-0
30 Sat 15:00 PREM A Blackburn Rovers 2-1
<-------------------------------------->

November 2010 SCORE TV ATT
6 Sat 15:00 PREM A Liverpool 0-2
10 Wed 19:45 PREM H Fulham 1-0
13 Sat 15:00 PREM H Sunderland 0-3
20 Sat 15:00 PREM A Birmingham City
27 Sat 15:00 PREM A Newcastle United
<-------------------------------------->

December 2010 SCORE TV ATT
4 Sat 15:00 PREM H Everton
11 Sat 15:00 PREM A Tottenham Hotspur
18 Sat 15:00 PREM H Manchester United
26 Sun 13:00 PREM A Arsenal
28 Tue 15:00 PREM H Bolton Wanderers
<-------------------------------------->

January 2011 SCORE TV ATT
1 Sat 15:00 PREM H Aston Villa
4 Tue 19:45 PREM A Wolverhampton Wanderers
15 Sat 15:00 PREM H Blackburn Rovers
22 Sat 15:00 PREM A Bolton Wanderers
<-------------------------------------->

February 2011 SCORE TV ATT
1 Tue 19:45 PREM A Sunderland
5 Sat 15:00 PREM H Liverpool
12 Sat 15:00 PREM A Fulham
26 Sat 15:00 PREM H Birmingham City
<-------------------------------------->

March 2011 SCORE TV ATT
5 Sat 15:00 PREM A Blackpool
19 Sat 15:00 PREM H Manchester City
<-------------------------------------->

April 2011 SCORE TV ATT
2 Sat 15:00 PREM A Stoke City
9 Sat 15:00 PREM H Wigan Athletic
16 Sat 15:00 PREM A West Bromwich Albion
23 Sat 15:00 PREM H West Ham United
30 Sat 15:00 PREM H Tottenham Hotspur
<-------------------------------------->

May 2011 SCORE TV ATT
7 Sat 15:00 PREM A Manchester United
14 Sat 15:00 PREM H Newcastle United
22 Sun 16:00 PREM A Everton


cardit : http://www.chelseafc.com/page/FixturesAndResults/0,,10268,00.html :10:
iDnOuSe4
#4
แมลงสาบผู้ฆ่าปืน!เบิกร่องก่อนสิงห์ซิวชัยสุดมัน 2-0

แมลงสาบผู้ฆ่าปืน!เบิกร่องก่อนสิงห์ซิวชัยสุดมัน 2-0

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบายังคงเป็นของแสลงสำหรับอาร์เซนอลอยู่เหมือนเดิม หลังเป็นคนยิงเบิกร่องสุดสวย ก่อนที่อเล็กซ์จะมายิงฟรีคิกตีนระเบิดปิดท้ายให้เชลซีเอาชนะไปได้ 2-0 "ไอ้แมลงสาบ" เจอ "ปืนใหญ่" 13 เกมอัด 13 เม็ดเต็มๆ

พรีเมียร์ ลีก

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553


เชลซี 2 : 0 อาร์เซนอล

ประตู :
1-0 ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา น.39,2-0 อเล็กซ์ น.85

โคตรบิ๊กแมตช์ของพรีเมียร์ ลีกสัปดาห์นี้ไม่ใช่คู่ไหนอื่นไกล แต่เป็นการแข่งระหว่างเชลซีที่เปิดรังแสตมป์ฟอร์ด บริดจ์ต้อนรับการมาเยือนของอาร์เซนอลนั่นเอง สองทีมที่เมื่อสัปดาห์ก่อนต่างก็พบเจอกับความพ่ายแพ้มาเหมือนกัน

ทางเจ้าบ้านเชลซีมีตัวโคตรสยองอย่างดิดิเย่ร์ ดร็อกบาที่เจอ "ปืนใหญ่" ทีไร คันเท้ายิงๆเป็นอันต้องทำประตูได้ทุกที โดยในตำแหน่งอื่นๆก็เป็นแผน และตัวผู้เล่นที่คาร์โล อันเชล็อตติมักจะใช้เป็นประจำอยู่แล้ว

ซึ่งยังคงต้องใช้มิดฟิลด์ตัวรับ 3 คนต่อไป เพราะแฟรงค์ แลมพาร์ดห้องเครื่องคนเก่งยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาช่วยทีมได้

ด้านอาร์เซนอลที่ยังคงไม่มีหัวใจในแดนกลางอย่างเชสก์ ฟาเบรกัส ได้ตัวอาบู ดิยาบี้กลับมาลงเล่น หลังหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว

ตำแหน่งผู้รักษาประตูตกเป็นของลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้ที่ทำผลงานได้เป็นอย่างดีในเกมยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีกช่วงกลางสัปดาห์

เกมนี้ทั้งสองทีมเล่นในระบบหน้าเป้าเหมือนกันโดยทาง "ปืนใหญ่" วางมารูยาน ชามัคห์ให้ยืนค้ำอยู่หน้าด้านเอาไว้

ครึ่งแรก

กอสเซียลนี่พลาดได้ยังไง
เริ่มเกมมาได้แค่นาทีเดียว อาร์เซนอลก็โคตรน่าจะได้ประตูขึ้นนำแบบสายฟาแล่บ จากจังหวะแรกที่มารูยาน ชามัคห์ลุ้นตอร์ปิโดพุ่งโหม่งบอลจนได้คอนเนอร์ เปิดจากทางฝั่งซ้ายบอลลอยมาที่เสาแรก มีตัวของ "ปืนใหญ่" โฉบขึ้นโขกเช็ดก่อน ทำให้ลอยเข้ากลางที่มีโรล็องต์ กอสเซียลนี่พุ่งเข้ามาโล่งๆคนเดียว แต่เจ้าตัวเหมือนจะไม่พร้อมทำให้ตั้งหัวโขกไม่ดี ทำลอยข้ามคานออกไปแบบน่าเสียดายสุดๆ

เกมเร็วเว่อร์
ช่วงต้นครึ่งแรก ทั้งสองทีมใส่กันแบบเกียร์ออโต้ผลัดกันบุกไม่มีถดไม่มีถอย ทางเชลซีก็ได้เสียวจากการทำเกมของฟลอร็องต์ มาลูด้า และการป่วนเปี้ยนหน้ากรอบเขตโทษของดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ส่วนอาร์เซนอลก็ได้ลุ้นจังๆจากลูกยิงของอังเดร อาร์ชาวินที่ยิงมุมแคบติดเซฟของปีเตอร์ เช็กไปหนึ่งดอก มันส์ดีแท้

หูยย!เอสเซียงโขกหลุดกรอบ
นาทีที่ 19 มิชาเอล เอสเซียงสอดแทรกขึ้นไปเทคตัวชิงจังหวะโหม่งได้อย่างยอดเยี่ยม ในจังหวะเตะมุม แม้บอลจะพุ่งหลุดกรอบออกไป แต่ก็ถือว่าได้ลุ้นเสียวไม่น้อย

ช่วงสัก 10 นาทีที่ผ่านมาเป็นทางเชลซีที่ทำเกมได้ดีวูบวาบกว่าอาร์เซนอลเล็กน้อย แต่จังหวะจบยังไม่มีเหมือนกัน

 เอาแล้วไง!ฟาเบียงสกี้โชว์เหวอ
อีก 2 นาทีต่อมา ภาพหลอนของบรรดาแฟนบอลอาร์เซนอลผุดขึ้นมาในหัวทันที จากจังหวะที่ลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้จะออกไปตัดบอลที่ลอยโด่งอยู่ แต่กลับทำบอลหลุดมือ ยังดีที่มีกองหลังอยู่ใกล้ๆเตะเคลียร์ออกไปได้

จังหวะนี้จะบอกว่ามีผู้เล่นของเชลซีเบียดอยู่นิดหน่อยได้ก็จริง แต่ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อย่างน้อยๆก็เพื่อความสบายใจในการเล่นของเพื่อนร่วมทีม

อาร์ชาวินยิงโคตรคม-เช็กเซฟโหด
นาทีที่ 28 อังเดร อาร์ชาวินเกือบที่จะทำประตูสุดสวยได้ซะแล้ว หากนายทวารของเชลซีไม่ใช่ปีเตอร์ เช็ก จากจังหวะที่เขาได้บอลนอกกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะตัดสินใจส่องไกลทันที บอลพุ่งโค้งทิศทางเหมือนจะเสียบเสาสอง แต่เช็กพุ่งปัดเอาไว้ได้ปลายมือ สวยสดงดงามทั้งคนยิง และคนเซฟ

นาสรี่ซัดหลุดเสานิดเดียว
นาทีที่ 32 เป็นทีของซาเมียร์ นาสรี่ที่เกือบจะทำประตูขึ้นนำให้กับทีมเยือนได้ จากจังหวะที่เขาโยกบอลหลอกกองหลังของเชลซีหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วรีบยิงด้วยซ้ายทันที เพราะโดนกองหลังพุ่งเข้ามาบล็อก บอลพุ่งไปเสาสองถากออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น

ฟาเบียงสกี้เซฟได้สวย
อีก 3 นาทีต่อมา ลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้โชว์การเซฟให้ได้เห็นบ้าง จากจังหวะที่ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาได้บอลหลุดเข้าไปบริเวณกรอบเขตโทษฝั่งขวา เพราะตัวประกบอย่างกาแอล กลิชี่ล้มหัวคะมำไปแล้ว ก่อนจะซัดทันทีแบบไม่ต้องแต่งให้มากความ บอลพุ่งแรงเข้าที่เสาแรก แต่ฟาเบียงสกี้ปัดบอลออกหลังไปได้ทัน

แมลงสาบสุดตีน!-ยิงไปได้ยังไง
นาทีที่ 39 เคยยิงได้ยังไงก็ยิงได้อย่างนั้นจริงๆ สำหรับดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ยิงประตูสุดยอด เริ่มจากจังหวะที่รามิเรสแทงบอลทะลุช่องให้กับแอชลี่ย์ โคลที่เติมขึ้นทางด้านซ้าย ตบเข้าที่เสาแรกให้กับดร็อกบาที่แม้จะวิ่งเบียดมากับทางกองหลังอาร์เซนอล แต่ยังจัดการหมุนตัวเกี่ยวบอลตอกส้นด้วยซ้ายแบบหันหลังให้กับประตู บอลไหลพุ่งชนเสาแรก ก่อนเข้าไปนอนอยู่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม และเหมาะเจาะเกินคำบรรยาย สุดปัญญาที่ลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้จะทำอะไรได้ เชลซีออกนำไปก่อนแล้ว 1-0

ซี๊ดด!พี่บี้เจอย่ำข้อเท้า
ช่วงนาทีสุดท้ายก่อนจบครึ่งแรก อาแซน เวนเกอร์มีเรื่องให้ปวดหัวอีกครั้ง หลัง เพราะอาบู ดิยาบี้เจ็บ จากจังหวะวิ่งเข้าเบียดแย่งบอลกับทางมิชาเอล เอสเซียง แล้วดันไปโดนย่ำเข้าที่ข้อเท้าแบบไม่ได้เจตนาจนบิดซะน่ากลัว ทำเอาเจ้าตัวลงไปนอนร้องโอดโอยอยู่นานสองนาน

จบ 45 นาทีแรก ประตูโทนของดิดิเย่ร์ ดร็อกบาทำให้เชลซีนำอาร์เซนอลอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง

ปืนมาใส่เกียร์5เลย
เริ่มครึ่งหลังมาได้ 5 นาที เป็นทางอาร์เซนอลที่พยายามทำเกมบุกใส่เชลซีทันที เพื่อหวังทวงประตูตีเสมอคืนมาให้ได้ แต่จังหวะยิงนั้นไม่มีจะแจ้ง ทำได้แค่เฉี่ยวไปมาเท่านั้น

พี่บี้ยิงแฉลบเสียว
นาทีที่ 56 ปีเตอร์ เช็กถึงกับลุ้นจนเหงื่อตกกลีบ จากจังหวะที่อาบู ดิยาบี้ยึกยักแตะบอลหลอกกองหลังของเชลซีในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะหักยิงด้วยขวาเน้น ๆ บอลติดบล็อกของทางผู้เล่นเชลซีทำท่าจะย้อยเสียบเสาสอง เช็กตาเหลือกวิ่งไล่ไป แต่ยังดีที่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

กอสเชียลนี่เสียบวัดใจเปา
อีก 2 นาทีต่อมา โลร็องต์ กอสเชียลนี่ทำเอาแฟนบอลเสียวตะหงิด จากจังหวะที่เขาไล่ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะวัดใจเสียบขาคู่ โดนทั้งบอลโดนทั้งคน แต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

จังหวะสวนกลับของทางอาร์เซนอลในนาทีเดียวกันเองก็ได้ลุ้นเช่นเดียวกัน โดยมารูยาน ชามัคห์ก็โดนรวบล้มลงในเขตโทษ แต่จังหวะนั้นผู้เล่นของเชลซีสกัดโดนบอลก่อน

 นิโก้ทำส้มหล่นหลุดมือเฉย!
นาทีที่ 60 นิโกล่าส์ อเนลก้าพลาดโอกาสโคตรทองเหลี่ยมเพชรพันล้าน จากจังหวะที่เซบาสเตียน สกิลลาชี่มัวแต่งึกงักชักช้าในแดนตัวเอง ทำให้อเนลก้าวิ่งโฉบไปแย่งบอลหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับทางลูคัสซื ฟาเบียงสกี้ได้ อเนลก้าตัดสินใจไม่ยิงจังหวะแรก แต่แตะหลบออกทางขวา และได้ผล ฟาเบียงสกี้ล้มคะมำไป เหลือเพียงประตูโล่งๆ แต่อเนลก้ากลับแปบอลติดหน้าต่างข้างประตู ออกหลังไปแบบไม่น่าเชื่อ

โคลคล้ำยิงแต่ไม่ได้
นาทีที่ 69 ไลน์แมนวันนี้ตาคมเป็นเหยี่ยวจริงๆ จากจังหวะที่แอชลี่ย์ โคลเติมเกมขึ้นทางฝั่งซ้ายไปรับลูกเปิดของนิโกล่าส์ อเนลก้าที่น้ำหนักเป๊ะพอดี ได้ซัดเหน่งๆบอลพุ่งเสียบเสาสองแม่นเปรี๊ยะ แต่ทางผู้ตัดสินเป่าว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าก่อน ซึ่งเหมือนดูจากภาพช้าแล้วก็ล้ำจริงๆ แบบเหลือมกันอยู่นิดเดียวเท่านั้น

เ**่ยวส่งพี่กี้แทนพี่บี้
อีกหนึ่งนาทีต่อมา อาแซน เวนเกอร์ต้องการมิติเกมรุกที่หลากหลายขึ้น ส่งโทมัส โรซิคกี้ลงเล่นแทนอาบู ดิยาบี้ที่วันนี้ถือว่าทำผลงานได้เข้าตาไม่น้อย

ชามัคห์โขกหลุดกรอบได้ไง!!
นาทีที่ 80 มารูยาน ชามัคห์ใกล้เคียงที่จะทำประตูตีเสมอให้กับทีมอย่างยิ่ง จากจังหวะการเปิดบอลทางริมเส้นของโทมัส โรซิคกี้ที่วางเข้าเขตโทษได้แม่นเป๊ะ บอลลอยเข้าหัวชามัคห์ที่เทคตัวขึ้นโขกเต็มๆ แต่กลับสะบัดไม่พอ บอลหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

ปืนตาแตก!อเล็กซ์ซัดตูมหาย
นาทีที่ 85 สูตรการเล่นลูกฟรีคิกของเชลซีเล่นเอาอาร์เซนอลงงตาแตกกันเป็นแถบ จากจังหวะที่ได้โอกาสซัดฟรีคิกของอเล็กซ์ ที่วิ่งเข้าอัดเต็มตีนเตี่ย หลังจากทำท่างหลอกว่าจะเป็นคนอื่นยิง บอลพุ่งเข้าหากำแพงที่มีรอยโหว่อันเกิดจากฟลอร็องต์ มา่ลูด้าที่ตอนแรกยืนแทรกตัวอยู่ แล้วฉีกหลบออกไป แม้ลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้จะพยายามพุ่งสุดตัวแต่ก็ไม่มีทางรับลูกยิงตีนระเบิดตาข่ายแทบขาดนี้ได้ เชลซีทิ้งห่าง 2-0

จบ 90 นาทีเชลซีเอาชนะอาร์เซนอลไปได้ 2-0 เก็บ 3 คะแนนรั้งจ่าฝูงต่อไปเรื่อยๆ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก,จอห์น เทอร์รี่,อเล็กซ์,แอชลี่ย์ โคล,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,จอห์น โอบี มิเกล,รามิเรส,มิชาเอล เอสเซียง,ฟลอร็องต์ มาลูด้า,ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา,นิโกลาส์ อเนลก้า

อาร์เซนอล : ลูคัสซ์ ฟาเบียงสกี้,โลร็องต์ กอสเชียลนี่,เซบาสเตียน สกิลลาชี่,กาแอล กลิชี่,บาการี่ ซานญ่า,แจ็ค วิลเชียร์,อเล็กซ์,อาบู ดิยาบี้,อังเดร อาร์ชาวิน,ซาเมียร์ นาสรี่,มารูยาน ชามัคห์






















Credit : www.soccersuck.com/ss , www.chelsea.in.th

[size=150]Credit :: Zaine_R : http://www.soccersuck.com
iDnOuSe4
#5
Live !!! Aston Villa Vs Chelsea FC !!!!!



Chelsea are expected to start in the following 4-3-3 formation:


1 Petr Cech
19 Paulo Ferreira
2 Branislav Ivanovic
26 John Terry (c)
3 Ashley Cole
5 Michael Essien
12 John Mikel Obi
7 Ramires
44 Gael Kakuta
39 Nicolas Anelka
15 Florent Malouda


Subs: 22 Ross Turnbull, 17 Jose Bosingwa, 18 Yury Zhirkov, 43 Jeffrey Bruma, 46 Josh McEachran, 52 Jacob Mellis, 48 Fabio Borini.



Aston Villa are expected to start in the following 4-3-3 formation:


Friedel; Beye, Collins, Dunne, Warnock; Ireland, Reo-Coker, Petrov (c); Downing, Carew, A Young.
Subs: Guzan, Clark, Sidwell, Cuellar, Bannan, Lichaj, Delfouneso.



The referee is Lee Mason.
Follow the game from via our Live Matches from 4.45pm. Click on the Live Coverage tab.


Link

http://www.myp2p.eu/broadcast.php?matchid=89596&part=sports

iDnOuSe4
#6
กองแช่งเฮฮา!เชลซีกินเจแค่เจ๊า 0-0

กองแช่งเฮฮา!เชลซีกินเจแค่เจ๊า 0-0

บรรดากองแช่งที่อุตสาห์อดนอนสมหวังกันเป็นทิวแถวหลัง"จ่าฝูง"เชลซีทำได้แค่บุกไปเสมอกับแอสตัน วิลล่าแบบไร้สกอร์ 0-0 ส่งผลทำให้ช่องว่างอยู่ที่ 5 แต้มเท่าเดิม

พรีเมียร์ลีก

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2553


แอสตัน วิลล่า 0-0 เชลซี

ประตู : ไม่มี


ครึ่งแรก

เชลซีหวิดช็อก!
แค่ 2 นาทีแอสตัน วิลล่าเกือบทำช็อกหลังดาวนิ่งลากห้อขึ้นมาจากกลางสนามก่อนปาดเลียดเข้าในให้ไอร์แลนด์ที่วิ่งทำทางหลุดเข้าเขตโทษแล้วยิงหักมุมให้หนีปีเตอร์ เช็กที่ปรี่ล้มตัวจะเข้าบล็อกแต่บอลถากเสาไกลอย่างไม่น่าเชื่อ

วิลล่าโคตรลุย
 อีก 3 นาทีต่อมาเชลซีตอนนี้งานเข้าหลังจังหวะที่ตั้งเกมขึ้นมาตรงหน้าเขตโทษจ่ายบอลกันสั้นแล้วแข้งเจ้าถิ่นสไลด์ตัดบอลทะลักย้อนกลับไปเข้าทางคาริวที่ลากจี้เข้าเขตโทษก่อนเอี้ยวตัวแปยิงปั่นเล่นทางแต่ติดปลายมือเช็กหลุดข้างเสานิดเดียว

เชลซียังค้นหาสัญญาณ
เชลซียังเล่นเกมที่ตัวเองถนัดไม่ได้เลยเพราะวิลล่าเตรียมตัวมาดีมากโดยเกมรับตามประกบแจและเข้าเร็วแต่ต้นเกมมีปัญหาเพราะริชาร์ด ดันน์เจ็บเล่นต่อไม่ไหว

วิลล่ายังคะนอง
แม้อัตราการครองบอลของเชลซีจะเหนือกว่าแต่เล่นมา 20 นาทียังไม่มีโอกาสส่องเลยแม้แต่ครั้งเดียวใขณะที่แดนกลางและแนวรับของทีมเยือนงานค่อนข้างชุกแถมลูกเปิดของแอชลีย์ ยังเข้าในเลียดมาเข้าทางไอร์แลนด์ก่อนไหลให้เปตรอฟวิ่งมายิงเต็มเท้าบอลแฉลบข้ามคานออกไป

รามิเรสยิงเบิร์ด
เชลซีเน้นขึ้นเกมทางซ้ายเป็นส่วนใหญ่แต่การเปิดบอลเข้ากลางยังไม่เป็นผลและนาที 33 ลูกเตะมุมบอลลอยล้นมาถึงรามิเรสที่ยืนคนเดียวตรงระยะ 16 หลาก่อนวอลเลย์ตามน้ำบอลโด่งข้ามคานออกไปเยอะ

เอสเซียงตะบันเสียว
เชลซีเริ่มติดเครื่องอีกไม่ถึงนาทีวิลล่าเคลียร์บอลแงะออกมาไม่ดีเป็นเอสเซียงเก็บตกก่อนแต่งแล้วยิงไกล 25 หลาบอลพุ่งโค้งสวยแต่ตรงตัวฟรีเดลล์หนึบ

เจ้าถิ่นชวดช็อก
แต่นาที 39 เชลซีหวุดหวิดกับการเสียประตูอย่างวที่สุดหลังลูกเปิดจากริมเส้นของแอชลีย์ ยังถูกกองหลังเชลซีเคลียร์แต่ไม่ดีวอร์น็อควิ่งมาแหย่บอลตั้งให้ไอร์แลนด์วางเท้าซัดเต็มๆในเขตโทษแต่อิวาโนวิชล้มตัวบล็อกด้วยหลังสุดยอด

ครึ่งหลัง

มาลูด้าทักทายเสียว
เชลซีเริ่มต้นด้วยความคะนองนาที 48 มาลูด้าลากตะแคงหน้ากรอบเขตโทษก่อนตะบันด้วยอีซ้ายบอลพุ่งเป็นท่อร้อนถึงฟรีเดลล์ต้องเซฟแบบตบลงพื้นแล้วรับดาบสองอีกหน

นิโก้น่าเปิดซิง
เกมของวิลล่าเริ่มบุกไปไม่ถึงหน้าประตูเชลซีแถมนาที 54 เกือบโดนอีกหลังอเนลก้าหลุดมาตรงริมกรอบโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าขวาแล้วยิงยัดเสาแรกฟรีเดลล์ล้มตัวเซฟด้วยขาก่อนกองหลังช่วยกันเตะทิ้งพัลวัน

เชลซีวันเวย์แล้ว
วิลล่าเครื่องช็อตไปเลยเพราะหน้าแทบเก็บบอลไม่ได้และอาการค่อนข้างหนักเนื่องจากคาริวลงมาช่วยเพื่อนในเกมรับทำให้บอลไม่มีใครพักเลยกลายเป็นว้นเวย์ของเชลซีข้างเดียวและถึงนาที 60 จ่าฝูงน่าขึ้นนำเหลือเกินหลังเชอร์คอฟฟ์ตัวสำรองที่ส่งลงมาช่วงพักครึ่งหลุดขึ้นมาเปิดบอลตรงริมกรอบโทษฝั่งซ้ายกะให้อเนลก้าเข้าฮอร์ตจ่อๆแต่คล้ากกองหลังตัวสำรองล้มตัวดักทางสกัดอยู่ทันควันไม่งั้นอดีตหอกเรอัล มาดริดยิง 3 หลาคนเดียวแน่

มาลูด้าเทพ
วันนี้มาลูด้าโชว์ฟอร์มเด่นมากโดยเฉพาะในครึ่งหลังช่วงช๋็อตนาที 68 กระชากหนีจากแดนตัวเองตรงริมเส้น 2 คนก่อนแทงทะลุให้อเนลก้าหลุดลากไต่เส้นแล้วแงะออกมายิงด้วยอีซ้ายหน้าเขตโทษแต่บอลแป๊กออกหลีงเศร้าหมองกันไป

อันเช่ปรับเกมรุก
ปีเตอร์ เช็กนั่งตบยุงกันเลยทีเดียวและอันเชล็อตติเปลี่ยนเอาโบซิงวาแทนแฟร์เรียร่าเพื่อเพิ่มเกมรุกทางริมเส้นและเจ้าหนูแม็คเอแครนก็ใช้ความสดเข้าบด

เชลซีชนเสา!!
นาที 78 แฟนเชลซีมีเซ็งหลังลูกเตะมุมของมาลูด้ามาที่เสาแรกเป็นอิวาโนวิชเทคสบัดเน้นๆชนเสาช็อกกันอีก

วิลล่าเกือบพลิกนำ
แต่อีก 2 นาทีต่อมาแอสตัน วิลล่าเกือบพลิกขึ้นนำหลังได้ฟรีคิกไกลเป็นแอชลีย์ ยังวางยาวเข้าเขตโทษแล้วคล้ากกองหลังที่มามะรุมมะตุ้มในเขตโทษเสยขวิดเช็ดอย่างบางแค่ระยะ 6 หลาบอลกระเด้งลงพื้นกำลังจะเข้าแต่ชนเสาไม่น่าเชื่อ

นิโก้โขกจ่อๆไม่เข้า!!
นาที 89 เชลซีพลาดโอกาสทองสุดๆของเกมนี้หลังแอชลีย์ โคลหยอดบอลจากหน้าเขตโทษให้อเนลก้าวิ่งสอดระหว่างกองกลางคู่เซนเตอร์แล้วล้มตัวโขกเผาขน 5 หลาแต่บอลกระเด้งลงพื้นชนสามเหลี่ยมออกหลังเงิบกันไป

วิลล่าเกือบเฮช็อกทดเจ็บ
พอรู้ว่าเวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆแข้งวิลล่าลงไปตั้งรับกันยกใหญ่ส่งผลทำให้เชลซีพับสนามยำใหญ่กันเป็นแผงและช่วงทดเจ็บนาทีที่ 3 เจ้าหนูแม็คเอแครนที่เป็นหนึ่งใน 3 ที่อยู่ไลน์ตัวสุดท้ายทำเสียบอลเจอรีโอ โคเกอร์ฉกกระชากห้อเดี่ยวแต่จังหวะสุดท้ายเหมือนลากยาวจนเช็กปรี่ออกมาเร็วเลยจิ้มบอลข้ามตัวหลุดออกเสาอย่างไม่น่าเชื่อก่อนหมดเวลาเสมอกัน 0-0 ทำให้เชลซีเตะ 8 นัดมี 19 แต้มทิ้งห่างทีมอื่นเพิ่มไม่ได้

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

แอสตัน วิลล่า :
แบร๊ด ฟรีเดลล์ฅฮาบิบ เบย์,ริชาร์ด ดันน์(คล้าก น.13  ),เจมส์ คอลลินส์,สตีเฟ่น วอร์น็อค  ,ไนเจล รีโอ โคเกอร์,,สติลิอัน เปตรอฟ,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์  (ซิดเวลล์ น.84),สจ๊วต ดาวนิ่ง,แอชลีย์ ยัง  ,ยอห์น คาริว(เดลฟูเอนโซ่ น.74)

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก,เปาโล แฟร์เรียร่า(โบซิงวา น.76),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,จอห์น เทอร์รี่  ,แอชลีย์ โคล,รามิเรส(แม็คเอแครน น.76  ),จอห์น โอบี มิเกล,มิกาเอล เอสเซียง  ,ฟลอร็องต์ มาลูด้า,กาเอล กากูต้า(เชอร์คอฟฟ์ น.46),นิโกลาส์ อเนลก้า













[SIZE="5"]ขอบคุณ http://www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#7
สิงห์ออกเจบุกสอยสปาร์ตัค 2-0


สิงห์ออกเจบุกสอยสปาร์ตัค 2-0

"สิงห์บลู" เชลซีกลับคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพลาดท่าเสมอในเกมลีกล่าสุดบุกไปเอาชนะสปาร์ตัค มอสโกว์ได้ถึงถิ่น 2-0 จากประตูเบิกร่องงามหยดของยูริ เซร์คอฟ ทำให้เก็บสามแต้มสำคัญโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไปแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2553


สปาร์ตัค มอสโกว์ 0 : 2 เชลซี

ประตู :
0-1 ยูริ เซร์คอฟ น.23, 0-2 นิโคลาส์ อเนลก้า น.43

ครึ่งแรก

สิงห์ขอก่อน
เริ่มเกมมาได้ 5 นาทีกลายเป็นทีมเยือนที่ได้โอกาสจบก่อนจากจังหวะที่มาลูด้าได้วอลเล่ย์เหน่งๆจากหน้าเขตโทษแต่กดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกหลังไป[imgr]http://upic.me/i/dd/psq17.jpg[/imgr]

คอมบารอฟเต็มข้อ!!
นาทีที่ 10 เจ้าบ้านน่าได้ประตูขึ้นเหลือเกินเมื่ออาริเลี้ยงแหวกผู้เล่นเชลซีหลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนปาดมาทางเสาสองให้คอมบารอฟได้วิ่งเข้ามาซัดเต็มข้อบอลพุ่งเป็นจรวดข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น

เวลลิตันพลิกยิง
4 นาทีถัดมาเจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้งจากจังหวะขึ้นเกมมาทางกราบซ้ายของคอมบารอฟแล้วเปิดเข้ากลางให้เวลลิตันที่รออยู่ทางเสาแรกพลิกหนีตัวประกบแล้วกดเต็มเท้าทีนทีแต่เช็คยังไวสกัดออกไปได้

ช่วง 20 นาทีแรกเป็นฝ่ายเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าทั้งเรื่องการครองบอลและการจบกสอร์แต่เชลซีเองก็มีโอกาสโต้บ้างเหมือนกันไม่ได้รับอยู่อย่างเดียว

เชร์คอฟวอลเล่ย์งามหยดสิงห์นำซะงั้น
นาที 23 เจ้าบ้านเซ็งสุดๆหลังต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนทั้งๆที่ครองเกมได้มากกว่าแท้ๆเมื่อเชลซีวางบอลยาวไปที่หน้าเขตโทษแล้วกองหลังสปาร์ตัคโหม่งสกัดแต่กลายเป็นไปตั้งบอลให้เชร์คอฟวิ่งเข้ามาวอลเล่ย์เต็มตีนเตี่ยบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เชลซีขึ้นนำ 1-0

นิโก้หลุด
หลังได้ประตูออกนำไปเกมของเชลซีดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดมีโอกาสจบต่อเนื่องคราววนี้เป็นอเนลก้าที่ได้รับบอลจากเพื่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษแต่จังหวะสุดท้ายจับยาวไปทำให้ดิคานออกมาตัดบอลได้

2-0!เอสเซียงโชว์ถึกถวายพานนิโก้
ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาทีเชลซีมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่เอสเซียงโชว์ความถึกเลี้ยงลากหนีผู้เล่นสปาร์ตัคขึ้นมาจากกลางสนามแล้วจ่ายทะลุให้อเนลก้าหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนดึงจังหวะหลอกกองหลังแล้วซัดด้วยขวาบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงามเชลซีหนี 2-0 จากนั้นผู้ตัดสินก็เป่าจบครึ่งแรกไป


ครึ่งหลัง


เจ้าบ้านลุยแหลก
จากสถานการณ์ที่เป็นรองอยู่ถึงสองลูกทำให้เจ้าบ้านไม่มีทางเลือกเริ่มครึ่งหลังมาก็เดินหน้าบุกใส่เชลซีเลยแล้วก็มีโอกาสจากจังหวะที่แม็คเกดี้หลุดขึ้นทางกราบขวาแล้วตบเข้ากลางให้เพื่อนปาดต่อให้อาลิได้ส่องเต็มๆจากตรงกลางหน้าเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป

เช็คซุปเปอร์เซฟ
นาที 64 ปีเตอร์ เช็คช่วยให้เชลซีรอดจากการเสียประตูถึงสองหนติดๆกันโดยจังหวะแรกอิบสันได้วอลเล่ย์เต็มข้อจากนอกเขตโทษบอลจะเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่เช็คพุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิดและจากเตะมุมสปาร์ตัคเปิดไปให้อิบสันที่รออยู่หน้าเขตโทษได้ส่องอีกครั้งแต่เช็คก็ยังไม่พลาดปัดออกไปได้อีก

เอสเซียงเหน่งๆ 10 หลาออกเฉย
นาที 73 เชลซีน่าได้ประตูตอกฝาโลงเหลือเกินเมื่อคาลูทำสวยกระชากหลุดขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งขวาแล้วเปิดหักเข้ากลางมาให้เอสเซียงได้ยิงเหน่งๆจากแถวๆจุดโทษแต่ดันยิงหลุดเสาออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

โคลคืนไม่ดีเกือบโดน
เข้าสู่ช่วง 4 นาทีสุดท้ายของเกมแอชรี่ย์ โคลเกือบสร้างงานให้เพื่อนแล้วหลังส่งคืนหลังเบาไปเวลลิตันเกือบฉกได้แต่ยังดีที่เช็คสมาธิเยี่ยมวิ่งออกมาสกัดทิ้งได้ก่อน จากนั้นทั้งสองทีมก็ไม่สามารถทำอะไรกันได้อีกทำให้จบเกมเชลซีบุกมาเอาชนะสปาร์ตัค มอสโกว์ 2-0


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สปาร์ตัค มอสโกว์ :
อังเดรย์ ดิคาน, มาเร็ค ซูชาย  , นิโคลาส ปาเรฆา, มาเกเยฟ, เซอร์เก้ พาร์ชิฟล์ยุค, อเล็คซานเดอร์ เชชูคอฟ, อิบสัน, คอมบารอฟ, ไอเดน แม็คเกดี้, เวลลิตัน, อาริ (อานานิเซ่ น.85)

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ค, จอห์น เทอร์รี่, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แอชลี่ย์ โคล (ฟาน อันโฮลท์ น.87), เปาโล แฟร์ราร่า, โอบี มิเกล, ยูริ เซร์คอฟ  , มิชาเอล เอสเซียง, ฟลอร็องต์ มาลูด้า (คาคูต้า น.82), นิโคลาส์ อเนลก้า, ซาโลมอง คาลู (แม็คเอแคร่น น.74)




















































Credit:บุ๊ค ฟอร์ลัน
www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#8
ไร้ปัญหา!มาลูด้าควงกาลูพาสิงห์ซิว 2-0

ไร้ปัญหา!มาลูด้าควงกาลูพาสิงห์ซิว 2-0

"สิงห์ไฮโซ" เชลซีแม้ในเกมนี้จะดูหลุดฟอร์มไปหน่อย แต่ก็ยังคงรักษาความเฉียบขาดในการจบสกอร์ ได้สองประตูจากฟลอร็องต์ มาลูด้า และซาโลมอง กาลู เอาชนะวูลฟ์ไป 2-0 รั้งจ่าฝูงเหนียวแน่นหนึบ

พรีเมียร์ ลีก

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553


เชลซี 2 : 0 วูลฟ์

ประตู :
1-0 ฟลอร็องต์ มาลูด้า น.23,2-0 ซาโลมอง กาลู น.81

"สิงห์ไฮโซ" เชลซีเปิดรังแสตมป์ฟอร์ด บริดจ์รอเชือดวูล์ฟที่ 5 เกมหลังสุดแพ้ไปซะ 4 เสมออีก 1 ยังหาชัยชนะไม่เจอ

แถมเจ้าบ้านยังได้ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาศูนย์หน้าอันตรายที่หายป่วยพร้อมลงเกมนี้พอดิบพอดี

ครึ่งแรก

หมาป่ามาดีใช้ได้
เกมผ่านช่วง 10 นาทีแรก "หมาป่า" วูลฟ์ถือว่าเริ่มต้นกันได้ดีใช้ได้ ประคองเกมได้สวย และไม่ปล่อยให้เชลซีได้ทำอะไรถนัดนัก

 โปรถีบเกือบส่องได้
ชมได้ไม่ทันไร อีก 2 นาทีต่อมาวูล์ฟก็เกือบโดนเลย จากจังหวะที่โจเซ่ โบซิงวาที่เติมขึ้นไปสูงเกือบจะพังประตูเบิกร่องให้กับทีมได้ หลังหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะเบียดกองหลังซัดเลียดด้วยขวา บอลพุ่งไปเสาสอง แต่มาคัส ฮาห์เนมันน์ยังล้มตัวปัดบอลออกหลังไปได้ทัน

หมาป่าทำสวยงาม
นาทีที่ 20 วูลฟ์น่าจะทำประตูขึ้นนำแบบช็อกเจ้าถิ่นได้ก่อนอย่างยิ่ง ในจังหวะที่จาร์วิสลากบอลขึ้นไปได้สวย ก่อนที่จะจ่ายให้กับเควิน ดอยล์ในกรอบเขตโทษ ดอยล์พักบอลก่อนที่จะถ่างออกข้างขวาให้กับโฟลี่ย์ที่เติมมาตั้งป้อมเปิดโล่งๆเข้าไปกลางเขตโทษ เดวิด เอ็ดเวิร์ดได้โขกเน้น ๆ แต่บอลไม่หนีปีเตอร์ เช็กที่เซฟเอาไว้ได้ไม่ยาก

สิงห์พอจะได้ก็ได้ง่ายจริงๆ
นาทีที่ 23 วูลฟ์ที่กำลังลุ้นทำประตูอยู่ดีๆ ก็มาโดนสวนจนพังพาบ จากจังหวะที่นิโกลาส์ อเนลก้าไหลบอลให้ยูริ ซีร์คอฟในกรอบเขตโทษ ก่อนที่แข้งรัสเซี่ยนจะตวัดบอลกลับเข้าตรงกลางให้ฟลอร็องต์ มาลูด้ายิงสบายๆเข้าไปกลางประตู เชลซีนำแล้ว 1-0

สิงห์เกือบได้เม็ดสอง
อีก 3 นาทีต่อมา วูลฟ์เกือบพังในรูปแบบเดิมเพราะไปบุกกันสูงแล้วโดนทางเชลซีสวน ยูริ ซีร์คอฟไหลบอลให้กับดิดิเย่ร์ ดร็อกบาที่ป้ายจังหวะเดียวให้นิโกลาส์ อเนลก้าหลุดเข้าไปในกดเน้นๆในกรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่บอลพุ่งชนข้างตาข่ายไป

หมาป่าเล่นหนักไปไหน
นาทีที่ 33 สมกับเสียงวิจารณ์ในการเล่นหนักจริงๆสำหรับวูลฟ์ จากจังหวะที่ริชาร์ด สเตียร์แมนไล่บอลไปพร้อมกับดิดิเย่ร์ ดร็อกบา แต่พอเห็นว่าตัวเองไม่ทันแล้วก็กระโดดเข้าอัดแบบเต็มๆจนดร็อกบาถึงกับลอย ผู้ตัดสินวิ่งมาแจกใบเหลืองให้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

สิงห์เล่นเน้น
เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม เกมโดยมากการครองบอลไม่ถือว่าต่างกันซะทีเดียว เพราะเชลซีจะปล่อยให้ทางวูลฟ์ได้ครองบอล แล้วคอยดักตัดจังหวะสวนกลับ หรือหากเซ็ตเกมบุกเองก็จะไม่พลีพลาม ค่อยๆเน้นมากกว่า

หมาป่าพลาดโอกาส
นาทีที่ 43 วูลฟ์ได้ลุ้นเสียวจากจังหวะการเปิดบอลเหมือนเดิม ริมเส้นฝั่งขวาที่โยนไปเสาสอง เพียงแต่เควิน ดอยล์ลอยตัวอยู่นานเกินไปนิด ทำให้จังหวะไม่พอดีบอลโดนตัวเขาออกเด้งออกหลังไป ทั้งที่จังหวะนี้ถ้าพอดีจะได้โขกเน้นๆเหน่งๆเพราะไม่มีตัวประกบเขาเลยด้วย

จบครึ่งแรกเชลซีออกนำวูลฟ์ไปก่อน 1-0 จากประตูของฟลอร็องต์ มาลูด้า

ครึ่งหลัง

วูลฟ์เปลี่ยนเอาสตีเฟ่น ฮันท์ลงสนามแทนเยลเล่ ฟาน ดามม์

สิงห์เกือบโดน
เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 2 นาที เชลซีก็เกือบจะพลาโดนตีเสมอจากจังหวะเตะมุมของวูลฟ์ที่ถูกโหม่งสกัดออกมาได้ แต่สตีเฟ่น ฮันท์พุ่งตอร์ปิโดโหม่งสวนกลับเข้าไปแล้วเดวิด เอ็ดเวิร์ดแตะบอลเปลี่ยนทาง ยังดีที่มีมิชาเอล เอสเซียงอยู่เฝ้าเสาอยู่เคลียร์บอลทิ้งออกไปได้

 สิงห์เล่นกันเนียนกิ๊ก
ผ่านเข้าสู่นาทีที่ 55 เชลซียังคงทำเกมต่อบอลกันได้อย่างเนียนตา แม้ว่าโอกาสยิงแบบจะแจ้งจะยังไม่มีก็ตาม แต่การทำเกมนั้นดูมีประสิทธิภาพสุดๆ

เอสเซียงขวางทางปืนเฉย
อีก 3 นาทีต่อมา เชลซีแอบเซ็งเล็กน้อย จากจังหวะสวนกลับที่หลุดขึ้นไปกันหลายคน นิโกลาส์ อเนลก้าได้บอลแตะหลอกกองหลังแต่ติดขานิดหนึง ทำให้บอลขลิกขลุกไปเข้าทางมิชาเอล เอสเซียงที่พยายามยกบอลหนีกองหลัง แม้จะถูกสกัด แต่เข้าทางฟลอร็องต์ มาลูด้าที่ยิงเน้นๆไปเสาแรก คาดว่าน่าจะหาย แต่บอลกลับไปติดตัวของเอสเซียงที่วิ่งไปกันเพื่อนซะอย่างนั้น

แมลงสาบเดี่ยวพลาด
นาทีที่ 64 ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาพลาดโอกาสบวกประตูที่สองให้กับเชลซี จากจังหวะที่เขาวิ่งหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับมาคุส ฮาห์เนมันน์ แถมยังอยู่นอกกรอบเขตโทษด้วย แต่ถูกทางนายด่านหัวเหม่งล้มตัวสกัดเอาไว้ได้อย่างงดงาม

สิงห์ต้องแก้เกม
เข้าสู่นาทีที่ 72 เชลซีดูเหมือนว่ารูปเกมจะตื๊อไปจนทำให้วูลฟ์มีโอกาสได้บุกกดดันอยู่เนืองๆ แม้จะไม่ได้มีโอกาสเน้นๆ แต่ก็หวาดเสียวว่าจะมีโอกาสตีเสมอได้เช่นกัน

คาร์โล อันเชล็อตติตัดสินใจเปลี่ยนเอาฟลอร็องต์ มาลูด้าออก และเปลี่ยนซาโลมอง กาลูลงเล่นแทน

หมาป่ากดดันได้ดี
เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย วูลฟ์ยังคงทำได้ดีในการบุกกดดันเจ้าบ้าน โดยได้โอกาสจบจากมิลิยาส

จบเลย!กาลูปิดกล่อง
อีกเพียงแค่นาทีเดียว วูลฟ์ก็เจอเชลซีสวนจนต้องจบข่าว จากจังหวะที่ซาโลมอง กาลูวิ่งหลุดเข้าไปยิงแปลอดดากของมาคุส ฮาห์เนมันน์ในกรอบเขตโทษเข้าไปตุงตาข่าย เชลซีนำห่าง 2-0 น่าจะจบเกมแล้ว

หนูแม็คลงสนาม
นาทีที่ 82 เชลซีเห็นว่าเกมห่างแล้วก็ส่งเจ้าหนูจอห์ส แม็คเคแคร่นลงสนามแทนยูริ ซีร์คอฟ เรียกเสียงเฮจากทางแฟนเจ้าบอลที่ชื่นชอบเจ้าหนูคนนี้ได้มากพอดู

จบเกมเชลซีเอาชนะวูลฟ์ไปได้ 2-0 ทำให้มีคะแนนเพิ่มเป็น 22 คะแนน รั้งจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ส่วนวูลฟ์ยังคงมี 6 คะแนนหล่นไปอยู่อันดับที่ 19 เพราะลูกได้เสียด้อยกว่าลิเวอร์พูล

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก,โจเซ่ โบซิงวา,บรานิลาฟ อิวาโนวิช,จอห์น เทอร์รี่,แอชลี่ย์ โคล,มิชาเอล เอสเซียง,จอห์น โอบี มิเกล,ยูริ ซีร์คอฟ,นิโกลาส์ อเนลก้า,ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา,ฟลอร็องต์ มาลูด้า

วูลฟ์ : มาร์คุส ฮาห์เนมันน์,คริสโตเฟอร์ แบร์ร่า,ริชาร์ด สเตียร์แมน,สตีเฟ่น วอร์ด,เควิน โฟลี่ย์,เดวิด เอ็ดเวิร์ดส์,เดวิด โจนส์,เนนาด มิลิยาส,เยลเล่ ฟาน ดามม์,แมทธิว จาร์วิส,เควิน ดอยล์
















[SIZE="4"]ที่มา www.soccersuck.com/ss




[SIZE="4"]credit คุณฟัดกะบอล
ทีมา www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#9
วัดที่ความเฉียบ!สิงห์โดนก่อนพลิกแซง 2-1

เกมนี้เรียกได้เลยว่าวัดกันที่ความเฉียบคมจริงๆ เมื่อแบล็คเบิร์นที่อุตส่าได้ประตูนำไปก่อนแถมมีโอกาสบวกเพิ่มแต่ทำไม่ได้ เลยเจอเชลซีลงโทษจากประตูชัยของบรานิสลาฟ อิวาโนวิชพลิกแซงเฮไป 2-1 เก็บ 3 คะแนนเพิ่มความมั่นคงสำหรับแท่นจ่าฝูงต่อไป

พรีเมียร์ ลีก

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553


แบล็คเบิร์น 1 : 2 เชลซี

ประตู :
1-0 เบนจานี่ เอ็มวารูวารี น.22,1-1 นิโกล่าส์ อเนลก้า น.39,1-2 บรานิสลาAฟ อิวาโนวิช น.84

"กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์นเปิดรังอีวู้ด พาร์คต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูงเชลซีด้วยแรงใจอันเต็มเปี่ยมหลังได้คริสโตเฟอร์ แซมบ้าปราการหลังตัวเก่งกลับคืนมาสู่ทีม

เจ้าบ้านเล่นเกมเหย้าถือว่าสถิติไม่ธรรมดา ผ่านมา 4 นัดเพิ่งจะพ่ายไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น

ด้านเชลซีแม้จะยังคงไม่มีแฟรงค์ แลมพาร์ดที่ยังคงต้องนั่งดูเพื่อนเล่น แต่ขุมกำลังก็แกร่งเหลือขณา ไม่ว่าจะเป็นแนวรุกที่กำลังฟอร์มร้อนแรงอย่างฟลอร็องต์ มาลูด้า จอมเทคนิคอย่างนิโกล่าส์ อเนลก้า และดิดิเย่ร์ ดร็อกบาศูนย์หน้าจอมแกร่ง

ครึ่งแรก

แมลงสาบโขกบางไปนิด
เริ่มเกมมาได้ 7 นาที กองหลังของแบล็คเบิร์นก็พลาดปล่อยให้ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาวิ่งสอดขึ้นไปลอยตัวโหม่งบอลคนเดียวหน้าปากประตู แต่ยังดีที่ลูกเปิดของบรานิสลาฟ อิวาโนวิชโด่งไปนิด ทำให้โดนไม่เต็ม และหลุดเสาไกลออกไป

กุหลาบมาดี
เข้าสู่ช่วง 15 นาทีแรกของเกม ใช่ว่าทางแบล็คเบิร์นจะมาตั้งรับในบ้านของตัวเองซะที่ไหน พอโดนเชลซีบุกใส่ช่วงต้นเกม พวกเขาก็ตั้งตัวได้ และเซ็ตเกมรุกขึ้นไปกดดันทางทีมเยือนได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

เช็กลื่นแต่เซฟเยี่ยม
อีกเพียงหนึ่งนาทีต่อมา เชลซีเกือบพังก่อน จากจังหวะที่มาเม บิราม ดิยุฟได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เหลือบไปเห็นปีเตอร์ เช็กออกมานอกเส้นเลยบรรจงชิบบอลเน้น ๆ เหมือนตอนแรกเช็กจะกะจังหวะได้แล้ว แต่ดันไปลื่นล้มก่อน ยังดีที่พยายามเหยียดสุดแขนพุ่งปัดเอาไว้ได้ทัน

เบนจานี่ลากไปยิง-เช็กเซฟ
นาทีที่ 17 ต่อเนื่องกันไปเลย เหมือนทางเชลซีจะไม่ค่อยมีสมาธิกัน เพราะพลาดเสียบอลง่าย ก่อนโดนเบนจานี่ เอ็มวารูวารีลากบอลกระชากผ่าน 2-3 คนเข้าไปยิงเลียดในกรอบเขตโทษ แต่ปีเตอร์ เช็กยังล้มตัวเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง

สิงห์โดนจนได้!
นาทีที่ 22 จนแล้วจนรอดเชลซีก็เสียท่าจนได้ จากจังหวะที่กองหลังของทีมเคลียร์บอลไม่ขาด โดนเอล-ฮัดจิ ดิยุฟโยนบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้เบนจานี่ เอ็มวารูวารีสะบัดโหม่งบอลไปเสาสอง สุดปัญญาที่ปีเตอร์ เช็กจะพุ่งไปได้ทัน แบล็คเบิร์นนำไปก่อนแล้ว 1-0

เช็กออกแรงเซฟอีก
อีก 4 นาทีต่อมา ปีเตอร์ฺ เช็กก็งานเข้าอีกรอบ จากจังหวะสวนกลับของแบล็คเบิร์นที่เบร็ตต์ เอเมอร์ตันเปิดโยนไปกราบซ้ายให้เอล-ฮัดจิ ดิยุฟตั้งป้อมโยนบอลเข้าไปหน้าประตู มาเม่-บิราม ดิยุฟเตรียมพุ่งเข้าโขกเต็มๆ แต่เช็กยังเหินปัดบอลเอาไว้ได้ แม้เอเมอร์ตันจะพยายามเข้าเก็บตกแต่ก็สุดปลายเท้าบอลปลิ้นออกหลังไป

ชิเว่เจ็บ
นาทีที่ 35 แบล็คเบิร์นต้องใช้โควต้าเปลี่ยนตัวตั้งแต่ครึ่งแรกเลย หลังจากกาแอล ชิเว่มีอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นต่อได้ เจ้าถิ่นเลยเปลี่ยนเอามาร์ติน โอลส์สันลงไปเล่นแทน

เอสเซียงดีดเสียว
อีก 3 นาทีต่อมา มิชาเอล เอสเซียงเกือบทำประตูสุดสวยได้แล้ว จากจังหวะเติมไปรับบอลหน้ากรอบเขตโทษ พอโดนกองหลังเข้ามาบีบเลยจัดการดีดบอลออกไปทันทีติดไซร้ก้อยเหมือนจะพุ่งเข้าเสียบเสาสอง แต่ก็หลุดออกหลังไป

นิโก้ซัดให้สิงห์เสมอ!
นาทีที่ 39 เชลซีก็มาได้ประตูตีเสมอที่เฉียบขาดสุดๆ จากจังหวะเปิดบอลยาวของปีเตอร์ เช็กไปให้ฟลอร็องต์มาลูด้าทางซ้าย ก่อนโยนบอลยาวให้ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาที่ขึ้นโขกได้ก่อนกองหลังของแบล็คเบิร์นชงกลับมาให้นิโกล่าส์ อเนลก้าวิ่งเข้ามาแปเน้น ๆ ผ่านตัวพอล โรบินสันเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีเหลือ เสมอกัน 1-1 แล้ว

จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1 ถือได้ว่าเป็นเกมที่ได้ลุ้นสนุกอยู่แทบจะตลอดเวลาเลย

ครึ่งหลัง

แอบแปลกใจเล็กน้อยเมื่อแบล็คเบิร์นเปลี่ยนเอาเบนจานี่ เอ็มวารูวารีที่ครึ่งแรกเล่นได้โดดเด่นออก แล้วเปลี่ยนเอาเจสัน โรเบิร์ตลงมาแทน ไม่แ่น่ว่าอาจจะมีอาการบาดเจ็บก็เป็นได้

โคลคล้ำยิงไม่ดี
นาทีที่ 55 แอชลี่ย์ โคลทำจังหวะการล็อกบอลหลอกล่อกองหลังของฟลอร็องต์ มาลูด้าที่ทำได้สวยงาม และจ่ายมาให้ได้วิ่งมาอัดเน้นๆที่เสาไกลเสียของไปอย่างน่าเสียดาย เพราะพี่ท่านดันวิ่งมายิงแบบเฉือนๆติดไซร้ก้อยหลุดเสาออกไป

ซีร์คอฟซัดติดเซฟ
นาทีที่ 61 เกมของเชลซีที่ลงมาครึ่งหลังเล่นได้ดีกว่าก็ได้โอกาสลุ้นต่อเนื่อง จากจังหวะที่ดิดิเย่ร์ ดร็อกบาที่ฉีกออกไปป่วนฝั่งขวาจ่ายบอลตัดเข้าในให้มิชาเอล เอสเซียง ก่อนป้ายไปทางซ้ายให้ยูริ ซีร์คอฟที่วิ่งสอดเติมขึ้นมาแปเน้นๆ แต่ติดเซฟของพอล โรบินสันที่ช่วงนี้ฟอร์มเข้าฝักน่าดู

มาเม่เข้าช้าไปนิดเดียว
แต่อีกหนึ่งนาทีต่อมาก็เป็นทางแบล็คเบิร์นที่ได้ลุ้นเสียว จากจังหวะเตะฟรีคิกเลียดของมอร์เท่น กัมส์ พีเดอร์เซ่น บอลพุ่งไปเสาแรกแฉลบขาเจสัน โรเบิร์ตก่อนทะลุไปเสาสองถึงมาเม่ บิราม ดิยุฟ แต่เหมือนจะไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้เข้าชาร์จโล่งๆพลาดลุ้นออกหลังไป

สิงห์เฉี่ยวไปมา
นาทีที่ 69 จังหวะฟรีคิกของเชลซีเองก็ได้ลุ้นเช่นกัน เพราะนิโกล่าส์ อเนลก้า และดิดิเย่ร์ ดร็อกบาได้ลองอัดกันไปคนละที แต่ก็ติดบล็อกของทางกองหลังแบล็คเบิร์นไปเสียหมด

สเตอร์ริดจ์ยิงได้ลุ้น
นาทีที่ 74 ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ดาวรุ่งที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงไปแทนฟลอร็องต์ มาลูด้า ได้โอกาสพาบอลลากไปหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะตัดสินใจซัดด้วยซ้ายเน้น ๆ แต่น่าเสียดายที่บอลติดไซร้หนีกรอบพุ่งเข้าข้างตาข่ายแทน

โรเบิร์ตพลาดมหันต์!!!
นาทีที่ 82 แบล็คเบิร์นพลาดโอกาสทำประตูขึ้นนำแบบไม่รู้จะพูดยังไง จากจังหวะที่มาเม่ บิราม ดิยุฟโยนบอลไปทางซ้ายให้เจสัน โรเบิร์ตทางหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนแตะหลบกองหลังเชลซีได้ตั้งป้อมลุ้นยิงเน้นๆ แต่กลับยิงลุ้นเสาไกลออกไปแบบน่าเสียดายสุดๆ

อิวาโนวิชนำชัยยยยยยยย!!!
อีก 2 นาทีต่อมา ความเฉียบขาดคือความแตกต่างในเกมนี้จริงๆ จากจังหวะที่เชลซีทำเกมรุกขึ้นมา แม้ตอนแรกดูเหมือนจะเจาะไม่เข้า แต่ยูริ ซีร์คอฟก็ทำได้ดีด้วยการเลี้ยวหนีกองหลังของแบล็คเบิร์นแล้วเอี้ยวตัวตวัดเปิดบอลยาวไปเสาสองให้บรานิสลาฟ อิวาโนวิชได้ยืนโขกเน้นๆ โล่งๆ ไม่มีเหลือ เชลซีพลิกขึ้นมานำเป็น 2-1 แล้ว

ช่วงท้ายเกมเชลซีก็เขี้ยวลากดินเผาเวลาไปเรื่อย จนผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบ 90 นาที

เชลซีพลิกมาเอาชนะแบล็คเบิร์นไป 2-1 เก็บ 3 แต้มสำคัญได้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แบล็คเบิร์น : พอล โรบินสัน,ไรอัน เนลสัน,คริสโตเฟอร์ แซมบ้า,กาแอล ชิเว่,มิเชล ซัลกาโด้,ฟีล โจนส์,มอร์เท่น กัมส์ พีเดอร์เซ่น,เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน,เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ,เบนจานี่ เอ็มวารูวารี่,มาเม บิราม ดิยุฟ

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก,จอห์น เทอร์รี่,อเล็กซ์,แอชลี่ย์ โคล,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,จอห์น โอบี มิเกล,ยูริ ซีร์คอฟ,มิชาเอล เอสเซียง,ฟลอร็องต์ มาลูด้า,ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา,นิโกล่าส์ อเนลก้า
















ขอบคุณข่าวจาก http://www.soccersuck.com/ :57:

-------------------------------------------------------------------------------------------
iDnOuSe4
#10
ขู่หงส์!เชลซี 4-1 ชนะ 100 % เข้ารอบนิ่ม

ขู่หงส์!เชลซี 4-1 ชนะ 100 % เข้ารอบนิ่ม

เชลซียังแกร่งทั่วแผ่นดินหลังเปิดบ้านไล่ขย่มสปาร์ตัก มอสโกว์ในครึ่งหลังรวดเดียว 4 เม็ดจากประตูของนิโกลาส์ อเนลก้า,ดิดิเยร์ ดร็อกบาและบรานิสลาฟ อิวาโนวิชเหมาสองชนะรวด 4 นัด 100 % เข้ารอบน็อกเอาท์ไก่โห่ก่อนทำศึกบิ๊กแมทช์กับลิเวอร์พูลในวันอาทิตย์นี้

แชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2553

เชลซี 4-1 สปาร์ตัก มอสโกว์

ประตู : 1-0 อเนลก้า น.49,2-0 ดร็อกบา น.62(จุดโทษ),3-0 อิวาโนวิช น.65,3-1 บาเชสนอฟ น.86,4-1 อิวาโนวิช น.90
ครึ่งแรก

เชลซีลุยก่อนเกือบโดนก่อน
หลังเชลซีพยายามจะเข้าทำอยู่พักนึงแต่กลายเป็นทีมเยือนที่ได้เสียวก่อนจาก จังหวะอิบสันยึกยักอยู่ตรงริมกรอบโทษก่อนปาดให้อาเดียน แม็คกีดี้อดีตแข้งเซลติกหมุนตัวสับด้วยอีซ้ายบอลผ่านฝูงแนวรับจ่าฝูงอังกฤษ เฉี่ยวเสานึกว่าหาย

สปาร์ตักยังนิ่ง
ผ่านมา 15 นาทีเชลซีพยายามตั้งเกมของตัวเองแต่การยืนรักษาตำแหน่งคุมพื้นที่ทำให้ อเนลก้าหรือดร็อกบารวมทั้งกาลูแทบไม่มีบทบาทใดๆแถมมอสโกว์ก็ยังได้ครองบอล อย่างต่อเนื่องและเล่นช้าไม่เสียบอลง่าย

นิโก้ยิงไซด์เฉี่ยวเสา
อย่างไรก็ตามเชลซีอาศัยจังหวะสวนกลับก่อนบอลมาถึงปีกซ้ายที่มีอเนลก้ามาล้วง ก่อนลากจี้ตัดเข้าหน้าเขตโทษทแยงขวางไปเรื่อยก่อนปั่้นไซด์โค้งบอลอ้อมผ่าน เสาไกลน่าเข้าสุดๆ

เชลซีเสียวอีก
เชลซีค่อยเร่งสปีดยกระดับความเข้มข้นและเริ่มใกล้เคียงเพียงแต่ยังไม่มี โอกาสได้ง้างเกือกสวยๆโดยนาที 21 เชอร์คอฟกำลังวิ่งควบเอาบอลที่หลุดเข้าเขตโทษแต่เจอกองหลังแหย่สกัดหวุดหวิด ถ้าหลุดช่องนี้ไปได้ก็ยิงเดี่ยวๆกับประตูทันที

แมลงสาบส่งกลิ่นแล้ว
อีกนาทีต่อมาดร็อกบาที่พ้นโทษแบนกลับมาลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกนัดแรกเกือบ ปลดล็อกหลังหลุดขึ้นมาทางริมกรอบโทษก่อนตะบันยิงมุมแคบแต่ดิคานพุ่งปัดดัก มุมสุดยอด

ดร็อกบาโขกข้ามคาน
เชลซีเหมือนจะมาได้แต่ตัวแทนจากรัสเซียก็ยังชวนทะเลาะหาโอกาสพาบอลมาสร้าง ความหวาดเสียวในกรอบเขตโทษเชลซีชนิดไม่ให้ปีเตอร์ เช็กได้คลายเหงาแต่จังหวะสุดท้ายติดแนวรับเชลซีหมด

นาที 32 เจ้าถิ่นได้เตะมุมเป็นเชอร์คอฟก่อนที่ดร็อกบาจะวิ่งมาโหม่งเช็ดบอลข้ามคานออกไปเอง

อเล็กซ์ซัดไกลมอสโกว์หวิดนำ

เชลซีเกือบหงายเงิบหลังอเล็กซ์กัปตันทีมสปาร์ตักเห็นไม่มีใครเข้าเลยยิงไกล ด้วยอีซ้ายบอลพุ่งส่ายต่ำจนเช็กต้องพุ่งประสานมือปัดพ้นขีดอันตราย

สองหลาอเล็กซ์ยิงไม่เข้า!!
เชลซียิ่งเล่นยิ่งเครียดเพราะทรงบอลสปาร์ตักชวนทะเลาะจนการครองบอล 50-50 เท่ากันแต่ก่อนหมดเวลา 3 นาทีลูกทีมคาร์โล่ อันเชล็อตติน่าขึ้นนำอย่างที่สุดจากลูกเตะมุมของเชอร์คอฟครอสต่ำมาเสาแรก เป็นอิวาโนวิชวิ่งมาโขกเช็ดให้ย้อนมาเสาสองแล้วอเล็กซ์วิ่งสอดมาจะยิงเผาขน แค่ 2 หลาแต่เจอสองตัวประกบทั้งตีนทั้งมือรุมกินโต๊ะบอลเลยโดนหน้าแข้งข้ามคานสุด ช็อก หมดครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง

นิโก้ยิงเวอร์ เชลซี 1-0
ครึ่งแรกบุกตั้งนานทำไม่ได้แต่พอครึ่งหลังเล่นมา 4 นาทีเชลซีขึ้นนำ 1-0 และต้องบอกว่าเป็นการเล่นบอลแบบเซ้นส์เพราะอเนลก้าพาบอลขึ้นมาก่อนฝากให้กา ลูแล้วตัวเองก้วิ่งทำทางโดยมีผู้เล่นแนวรับของสปาร์ตักถึง 5 คนรุมล้อมเข้าใส่กาลูเหมือนแมลงวันเจอซากศพแต่การวิ่งของนิโก้ทำให้กาลูแทง ทะลุหลุดล้ำหน้าก่อนยิงแบบชิพสวนตัวดีคานที่วิ่งออกมาปิดมุมแคบบอลพุ่งเสียบ หน้าต่างไกลเข้าไปสุดยอด มุมยิงแทบไม่มีเพราะเกือบๆเส้นหลังกันเลยทีเดียว

อเล็กซ์ 12 ยิงไกล
แต่อีกไม่ถึงนาทีทีมเยือนได้ลุ้นบ้างหลังอเล็กซ์กัปตันเบอร์ 12 ที่วันนี้ยิงไกลเจ๋งอัดเต็มข้อพุ่งแสกหน้าเช็กที่ล้มตัวปัดยอมเสียเตะมุม

ดร็อกบากดโทษ 2-0
แต่ทำนบของทีมเยือนก็ค่อยๆคลายตัวลงและนาที 61 เสียจุดโทษหลังดิดิเยร์ ดร็อกบาใช้ความถึกบึกลากถูไถเบียดหนีปาเรญ่าตรงริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อน หลุดเข้าข้างในแล้วกระชากหนีมาเคเยฟอีกคนแต่คราวนี้ไปรวบหัวทิ่มเสียจุดโทษ ทันทีก่อนที่หอกทีมชาติไอเวอรี่โคสต์จะหยิบมายิงเองและซัดผ่านมือดีคานที่ พุ่งถูกทางแต่เซฟไม่ทัน 2-0 แล้ว

อิวาโนวิชโขกหาย 3-0
แถวบ้านเค้าบอกโดนแล้วไหลเพราะเชลซีมาได้ลูกสามอย่างรวดเร็วในนาที 65 จากจังหวะฟรีคิกด้านข้างเขตโทษฝั่งขวาดร็อกบารับหน้าที่ปั่นมาเข้ากบาลอิวา โนวิชจอมโขกที่สกรีนขยับไปมาเลยหนีมาเขกคนเดียวโล่งๆจากระยะ 8 หลาไม่เหลือ

กาลูยิงโล่งๆข้ามคาน
นาที 74 เชลซีน่าจะบวกเม็ดสี่หลังแนวรับสปาร์ตัก มอสโกว์ไปเงอะงะไม่ยอมเคลียร์ทำให้กาลูพัวพันฉกไปกินแต่ตอนยิงดันซัดตะบัน เหน่งๆเต็มๆข้ามคานออกไปน่าเกลียด

กาลูอีกแล้ว
ตอนนี้อันเชล็อตติเปลี่ยนเอาตัวหลักทั้งดร็อกบา,อเนลก้าออกไปพักไว้รอฟัดกับ ลิเวอร์พูลแต่เกมก็ยังเรื่อยๆไหลลื่นและนาที 78 กาลูเกือบมีชื่ออีกหนหลังยิงไกลเต็มข้อแต่ดีคานล้มตัวปัดทิ้งทันเวลา

สเตอร์ริดจ์โขกเผาขนข้ามคาน

ก่อนหมดเวลา 5 นาทีหลังกาคูต้ายึกยักเล่นกับตัวประกบอยู่ตรงริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วเปิด ไซด์ให้สเตอร์ริดจ์แอบมุดดินอยู่เสาสองแต่ตอนก้มตัวโขกเผาขน 3 หลาบอลข้ามคานช็อก

สปาร์ตักไล่ 3-1
แต่พอสวนกลับมาคราวนี้สปาร์ตัก มอสืโกว์มาตีไข่แตกจากจังหวะที่อิวาโนวิชทำพลาดเสียบอลจนเวลลิตันได้บอลจาก เพื่อนหลุดเข้าไปกึ่งยิงกึ่งผ่านบอลไปเข้าทางบาเซนอฟล้มัวยิงโล่งๆเข้าไป 3-1

รามิเรสโล่งๆยิงไม่เข้า!
เชลซีน่าจะได้ลูกสี่แต่ก็ไม่ได้ซักทีและคราวนี้รามิเรสชวดยิงให้ตัวเองจาก จังหวะที่สเตอร์ริดจ์ตัวสำรองที่เล่นวูบวาบโชว์ฉิ่งฉับทัวร์หนีกองหลังทีม เยือนแล้วไปตบบอลย้อนจากเส้นให้แข้งแซมบ้าได้ตั้งยิงเหน่งๆแต่ประตูมุมขวา ที่โล่งโคตรๆกลับดันยิงไปติดบล็อกกองหลังบนเส้นซะงั้น

อิวาส้มหล่นปิดท้าย 4-1

อย่างไรก็ตามช่วงทดเจ็บอิวาโนวิชมาแก้ตัวยิงปิดท้าย 4-1 หลังจังหวะเตะมุมต่อเนื่องบอลขลุกขลิกน้ำพริกปลาทูมาเข้าทางอิวาโนวิชที่ หมุนตัวยิงเน้นๆเข้าไปเลย ทำให้เชลซีชนะสกอร์สวยเข้ารอบน็อกเอาท์เรียบร้อยก่อนพักยาวก่อนเจอลิเวอร์พู ลในวันอาทิตย์นี้

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก 6,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 8 *,อเล็ก ซ์ 6.5,แอชลีย์ โคล 7.5,เปาโล แฟร์เรียร่า 6.5,จอห์น โอบี มิเกล 6.5(แม็คเคแครน น.69,6.5),ยูริ เชอร์คอฟ,รามิเรส 5.5,นิโกลาส์ อเนลก้า 8(กาคูต้า น.76,7),ดิดิเยร์ ดร็อกบา 7.5(สเตอร์ริดจ์ น.76,6),โซลามง กาลู 7

สปาร์ตัก มอสโกว์ : อังเดร ดีคาน 6,มาเร็ค ซูชี่ย์ 6,นิโกลาส ปาเรญ่า 6,อันเดรย์ อิวานอฟ 5,เอฟเกนี่ย์ มาเคเยฟ 6,อเล็กซานเดร เชชูคอฟ 6(ดรินิคิช น.67),อิบสัน,อเล็กซ์ 5(คอสลอฟ น.68,6),ดิมิทรี คอมบารอฟ 7,อาเดียน แม็คกีดี้ 6(บาสเชนอฟ น.80),เวลลิตัน 6.5






















soccersuck

#######################################################
iDnOuSe4
#11
หงส์ล้มจ่าฝูง!ตอร์เรสเทพเหมาสองขึ้นที่ 9

หงส์ล้มจ่าฝูง!ตอร์เรสเทพเหมาสองขึ้นที่ 9

"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลกลับมาอย่างยิ่งใหญหลังรวมพลังเปิดรังแอนฟิลด์เอาชนะเชลซี 2-0 จากสองประตูในครึ่งแรกของเฟร์นานโด ตอร์เรสนำทีมคว้าชัย 3 นัดติดขึ้นที่ 9 ส่วน"จ่าฝูง"หยุดแช่อยู่ที่ 25 แต้มนำแมนฯยูฯแค่ 2 แต้มเท่านั้น

พรีเมียร์ลีก

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553


ลิเวอร์พูล 2-0 เชลซี

ประตู : 1-0 ตอร์เรส น.11,2-0 ตอร์เรส น.44


ศึกบิ๊กแมทช์ประจำสัปดาห์ระหว่างลิเวอร์พูลกับเชลซีเกมนี้รอย ฮอดจ์สันกลับมาใช้ระบบ 4-4-2 สู้โดยให้เดิร์ก เคาท์ยืนหน้าคู่เฟร์นานโด ตอร์เรสโดยเจอร์ราร์ดคุมแดนกลางร่วมกับลูคัส

ด้านเชลซีใช้ 4-3-3 สูตรถนัดมีนิโกลาส์ อเนลก้า,ฟลอร็องต์ มาลูด้าและซาโลมง กาลูเป็นตัวปิดสกอร์แต่ดิดิเยร์ ดร็อกบามีชื่อเพียงแค่ตัวสำรอง

ครึ่งแรก

หงส์วิ่งไล่ทันที
ต้นเกมลิเวอร์พูลไม่เคยแพ้ใครเพราะวิ่งเข้าบีบราวกับเสพม้ามาทำเอานักเตะเชลซีต้องรัดกุมก่อนพยายามเอาบอลไปใกล้ๆพื้นที่อันตรายไว้ก่อน

เอล นินโญ่ 1-0!!!!!!!!!!!
เกมที่สูสีที่ยังไร้ความหวาดเสียวแต่โอกาสแรกของเกมนี้ในนาที 11 เป็น"หงส์แดง"ที่ชิงขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่เหมือนไม่มีอะไรเมื่อสเคอร์เทลแทงบอลจากกลางสนามฝากให้เคาท์พลิกแล้วเหลือบเห็นตอร์เรสเลยหยอดข้ามหัวทั้งอเล็กซ์และเจทีก่อนดูดลงอย่างนิ่มแล้วใช้ตัวพิงจนอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษเข้าไม่ถึงแล้วยิงหักข้อกระเด้งผ่านมือเช็กบอลตุงหน้าต่างเข้าไปอย่างสวยงาม

ตอร์เรสติดใจ
พอได้แล้วคราวนี้ตอร์เรสมั่นใจขึ้นมาทันตาเห็นเลยได้บอลนอกกรอบก่อนส่องไกแต่หลุดเสาออกไปเอง

เชลซีลุยแหลก
ตอนนี้ลิเวอร์พูลหันมาตั้งรับรอสวนทำให้เชลซีได้ครองบอลหาช่องเข้าเจาะเป็นเนื้อเป็นหนังและพยายามเข้าทางด้านมาร์ติน เคลลี่ดาวรุ่งแต่เจอสไลด์กวาดเต็มๆจนเดอะค็อปปรบมือให้กันเกรียว

หงส์ไล่หนักคุมกลาง
เชลซีพยายามจะทำเกมลุยใส่แต่แดนกลางยังไม่สามารถทำเกมได้เนื่องจากเจอร์ราร์ด,ลูคัส,เมเลเรสรวมไปถึงเคาท์และมักซี่วิ่ไล่ช่วยกันได้ดีมากทำให้ลูกโยนขึ้นหน้าเหมือนจะไร้พิษสง เรียกว่าถ้ามีดร็อกบาอาจใช้สูตรนี้ได้

เมเรเลสยิงเต็มข้อ
นาที 28 ลิเวอร์พูลอาจไม่มีอะไรในการจ่ายบอลสุดท้ายแต่นาที 28 ลูกครอสของเคาท์ที่เคลลี่เข้าแย่งไปถูกแขนเชอร์คอฟจนเดอะค็อปร้องจะเอาจุดโทษแต่เมเรเลสไม่สนวิ่งมายิงอัดเต็มๆเช็กล้มตัวรับพอดี

เกมชัดเครียด
ตอนนี้เกมค่อนข้างเครียดเพราะนักเตะเจ้าถิ่นเริ่มเข้าถึงเนื้อถึงตัวและมีการทำฟาว์ลจากทั้งสองทีมบ่อยมากจนทำให้นึกถึงสมัยโจเซ่ มูรินโญ่ห้ำหั่นกับราฟาเอล เบนิเตซที่แย่งการครอบครองบอลกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

คาราวะตอร์เรสยิงสวย 2-0!!
ก่อนหมดเวลานาทีเดียวลิเวอร์พูลมาได้ลูก 2 อย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่เชลซีกำลังจะสวนกลับหลังลูคัสกะจังหวะบอลผิดลูกเลยข้ามหัวแต่แอชลีย์ โคลที่กำลังติดเครื่องดันทำช้าเลยถูกรุมตอมทั้งลูคัส,รามิเรสและเจอร์ราร์ดก่อนเป็นอดีตแข้งปอร์โต้แย่งได้แล้วกระชากขึ้นมาก่อนป้ายออกซ้ายให้ตอร์เรสตรงริมกรอบโทษฝั่งซ้ายแล้วลากแต่งเข้าขวาก่อนยิงยัดติดไซด์ทะลุแนวรับโดยเฉพาะเจทีที่แสกหน้าเลี้ยวเบียดเสาเสียบหน้าต่างจนปีเตอร์ เช็กได้แต่ยืนดูเฉยๆ เสียงเดอะค็อปในแอนฟิลด์แทบดังไปถึงหมู่เกาะฟาโรห์กันเลยทีเดียว "หมดครึ่งแรกหงส์แดง"นำ 2-0

ครึ่งหลัง

ดร็อกบามาแล้ว
ไม่เป็นที่แปลกใจเมื่อคาร์โล่ อันเชล็อตติส่งดร็อกบาลงตั้งแต่ต้นครึ่งหลังโดยแทนซาโลมง กาลูที่แทบไม่มีบทบาทใดๆเลย

มักซี่ยิงไกล
แต่เริ่มมาได้นาทีเศษๆลิเวอร์พูลเคาะบอลสวนกลับขึ้นมาสวยงามก่อนที่มักซี่จะรับบอลจาก"หัวขิง"แล้วพลิกยิงไกลบอลพุ่งเข้าเป้าดูแล้วสยองแต่เช็กยืนคุมเสาดีรับเข้ามือหนึบ

ลูคัสสุดยอด
วันนีลูคัสตัดบอลสำคัญๆได้หลายหนเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของแดนกลางในการรับมือกับผู้เล่นของเชลซีอย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าอเนลก้า,มาลูด้าและดร็อกบาต้องเสียท่าให้แข้งฟ้าประทานผู้นี้กันหมดและช่วงนี้"จ่าฝูง"กำลังขึงเกมอย่างหนักหมายจะตีไข่แตกให้เร็วที่สุด

ดร็อกบาปั่นฟรีคิก
เชลซีแม้ได้ครองบอลเยอะแต่ยังหาโอกาสง้างเกือกยิงทดสอบเรน่าไมได้เลยแม้กระทั่งได้ฟรีคิก 30 หลาดร็อกบารับหน้าที่ยิงแต่เลือกปั่นจะให้อ้อมกำแพงแต่สงสัยลืมกดล่างขวาบอลเลยไม่ไซด์พุ่งออกข้างเสาไปเอง

รามิเรสโขกข้ามคาน
นาที 60 แอชลีย์ โคลเปิดบอลจากปีกซ้ายเป็นรามิเรสโขกเต็มๆแต่บอลข้ามคานออกไปนี่ถ้าเข้าหัวดร็อกบาสงสัยไม่น่าเหลือ

เชอร์คอฟซัดเรน่าเซฟ
ทีมเยือนบุกหนักมากอีกนาทีเดียวเชอร์คอฟได้ลูกชิ่งจากเพื่อนก่อนลากกระชากหลุดเข้าในเขตโทษด้านซ้ายแล้วส่องยิงกะให้เบียดเสาแต่เรน่ายืนคุมอยู่ปัดทิ้งหวุดหวิด

เรน่าโคตรเซฟ!!
นาที 65 ซูเปอร์เซฟแห่งเกมเกิดขึ้นจากจังหวะที่ดร็อกบาเปิดบอลขึ้นมาทางปีกขวาแล้วมาลูด้าวิ่งสอดมาแปด้วยอีขวาตัดหน้าเคลลี่ระยะเผาขน 6 หลาแต่จอมฮาประจำทีมล้มตัวปัดเซฟเหลือเชื่อมาก

หงส์รับแหลก
ตอนนี้"หงส์แดง"ไม่สนใจเกมรุกแล้วเพราะรับเต็มตัวแนวรับใครได้บอลหวดทิ้งแบบไม่ต้องคิดให้มาก

มักซี่ยิงไกลอีก
นาที 72 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกทางปีกขวาแล้วสุดท้ายบอลโดนเคลียร์แต่มักซี่ยิงไกลเข้ากรอบแต่ไม่ผ่านมือเช็กที่ล้มรับเข้ามือหนึบ

เคาท์เกือบซัดเม็ด 3
อีก 3 นาทีต่อมาลิเวอร์พูลได้เตะมุมแล้วบอลเคลียร์ไม่ขาดเมเรเลสสบโอกาสยิงบอลโดนไม่เต็มไปติดบล็อกกองหลังแล้วแฉลบมาเข้าทางเคาท์ที่จับแล้วพลิกหมุนตัวยิงตรงระยะ 8 หลามุมแคบแต่เช็กล้มตัวใช้ขาเซฟเฉี่ยวเสานิดเดียวเท่านั้น

บีบหัวใจ
เกมของลิเวอร์พูลทำเอาแฟนนั่งลุ้นกันไม่ติดเพราะตอนนี้เป็นเชลซีที่บุกวันเวย์แล้วตอนนี้อันเช่ส่งตัวรุกมาหมดทั้งสเตอร์ริดจ์และโบซิงวาในขณะที่รอย ฮอดจ์สันซึ่งเป็นคนเปลี่ยนตัวยากอยู่แล้วยังไม่ขยับทำอะไร

นิโก้ซัดชนคาน!!
ก่อนหมดเวลา 4 นาทีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นหลังแนวรับเจ้าถิ่นพลาดปล่อยให้อเนลก้าพลิกบอลในเขตโทษแล้วหักข้อยิงร้อนถึงเรน่าต้องล้มตัวปัดบอลกระเด้งลงพื้นชนคานแล้วกำลังจะเข้าทางดร็อกบาที่วิ่งมาซ้ำเน้นๆ 5 หลาแต่คาร์ราเกอร์มานัวเนียสไลด์ตัดจนเรน่ากลับมาคว้าเข้ามือ รอดตายช็อก!!

มักซี่หลุดเดี่ยวยิงไม่ได้
ช่วงทดเจ็บลิเวอร์พูลเกือบหล่อเฟี้ยวหลังจังหวะสวนกลับเอ็นก็อกที่ลงมาแทนตอร์เรสพลิกบอลแล้วไหลให้มักซี่หลุดทะลุเข้าไปล่อเป้ากับปีเตอร์ เช็กแล้วล็อกหนีและแม้นายทวารร่างโย่งจะเอาตัวมาโดนแต่แข้งอาร์เจนไตน์มาล้มช้าไปนิดท่าเลยไม่สวยเท่าไหร่จนฮาวเวิร์ด เวบบ์ให้เล่นต่อไม่งั้นเสียจุดโทษแน่นอน

หมดเวลา"หงส์แดง"เอาชนะเชลซีอย่างสุดยอด 2-0 และเป็นการกวาดชัย 3 นัดติดทำให้พุ่งจากอันดับ 16 มาอยู่ที่ 9 ห่างจากแมนฯซิตี้ทีมอันดับ 4 แค่ 5 แต้มส่วนเชลซีแพ้เป็นนัดที่ 2 ในฤดูกาลนี้และนำหน้าแมนฯยูไนเต็ดแค่ 2 แต้มเท่านั้น

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล :
โฆเซ่ เรน่า 7,มาร์ติน เคลลี่ 8,เจมี่ คาร์ราเกอร์ 7.5,มาร์ติน สเคอร์เทล 7,พอล คอนเชสกี้ 7,ราอูล เมเรเลส 6.5(สเปียริ่ง น.92),ลูคัส เลว่า 8,เดิร์ก เคาท์ 7.5(เชลเวย์ น.84),สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 8.5,มักซี่ โรดริเกซ 6.5,เฟร์นานโด ตอร์เรส 9* (เอ็นก็อก น.88)

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก 6,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 5.5(โบซิงวา น.70,6),จอห์น เทอร์รี่ 5.5,อเล็กซ์ 6 ,แอชลีย์ โคล 7,รามิเรส 5,จอห์น โอบี มิเกล 5.5,ยูริ เชอร์คอฟ 6 (สเตอร์ริดจ์ น.76,6),ซาโลมง กาลู 5.5(ดร็อกบา น.46,6.5),นิโกลาส์ อเนลก้า 6.5,ฟลอร็องต์ มาลูด้า 6.5


















































[SIZE="5"]credit
เบน ฟรีคิก
www.soccersuck.com/ss

iDnOuSe4
#12
ฮีโร่ทูซีโร่!เอสเซียงยิงชัยก่อนโดนไล่เชลซี 1-0

ฮีโร่ทูซีโร่!เอสเซียงยิงชัยก่อนโดนไล่เชลซี 1-0

มิชาเอล เอสเซียงแข้งบัฟฟาโล่คัมแบ็คดราม่าหลังยิงประตูชัยให้เชลซีเบียดเอาชนะฟูแล่มหวุดหวิด 1-0 ขโยกหนีรองฝูง 4 แต้มแต่อับโชคโดนใบแดงท้ายเกมโดนแบนนัดหน้าฮาไม่ออก

พรีเมียร์ ลีก

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน 2553


เชลซี 1 : 0 ฟูแล่ม

ประตู :
1-0 มิชาเอล เอสเซียง น.30

"สิงห์บลู" เชลซีเปิดสแตมฟอร์ดบริดจ์ทำศึกดาร์บี้แมตกับ”เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่มด้วยความมุ่งมั่นที่จะเก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้หลังไปพลาดท่าพ่ายลิเวอร์พูลทำให้ช่องว่างของคะแนนห่างเหลือเพียง 2 คะแนน เจ้าบ้านส่งดิดิเย่ร์ ดร็อกบาลงสนามแม้จะเป็นไข้มาลาเรียอยู่โดยมีฟลอร็องต์ มาลูด้าปีกดาวซัลโวนำทีมล่าตาข่ายทีมเยือน

ด้านฟูแล่มทีมเยือนขาดกองหลังทีมชาติเม็กซิโกคาร์ลอส ซัลซิโด้ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บจากเกมที่เสมอกับแอสตัน วิลล่ามา 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยสตีเฟ่น เคลลี่ได้ลงทำหน้าที่แทนในแนวรับ

ครึ่งแรก

เชลซีครองเกมบดแหลก
เปิดเกมมาก็เป็นเจ้าบ้านเชลซีเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างเพลิดเพลินโดยเปอร์เซ็นต์ครองบอลของเจ้าบ้านสูงถึง 76 เรียกได้ว่าไม่แบ่งฟูแล่มเล่นบ้างกันเลยทีเดียว แต่เจ้าบ้านก็ยังหาจังหวะจัดแจ้งเข้าไปส่องประตูไม่ได้เพราะทางทีมเยือนก็ยันไว้ได้ดีสกัดบอลจังหวะสุดท้ายกันได้ดีไม่มีพลาด

 ฟูแล่มเริ่มได้โงหัวขึ้น
เข้าสู่ช่วง 20 นาทีแรกของเกม ฟูแล่มที่ตั้งรับข้างเดียวมาตลอดเริ่มตอบโต้เจ้าบ้านได้บ้างแล้วเป็นแม็ทธิว บริกส์แบ็คซ้ายพาบอลลุยขึ้นมาเองจากฝั่งซ้ายก่อนตัดสินใจส่องไกลวัดดวงแต่บอลก็ตรงตัวเช็กรับเข้าซองไม่มีปัญหา

จนได้! เอสเซียงโขกหายสิงห์เฮก่อน
นาทีที่ 29 ของการแข่งขันประตูแรกของเกมก็มาเกิดขึ้นจนได้ โดยเป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากการเทคตัวขึ้นโขกแบบเต็มกบาลของเอสเซียงที่ยืนสุดโล่งไร้ตัวประกบในเขตโทษคนเดียวเป็นกาลูที่ครอสบอลจากฝั่งซ้ายเข้าไปอย่างแม่นยำ เชลซีนำแล้ว 1-0

ดับเบิ้ลเดมประสานงานดี
หลังจากเสียประตูฟูแล่มที่โดนบังคับให้เปิดเกมรุกมากขึ้นก็อาศัย “ดับเบิ้ลเดม” เดมพ์ซี่ย์กับเดมเบเล่ที่ผลัดกันลากเลื้อยทำเกมโดยเฉพาะเดมเบเล่นี่ต้องยอมรับว่าพลิ้วชนิดหาตัวจับยากจริงๆแต่ก็ยังไม่สามารถหาจังหวะจบแบบจะๆได้

กาลูยิงไม่เต็ม
นาทีที่ 40 เชลซีก็ยังไม่เพลาเกมโดยกลับมาเป็นฝ่ายเดินเกมรุกเข้ากดดันฟูแล่มต่อและควรจะได้ประตูที่สองถึงสองครั้งสองคราจากจังหวะที่มาลูด้าลากกระชากผ่านแนวรับฟูแล่มด้านฝั่งซ้ายแล้วครอสเข้ากลางมาให้กาลูซัดโล่งๆด้วยอีซ้ายหน้าประตูแต่โดนไม่เต็มบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปแบบอย่างน่าเสียดาย

กาลูซัดหลุดเสาอีก
ถัดมานาทีเดียวจากจังหวะโต้กลับเร็วซีร์คอฟจ่ายทะลุช่องให้กาลูได้หลุดเข้ามาทางฝั่งขวาแต่ก็สับไกหลุดเสาไกลไปซะอีก เชลซีพลาดโอกาสบวกสกอร์เพิ่มไปอีกครั้งนึง

จบ 45 นาทีแรก เชลซีเจ้าบ้านนำอยู่ 1-0 โดยที่มีโอกาสจะได้ลูกที่สองหลากหลายครั้งแต่ก็ยังบวกเพิ่มไม่ได้

ครึ่งหลัง

เอสเซียงเข้าช้ารับเหลือง
นาทีที่ 50 เป็นจังหวะเข้าสกัดช้าของเอสเซียงที่เหยียดเท้าพุ่งปลายสตั๊ดเข้าไปใส่เดมพ์ซี่ย์ที่ออกบอลไปแล้ว ทำให้เอสเซียงรับใบเหลืองแรกของเกมนี้ไปก่อนใคร

 หวิดสอง! ฮิวจ์สกัดจากเส้น
5 นาทีถัดมาเชลซีน่าจะได้ประตูที่สองอย่างยิ่งอีกครั้งหลังกาลูใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกแนวรับของฟูแล่มทั้งแผงเข้าไปแปผ่านชวาเซอร์แล้วแต่ก่อนที่บอลจะไหลเข้าประตูเป็นแอร่อน ฮิวจ์ที่มาสกัดบอลจากเส้นประตูช่วยชีวิตฟูแล่มไว้ได้ทันท่วงที

เอสเซียงเจ็บแต่เล่นต่อได้
แฟนๆเชลซีถึงกับต้องกระวนกระวายเล็กๆจากจังหวะที่เอสเซียงขึ้นโหม่งบอลแล้วโดนเอตูฮูพุ่งเข้ามาชาร์จทำให้ลงผิดท่าแต่เอสเซียงก็ออกไปปฐมพยาบาลเล็กน้อยแล้วกลับมาเล่นต่อได้ จากจังหวะนี้มาร์ค ฮิวจ์ตัดสินใจส่งแอนดี้ จอห์นสันลงมาเสริมเกมรุกโดยแทนที่เอตูฮู

สิงห์น่าได้อีกแล้ว
นาทีที่ 65 จากการลุยเข้ามาของมาลูด้าผ่านตลอดจนไปดวลกับชวาเซอร์แต่โดนรวบล้มไปเป็นดร็อกบาเติมขึ้นมาสับไกแต่บอลก็ยังไปแฉลบกองหลังฟูแล่มที่ยืนขวางหน้าประตูกันอยู่อีก ซึ่งจังหวะนี้มาลูด้าประท้วงผู้ตัดสินเล็กน้อยว่าควรจะเป็นจุดโทษแต่ผู้ตัดสินก็ถือว่าให้เป็นจังหวะได้เปรียบไป

ฟูแล่มเหนียวจริง
ถัดมาไม่กี่นาทีพายุเกมรุกของเชลซีก็พัดเข้าถล่มแนวรับฟูแล่มอย่างต่อเนื่องจากลูกยิงไกลหน้าเขตโทษของเอสเซียงเป็นชวาเซอร์ที่ผวาปัดได้ทันแต่บอลก็มาเข้าทางอิวาโนวิชได้ฮาล์ฟวอลเล่ย์เต็มข้อบอลพุ่งวาบน่ากลัวแต่ก็ยังไปติดบล็อคของกองหลังฟูแล่มออกหลังไปอีก

เช็กเซฟเยี่ยม
ฟูแล่มเตือนให้เชลซีรู้ว่าบุกเพลินระวังจะโดน ด้วยลูกยิงจากระยะไกลของเดมพ์ซี่ย์บอลพุ่งแรงแหวกอากาศเข้าหาประตูเชลซีแต่เช็กก็โชว์การป้องกันประตูได้อย่างยอดเยี่ยมกระโดดปัดบอลออกไปได้อย่างสวยงาม

เกร่าอัดเต็มข้อไม่ผ่านเช็ก
นาทีที่ 81 จากการโหม่งสกัดของรามิเรสบอลไปเข้าทางเกร่าปรี่เข้ามาวอลเล่ย์แบบสุดมันส์แต่เช็กก็ยังไวทายาทล้มตัวปัดบอลออกมาได้อย่างสุดยอด เกร่าเกือบจะทำเชลซีงานกร่อยซะแล้ว

เสียหาย! เอสเซียงโดนไล่!
นาทีสุดท้ายของการแข่งขันเอสเซียงไปทำโฉ่งฉ่างพุ่งเข้าไปเสียบแบบสไลด์เข้าไปทั้งสองขาใส่ผู้เล่นฟูแล่มโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปแบบไม่จำเป็นต้องเล่นเลยเนื่องจากเชลซีก็กำลังจะชนะอยู่แล้วแท้ๆ

จบเกม เชลซีเฉือนชนะฟูแล่มไปแบบน่ายิงได้มากกว่านี้ 1-0 นำจ่าฝูงต่อไปได้ตามเป้าด้วยสถิติชนะรวดในบ้านแถมยังไม่เสียประตูในบ้านเลยอีกด้วย

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก,จอห์น เทอร์รี่,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แอชลี่ย์ โคล  ,โชเซ่ โบซิงวา (แฟร์ไรร่า น.90),จอห์น โอบี มิเกล,ยูริ ซีร์คอฟ,มิชาเอล เอสเซียง   ,ฟลอร็องต์ มาลูด้า(รามิเรส น.78),ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา,ซาโลมอน กาลู (สเตอริจ น.85)

ฟูแล่ม : มาร์ค ชวาเซอร์,เบรเด้ ฮานเกลันด์,แอร่อน ฮิวจ์,แม็ทธิว บริกส์ (เกร่า น.79),สตีเฟ่น เคลลี่,ดิ๊กซั่น เอตูฮู (แอนดี้ จอห์นสัน น.62),แดนนี่ เมอร์ฟี่,เดเมี่ยน ดัฟฟ์,ไซม่อน เดวี่ส์,มูอัสซ่า เดมเบเล่,คลินท์ เดมพ์ซี่ย์























[SIZE="6"]credit
www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#13
กองแช่งกด Like!เชลซีแพ้แมวคาบ้านช็อก 3-0

กองแช่งกด Like!เชลซีแพ้แมวคาบ้านช็อก 3-0

กองแช่งกด Like กันยิกหลังเชลซีที่ไร้สองเซนเตอร์ตัวจริงพลาดครั้งรุนแรงที่สุดในฤดูกาลนี้ด้วยการแพ้ซันเดอร์แลนด์คาบ้านสุดช็อก 3-0 ชนิดฟอร์มสุดห่วยทำให้นอกจากโดนเปิดซิงในสแตมฟอร์ด บริดจ์แล้วยังทำให้การไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง

พรีเมียร์ลีก

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2553


เชลซี 0-3 ซันเดอร์แลนด์

ประตู : 0-1 โอนูฮา น.45,0-2 กิยาน น.52,0-3 เวลเบ็ค น.87


คาร์โล่ อันเชล็อตติมีปัญหาในการจัดตัวแนวรับหลังอเล็กซ์ติดโทษแบนส่วนจอห์น เทอร์รี่เจ็บทำให้ต้องใช้เปาโล แฟร์เรียร่าคู่กับบรานิสลาฟ อิวาโนวิชส่วนมิดฟิลด์ยังใช้รามิเรส,มิเกลและเชอร์คอฟซึ่งแฟนเชลซีไม่ค่อยชอบใจนักแต่คงต้องทำใจเพราะเอสเซียงติดโทษแบนส่วนแลมพาร์ดยังไม่หายดี

ด้านซันเดอร์แลนด์ของสตีฟ บรูซส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดยเวลเบ็ค,กิยาน,ริชาร์ดและจอมโหดไม่แคร์สื่ออย่างคัทเทอร์โมล

ครึ่งแรก

แมวเริ่มต้นพอทน
ช่วงแรกเชลซีเข้าทำตามสไตล์เจ้าบ้านส่วนซันเดอร์แลนด์ลงไปช่วยกันและจังหวะครองบอลจะมาเล่นใกล้ๆกันเพื่อเค้าบอลทำชิ่งไปมาเรียกว่าเป็นการเริ่มต้นที่โอเคแต่รูปแบบการเล่นเช่นนี้ไม่น่าจะยืนระยะได้นานซักเท่าไหร่

เชลซียังหนืด
เล่นมา 10 นาทีเหมือน"แมวดำ"ยังทำได้ดีและพาบอลมาป้วนเปี้ยนหน้าเขตโทษ"จ่าฝูง"ได้บ้างประปรายในขณะที่ลูกทีมคาร์โล่ อันเชล็อตติยังเนือยๆแม้พยายามเข้าทำจากริมเส้นทั้งสองข้างแต่ยังเสียบอลกันเอง

นิโก้หลุดเดี่ยว
อีก 7 นาทีต่อมาเชลซีได้โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดและน่าจะเป็นประตูอย่างยิ่งหลังโอบี มิเกลเปิดโด่งปั่นไซด์ตั้งแต่กลางสนามข้ามหัวเซนเตอร์จนอเนลก้าได้วิ่งตัดหลังหลุดเข้าเขตโทษแต่เคร็ก กอร์ดอนปรี่ออกมาบวกใช้มือตะปบบอลกระเด้งหลุดจากเท้าเป็นสุดยอดการเซฟจริงๆ

เชอร์คอฟโซโล่ยิงถาก
นาทีถัดมาเจ้าถิ่นมาอีกหนและน่าจะขึ้นนำหลังเชอร์คอฟพลิกบอลหมุนรอบเหมือนตีรถเข้าอนุเสาวรีย์หลับตัวประกบแล้วมากระชากหนีอีก 2 ก่อนไปซัดด้วยอีซ้ายในกรอบบอลดันบดผ่านเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย

รามิเรสทำเสียว
เชลซีเริ่มบดหนักขึ้นเรื่อยๆแต่ยังโอกาสเหน่งๆไม่ค่อยได้เนื่องจากแข้งซันเดอร์แลนด์ลงไปรับเยอะแตนาที 24 ลูกเตะมุมของเจ้าถิ่นถูกเคลียร์ทิ้งออกมานอกเขตโทษแล้วรามิเรสวิ่งมาโขกแบบตัดหน้าบอลโด่งเสียวร้อนถึงกอร์ดอนต้องถอยกลับไปรับบนเส้นแล้วหลังชนเสาซะสั่นไหว

ดร็อกซัดฟรีคิกเต็มๆ
ก่อนครึ่งชั่วโมงหนึ่งนาทีเชลซีได้ฟรีคิกกลางหน้าเขตโทษระยะ 20 หลาเป็นดร็อกบาวิ่งมาอัดเต็มๆและตรงๆบอลทะลุกำแพงไปแฉลบขาโอนูฮาข้ามคานน่าเข้าสุดๆ ถ้าไม่แฉลบสงสัยกอร์ดอนได้ออกแรงเซฟแน่นอน

เชลซีหาโอกาสเข้าทำจะๆไม่ได้ก็เลยพยายามหาจากวิธีอื่นและลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษยังเป็นอีกหนึ่งทางลัดที่ดร็อกบาพยายามเป็นหนที่สอวก่อนหมดครึ่งแรก 10 นาทีแต่คราวนี้ปั่นไซด์อ้อมกำแพงแต่กอร์ดอนอ่านทางขาดวิ่งมารับเข้ามือหนึบ

เช็กซูเปอร์เซฟ!!!
แต่นาทีถัดมาเชลซีเกือบช็อกทั้งสนามหลังทีมบุกเพลินจนเกือบโดนเองจากจังหวะที่ เปิดบอลปั่นจากปีกขวาให้เวลเบ็คเทคตัวโขกสวนบอลพุ่งเข้ามุมแต่เช็กโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดบนเส้นสุดเหลือเชื่อ

เวลเบ็คหลุดเดี่ยว!
แนวรับเชลซีชักมีรูโหว่เยอะซะแล้วเพราะจังหวะที่เชลซีดันสูงถึงกลางสนามแล้วกิยานพักบอลหันหลังแต่พลิกม้วนหนีก่อนปาดโด่งข้ามเซนเตอร์ให้เวลเบ็คแตะพรวดหลุดเดี่ยวไปยิงด้วยอีซ้ายสวนตัวเช็กแต่ติดบล็อกอย่างน่าเสียดาย

อิวาโนวิชรอดใบแดง
แถมนาที 40 อิวาโนวิชโชคดีไม่ถูกไล่ออกหลังซันเดอร์แลนด์ตัดบอลกลางสนามหลุดมา 3 ตัวส่วนเจ้าถิ่นมีแค่ 2 ทำให้เซนเด้นแทงทะลุให้กิยานแต่อิวาโนวิชดักขาเตะเสียฟาว์ลโดนแค่เหลือ

หลังโคตรรั่วเชลซีโดนจนได้
เชลซียังบุกเรื่อยๆแต่เกมไม่อันตรายเอาซะเลยแต่แนวรับน่าเป็นห่วงสุดๆเพราะวันนี้โดนยังไงก็หลุดและนาทีสุดท้ายกิยานได้หลุดเดี่ยวอีกแต่อิวาโนวิชเข้ามาบีบทำให้ต้องรีบยิงบอลติดเซฟเช็กแล้วกระดอนไปมุมแคบเสาไกลเป็นริชาร์ดสันวิ่งมายิงซ้ำแต่เช็กมาเหยียดเอาขาเซฟบนเส้น

แต่จังหวะต่อเนื่องอิวาโนวิชโหม่งเคลียร์ไม่ดีมาเข้าทางโอนูฮาที่ทำท่าเหมือนจะยิงสวนจากนอกเบตโทษแต่กลับกระชากลากหนีมิเกลที่ผวากลัวบอลไปแล้วก่อนมาหนีโบซิงวาและอิวาโนวิชอีก 2 แล้วล้มตัวเขี่ยยิงแบบโดนไม่เต็มบอลค่อยๆกลิ้งกระดุกกระดิกเข้าหน้าต่างไปแบบช็อกแฟนทั้งสนาม หมดครึ่งแรกเชลซีตาม 1-0 และเป็นการเสียประตูในบ้านนัดแรกในฤดูกาลนี้อีกด้วย

ครึ่งหลัง

เชลซีโคม่าโดน 2-0
เล่นมา 7 นาทีเชลซีอาการไม่ดีขึ้นเลยเพราะโดนเจาะตรงเซนเตอร์อีกแล้วคราวนี้"แมวดำ"เล่นหยั่งกะบาร์ซ่าจากจังหวะที่แงะบอลออกจากปีกซ้ายแล้วเวลเบ็คลากหนีมาแล้วป้ายให้เซนเด้นก่อนไหลทะลุช่องให้กิยานหลุดเข้าเขตโทษหนีไลน์ล้ำหน้าแล้วเอียงตัวแปสวนเช็กเข้าไปสวยงาม จังหวะนี้อิวาโนวิชเจอดับเบิ้ลเพราะจังหวะที่เวลเบ็คให้บอลเซนเด้นอิวาโนวิชพยายามจะเข้าไปจับอดีตแข้งเชลซีเองแต่แข้งจอมเก๋าเบิ้ลคืนเร็วทำให้กิยานว่าง สกอร์ช็อก 2-0 คู่เซน เตอร์บ่อสุดๆ

เกมรุกเจ้าถิ่นทื่อจัด
เกมรุกของเชลซีที่เคยสะแด่วตอนนี้เละเทะเพราะโอกาสจะยิงก็เจอนัวเนียแทะโลมตัวเอนไปเอนมายิงลำบากแถมลูกเปิดจากริมเส้นก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านแนวรับ"แมวดำ"ไปได้เลย

เวลเบ็คเกือบยิงเม็ดสาม
แถวนาที 60 สกอร์เกือบไกล 3-0 จากจังหวะฟรีคิกริมเส้นที่เซนเด้นเล่นสั้นกับเวลเบ็คแล้วอดีตเด็กผีแตะเข้าในก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านเลียดบอลไม่โดนใครแล้วเฉี่ยวเสาออกไปเฉย

เชลซีไร้จิตนาการ
เกมเนือยๆพร้อมเสียงไม่พอใจของแฟนเชลซีตามจังหวะที่นักเตะส่งหรือจ่ายพลาดกันเองส่วนแข้ง"แมวดำ"เล่นแบบเนิ่บๆต่อบอลเคาะกันเหมือนว่ากำลังลุ้นแชมป์ขนาดโอนูฮายังลากสนุกสนานจนเกือบยิงเบิ้ลแต่ไปแฉลบบอลหล่นบนเพดานตาข่ายซะงั้น

โคลคล้ำแถมให้ เชลซี 0-3
ก่อนหมดเวลา 3 นาทีเชลซียังเละไม่เลิกโดนลูกที่สามจากความผิดพลาดของแอชลีย์ โคลที่วิ่งมาดักกินลูกโด่งของทีมเยือนแต่เจอตัวหลังไล่มากดดันเลยต้องพาหนีไปจนถึงมุมธงแล้วล้มตัวปาดบอลคืนให้เช็กแต่หารู้ไม่ว่าเวลเบ็คปลอมตัวแอบย่องมายิงแปสวนเข้าประตูโล่งๆ 

เชลซีแทบไม่ได้ทำให้กอร์ดอนต้องออกแรงเซฟใดๆเลยก่อนลงท้ายแพ้ในบ้านเป็นหนแรกอย่างชอกช้ำหลังชนะรวดมา 6 นัดและตอนนี้นำอาร์เซนอลและแมนฯยูฯแค่ 2 และ 3 แต้มตามลำดับเท่านั้นส่วนซันเดอร์แลนด์ชนะเชลซีในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีขยับจาก 9 มาอันดับ 6 มี 19 แต้มจาก 13 นัดแถมเหลือเชื่อตรงที่ว่า"แมวดำ"ชนะนอกบ้านนัดแรกในซีซั่นนี้อีกด้วย

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก 6,โจเซ่ โบซิงวา 6.5,เปาโล แฟร์เรียร่า 5.5,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 6  ,แอชลีย์ โคล 6.5,รามิเรส 6.5(แม็คเคแครน น.69,6.5),จอห์น โอบี มิเกล 6,ยูริ เชอร์คอฟ 7(กากูต้า น.75,6),ฟลอร็องต์ มาลูด้า 6(กาลู น.58,6),ดิดิเยร์ ดร็อกบา 6,นิโกลาส์ อเนลก้า 6.5

ซันเดอร์แลนด์ : เคร็ก กอร์ดอน 7,เนดุม โอนูฮา 7.5,ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์ 6.5 ,ไตตัส บรัมเบิ้ล 7 ,ฟิลิป บาร์ดสลีย์ 7,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7,เบาเดอไวน์ เซนเด้น 6.5,ลี คัทเทอร์โมล 6.5(เอลโมฮามาดี้ น.90),เคียราน ริชาร์ดสัน 7,แดนนี่ เวลเบ็ค 6.5(ริเวรอส น.90),อาซาโมอาห์ กิยาน 8 *(มัลบร็องก์ น.83)









































[SIZE="5"]credit
www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#14
พ่ายพลิกล็อก!! ลูกโลกเปิดบ้านอัดสิงห์หลับ 1-0

ขอสามคำ"เบน ฟอสเตอร์"นายทวารทีมชาติอังกฤษที่งัดตำรายุทธภิชัยเซฟลูกยิงของเชลซีเป็นพายุบุแคมนับสิบส่งผลทำให้ลูกยิงต้นเกมของลี โบว์เยอร์เป็นประตูชัยพลิกล็อก 1-0 ในที่สุด

พรีเมียร์ลีก

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553


เบอร์มิงแฮม 1-0 เชลซี

ประตู : 1-0 โบว์เยอร์ น.17


คาร์โล่ อันเชล็อตติกลับมาใช้งานอเล็กซ์ที่พ้นโทษแบนและชะลอการผ่าตัดหัวเข่าออกไปอีกส่วนนักเตะในตำแหน่งอื่นๆยังคงเดิมเนื่องจากมีเลือกจำกัด

ส่วนเบอร์มิงแฮมเจ้าถิ่นยังใช้เหล่าผึ้งงานในแดนกลางทั้งแบร์รี่ เฟอร์กูสัน,ลี โบว์เยอร์,เซบาสเตียน ลาร์สสันและมีสองคู่หน้าตัวป่วนอย่างคาเมรอน เจโรมและนิโกล่า ซิกิช

ครึ่งแรก

เชลซีเกือบนำช็อก!
เริ่มมานาทีเดียวเชลซีเกือบนำเร็วจากลูกวางยาวให้ดร็อกบาแตะอกชิ่งให้กาลูหลุดเข้าเขตโทษแต่จังหวะแหย่เท้ายิงสุดปลายแถมเบน ฟอสเตอร์ผวาออกมาจะเล่นแต่ช้ากว่าเสี้ยววินาทีเดียวยังดีบอลลอดขาไปซุกหน้าต่างเสียวทั้งสนาม

รามิเรสโขกเสียว
ทีมเยือนมาค่อนข้างดีเพราะอีก 2 นาทีต่อมารามิเรสเกือบปลดล็อกทำลูกแรกหลังสอดมาโขกลูกเปิดของแอชลีย์ โคลที่เสาสองระยะเผาขนแต่มุมเหลือน้อยทำให้บอลเข้ามือฟอสเตอร์ที่ยืนรอดักเหยื่อสบาย

ดร็อกหลุดเดี่ยวยิงไม่เข้า!!
เชลซีมาโคตรดีและน่าจะขึ้นนำอย่างที่สุดในนาทีที่ 5 และต้องชมว่าเป็นการเล่นแบบซูเปอร์เพลย์เมื่อบอลอยู่แถวเส้นหลังแดนตัวเองเมื่ออิวาโนวิชโดนบีบจนต้องใช้วิชาบังแล้วพลิกหนีก่อนทำชิ่งกับแอชลีย์ โคลจากนั้นบอลถูกลำเลียงขึ้นมาและเป็นกาลูแทงเลียดทะลุช่องผ่าคู่เซนเตอร์น้ำหนักโคตรเทพให้ดร็อกบาวิ่งสอดหลุดเดี่ยวไปดวลกับฟอสเตอร์แต่หอกไข้มาลาเลียดันเอียงตัวรีบยิงไม่มีหลอกทำให้อดีตจอมหนึบแมนฯยูฯทิ้งตัวพุ่งรับเข้ามือไปเลย จังหวะนี้ล็อกหลอกหรือชิพยังไงก็หายแน่เพราะมุมกว้างมากมาย

เชลซียังดีกว่า
เกมของเบอร์มิงแฮมยังไม่มีอะไรให้ทีมเยือนต้องเป็นห่วงเพราะเน้น"ฮิตแอนด์โฮป"หรือฝากฝังการพักบอลในแดนหน้าเพื่อต่อเกมรุกซึ่งจุดสำคัญจึงอยู่ที่การตามให้ถึงเนื้อถึงตัวของเหล่าตัวรับทั้งหลายซึ่งจนถึงตอนนี้อิวาโนวิชเด่นสุด

เงิบ!โอกาสแรกลูกโลกนำ 1-0
แต่นาที 17 โอกาสแรกของลูกโลกกลายเป็นประตูขึ้นนำทันทีจากลูกเปิดจากปีกขวายาวโด่งให้เจโรมกระโดดดึงสองกองหลังเชลซีให้มาประกบแล้วเขกชงให้โบว์เยอร์มาเก็บตกในเขตโทษคนเดียวโล่งๆแล้วแปด้วยอีซ้ายสวนตัวเช็กที่ปรี่จะบล็อกไม่ทัน เบอร์มิงแฮมนำ 1-0

ฟอสเตอร์โคตรพ่อเซฟ!!
ฤ ว่าวันนี้จะไม่ใช่วันของเชลซีอีกครั้งเพราะหลังเสียประตูก็พยายามจะทวงเอาประตูโดยนาที 24 อเนลก้ากระชากเลื้อยทางริมกรอบโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดย้อยให้ดร็อกบาขึ้นเทคโขกเต็มๆกบาลระยะ 7 หลาแต่ฟอสเตอร์สวมวิญญาณกอร์ดอน แบ็งค์พุ่งปัดมือเดียวบนเส้นสุดบรรลือโลก

โคลคล้ำอยู่ไม่ไหวขอยิง
อีก 5 นาทีต่อมายังเป็นเชลซีที่นวดเรื่อยๆและกาลูแทงทะลุช่องให้แอชลีย์ โคลวิ่งเติมสอดเข้าเขตโทษมุมแคบก่อนตะบันด้วยอีซ้ายแต่ฟอสเตอร์ยืนปิดมิดล้มตัวปัดเสียเตะมุม

ฟอสเตอร์ออกแรงอีก!
ฟอสเตอร์ถุงมือซื้อใหม่เหอะเพราะวันนี้เซฟอีกแล้วนาที 37 ได้ฟรีคิกไกลเป็นดร็อกบายิงเลียดหลบกำแพงแต่พี่จอมเซฟก็ล้มตัวปัดออกหลังไปอีก

เชลซีดวงแตก!!
เชลซีสงสัยทำบาปมาเยอะเพราะไม่ถึงนาทีพลาดโอกาสอย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่ดร็อกบาเทคโขกบอลย้อยกำลังจะเข้าอยู่แล้วแต่ไปเช็ดคานกระเด้งลงพื้นหน้าตาเฉย หมดครึ่งแรกเบอร์มิงแฮมพลิกล็อกนำ 1-0

ครึ่งหลัง

ลูกโลกขึงเกมรับ
กรรมการเป่านกหวีดเชลซีไม่รอช้าลุยเข้าใส่หมายจะเอาประตูคืนให้เร็วที่สุดแต่ตอนนี้ช่องว่างเริ่มมีน้อยเพราะเจ้าถิ่นเริ่มขึงแน่นตามถนัดและใช้วิธีชวนทะเลาะเข้าเร็วทำให้ตอนนี้เกมกลายเป็นบอลสามหน้าไปแล้ว

เชลซีชวดโทษ-กาลูยิงเหน่งข้ามคาน
เลยหนึ่งชั่วโมงมา 2 นาทีเชลซีพลาด 2 โอกาสทองอย่างน่าเสียดายเริ่มจากรามิเรสกระชากหลุดเข้าเขตโทษแต่โรเจอร์ จอห์นสันสไลด์สุดขาโดนทั้งบอลทั้งขาแต่มาร์ค ฮัลซีย์โบกมือให้เล่นต่อและแม้จอห์นสันเจ็บขาลุกไม่ไหวแต่เชลซีลุยต่อจังหวะต่อเนื่องมาลูด้าแทงทะลุช่องให้กาลูหลุดเข้าเขตโทษแล้วทำท่าจะยิงด้วยอีซ้ายแต่ล็อกจนฟอสเตอร์ทิ้งตัวล้มแต่พอยิงปั่นไซด์ดันข้ามคานไปเอง

ดร็ออัดฟรีคิกหนสอง
นาที 70 เชลซีได้ฟรีคิกระยะ 25 หลาดร็อกบารับอาสายิงหลังเพื่อนแตะเปลี่ยนจุดบอลข้ามกำแพงน่ากลัวแต่ฟอสเตอร์ยืนตำแหน่งดีรับเข้ามือสองจังหวะ

ฟอสเตอร์สุดยอด
อีก 2 นาทีฟอสเตอร์ยังทำงานหนักต่อไปและหนนี้ต้องบอกว่าฝีมือหลังกาลูกกระชากฝ่าแนวรับเข้าเขตโทษแล้วนายทวารทีมชาติอังกฤษปรี่มาใช้ขาดักสกัดแถมจังหวะบอลกระฉอกที่กาลูได้เปรียบวิ่งเข้าหาก่อนยังเป็นฟอสเตอร์วิ่งมาปัดทิ้งออกหลังเสียเตะมุมอีก

แม่เจ้า...ฟอสเตอร์คนหรือแป้งเปียก
อีก 3 นาทีต่อมาฟอสเตอร์เทียยบชั้นคาซิญาสแล้วเชลซีได้เตะมุมแล้วอิวาโนวิชโขกขวิดที่เสาแรกแล้วฟอสเตอร์ยังวิ่งมาปัดแบบควักกระปิบนเส้นทันเหลือเชื่อทั้งๆที่เพื่อนยืนบังอยู่อีกคนด้วย

เชลซีพับสนาม
ยิ่งเข้าสู่ช่วงท้ายเกมเท่าไหร่เบอร์มิงแฮมก็ถอยไปรับกันเต็มสูบเรียกว่าไม่คิดบุกแล้วทำให้เชลซีมาอยู่ข้างเดียวแต่การเข้าทำเริ่มไม่เป็นมวยเพราะทีมเยือนเองก็เริ่มหันมาบอมบ์ยาววัดดวงบ้าง

หมดเวลาเชลซีแพ้พลิกล็อกให้เบอร์มิงแฮม 1-0 และเป็นการพ่ายแพ้ 3 จาก 4 นัดหลังสุดโดยเสียถึง 6 ยิงได้ลูกเดียวรวมถึงเป็นการพ่ายแพ้ 2 นัดติดนับตั้งแต่เสียเรย์ วิลกินส์มือขวาทำให้ตอนนี้ตำแหน่งจ่าฝูงสั่นคลอนถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทาบเท่ากัน 28 แต้มแต่ประตูได้เสียดีกว่า

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เบอร์มิงแฮม :
เบน ฟอสเตอร์ 10*,สตีเฟ่น คาร์,โรเจอร์ จอห์นสัน,สก็อต แดน,เลียม ริดจ์เวลล์  ,เซบาสเตียน ลาร์สสัน,แบร์รี่ เฟอร์กูสัน,ลี โบว์เยอร์,คีธ ฟาเฮย์  ,คาเมรอน เจโรม,นิโกลา ซิกิช(คเล็บ น.72)

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก,เปาโล แฟร์เรียร่า(โบซิงวา น.65),อเล็กซ์,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แอชลีย์ โคล,รามิเรส(สเตอร์ริดจ์ น.72),จอห์น โอบี มิเกล,ฟลอร็องต์ มาลูด้า,นิโกลาส์ อเนลก้า,ดิดิเยร์ ดร็อกบา,ซาโลมง กาลู




















ขอบคุณข่าวจาก http://www.soccersuck.com/

[/QUOTE]
iDnOuSe4
#15
กองแช่งฉลองต่อ!สิงห์บู่ไม่เลิกเจ๊านิว 1-1

โทษทีครับช้าไปหน่อย ไม่ได้ตามดูเลย วันอาทิตย์ที่แล้วเหนื่อยมาก นอนแต่หัวค่ำ ลากยาวมาวันจันทร์ความเหนื่อยก็ยังไม่หายไป เร่ิมมีเรี่ยวแรงก็นึกถึง SbnTown ทันที ^ ^

Originally Posted by "บุ๊ค ฟอร์ลัน"]อเล็กซ์พลาด!แคร์โรลล์เก็บส้มนิวนำ 1-0
นาที 7 แฟนทีมเยือนช็อคสุดๆหลังอเล็กซ์ทำพลาดคืนหลังให้ปีเตอร์ เช็คที่วิ่งออกมาสวนทางกันทำให้บอลเลยเช็คไปแล้วเป็นแอนดี้ แคร์โรลล์วิ่งตามไปเก็บส้มยิงเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย นิวคาสเซิ่ลขึ้นนำ 1-0

นิวเหนือกว่าชัดเจน
ช่วง 15 นาทีแรกของเกมเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจนทั้งโอกาสในการจบสกอร์และเปอร์เซ็นต์การครองบอล

แมลงสาบพลิกยิง
นาที 19 เชลซีมาได้โอกาสที่ใกล้เคียงการเป็นประตูที่สุดในครึ่งแรกหลังดิดิเยร์ ดร็อกบาได้บอลอยู่ในเขตโทษก่อนพลิกหนีตัวประกบแล้วซัดเต็มข้อด้วยซ้ายบอลพุ่งแรงมากแต่ทิม ครูลโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้

โจนาสส่องไกล
เกมผ่านพ้นไป 30 นาทีรูปเกมยังคงเหมือนช่วงต้นเกมคือนิวคาสเซิ่ลเป็นฝ่ายบุกกดดันทีมเยือนได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดแล้วก็มีโอกาสลุ้นอีกหนจากลูกส่องไกลของโจนาส กูเตียร์เรสแต่บอลก็เหินข้ามคานไปไกล

อเมโอบี้หลุดสิงห์เกือบโดนอีก
เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกนิวคาสเซิ่ลเกือบได้ลูกสองหลังวางบอลจากกลางสนามไปที่หน้าเขตโทษแอนดี้ แคร์โรลล์เบียดแย่งโหม่งอเล็กซ์ได้โขกตั้งไปให้อเมโอบี้หลุดเข้าไปในเขตโทษแล้วแต่ดันกะจังหวะบอลพลาดทำให้พลาดโอกาสยิงไป

สิงห์ตีเสมอนาทีสุดท้าย
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเชลซีมาได้ประตูตีเสมอแบบโชคช่วยเล็กน้อยหลังฟลอร็องต์ มาลูด้าจ่ายให้ซาโลมอง กาลูที่ยืนว่างอยู่ในเขตโทษล็อกหนีตัวประกบแล้วซัดทีนทีบอลไปแฉลบแดนนี่ ซิมป์สันเปลี่ยนทางผ่านมือทิม ครูลเข้าประตูไป เชลซีตีเสมอ 1-1 จากนั้นผู้ตัดสินก็เป่าจบครึ่งแรกไป

ครึ่งหลัง

 สิงห์ดีขึ้น
ช่วงต้นครึ่งหลังเกมของเชลซีดีขึ้นกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัดหลังครองบอลเก็บบอลได้มากขึ้นไม่เสียง่ายแบบครึ่งแรกแล้วก็มีโอกาสได้ลุ้นจากลูกยิงในกรอบเขตโทษของดร็อกบาแต่ทิม ครูลล้มตัวเซฟเอาไว้ได้

แอชลี่ย์ โคลเจ้าพ่อเซฟบนเส้น
เกมพลิกกลับมาเป็นของเจ้าบ้านอีกครั้งหลังจากที่ปล่อยให้เชลซีได้ครองเกมอยู่พักนึงในช่วงต้นหลังแล้วก็เกือบได้ประตูออกนำอีกหนจากจังหวะที่เช็คออกมาจากหน้าปากประตูเพื่อตัดบอลแต่ไม่ขาดไปเข้าทางเราท์เลดจ์ที่รออยู่ทางริมเส้นเขตโทษฝั่งขวาซัดสวนเต็มแรงเข้ามาเลยหมดสิทธิ์สำหรับเช็คไปแล้ว แต่ยังมีแอชลี่ย์ โคลที่ยืนอยู่บนเส้นสกัดออกมาได้หวุดหวิด

อิวาโนวิชโขกติดเซฟ
นาที 70 เชลซีมีลุ้นจากจังหวะเตะมุมที่เปิดเข้ามาเป็นบรานิสลาฟ อิวโนวิชได้โขกแม้บอลจะตรงกรอบแต่ก็ตรงตัวทิม ครูลรับเอาไว้ได้

เหลือเชื่อ!กาลู 3 หลาออกเฉย
เกมนี้เชลซีไม่ได้สามแต้มซาโลมอง กาลูนอนไม่หลับแน่หลังได้โอกาสทองจากจังหวะที่นิโคลาส์ อเนลก้าเปิดให้กาลูที่อยู่ในเขตโทษพักอกหนีกองหลังนิวคาสเซิ่ลและทิม ครูลที่ออกมาพลาดได้แล้วแต่ดันยิงระยะเผาขน 3 หลาออกไปอย่างเหลือเชื่อ

วัดกันทดเจ็บ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครพอใจในผลเสมอพยายามเปิดเกมบุกใส่กันอย่างเต็มที่แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรกันเพิ่มได้ทำให้จบเกมนิวคาสเซิ่ลเปิดบ้านเสมอกับเชลซี 1-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล :
ทิม ครูล 6.5, โซล แคป์เบลล์ 7.5**, สตีเว่น เทย์เลอร์ 7, แดนนี่ ซิมป์สัน 6, โฆเซ่ เอ็นริเก้ 7, โจนาส กูเตียร์เรซ 7, ติโอเต้ 7.5  , แดนนี่ กัธธรี่ 6.5  , โชล่า อเมโอบี้ 6.5 (เรนเจอร์ส น.78), แอนดี้ แคร์โรลล์ 7, เวย์น เราท์เลดจ์ 7

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ค 5.5, แอชลี่ย์ โคล 6, โจเซ่ โบซิงวา 6, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 6, อเล็กซ์ 5.5, ฟลอรองต์ มาลูด้า 6, จอห์น โอบี มิเกล 5 (สเตอร์ริดจ์ น.80), รามิเรส 5.5  , นิโคล่าส์ อเนลก้า 6, ดิดิเยร์ ดร็อกบา 6.5, ซาโลมอง กาลู 6.5

****หมายเหตุเกมนี้ไม่ใส่ stat ให้นะครับเนื่องจากเว็บที่อัพ stat มีปัญหา





































































[SIZE="5"]credit:www.soccersuck.com/ss


ตอนนี้เซลซีแย่แล้วครับ ห้านัดหลังสุดแพ้ไปซะสาม
ยิงได้สอง เสียประตูไป 7 ไม่รู้ว่าจะกลับมาได้รึปล่าว
ตอนนี้โดนแมนยูแซงไปแล้ว t t


เอามาจากบทความของคุณ Petrboat แพทเชลซีตัวยง ที่บทความเกี่ยวกับฟอร็มทีย่ำแย่ของ เซลซีไว้ได้ดีทีเดียว
Originally Posted by "Petrboat"]

Petrboat
iDnOuSe4
#16
สิงห์ไม่ฟื้น!นำก่อนโดนท๊อฟฟี่ตีเจ๊าท้ายเกม 1-1

Originally Posted by "Zaine_R"]www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#17
ซีโร่ทูฮีโร่!โกเมสทำเสีย-เซฟโทษไก่เจ๊าสิงห์ 1-1

Originally Posted by "Zaine_R"]
0 ขอบคุณ 0 ถูกใจที่สุด
iDnOuSe4
#18
Rip เชลซี!ปืนเป่าดิ้น 3-1 จี้ผีเหลือ 2 แต้ม

iDnOuSe4
#19
ต่ออายุ!มาลูด้านำชัยเชลซี 1-0 ตาม 4 แต้ม

iDnOuSe4
#20
สิงห์ตาตั้ง!ยิงตัวเองพ่ายหมาป่าอนาถ 1-0

iDnOuSe4
#21
สิงห์บลูเงิบ!โดนทดเจ็บเจ๊า 3-3 ตามผี 6 แต้ม

iDnOuSe4
#22
นิโก้ชอบใจ!ซัดปิดกล่องสิงห์เด็ดกุหลาบ 2-0

ชอบใจ

สงสัยสิงห์บลูคงกินยาแก้แพ้ไปแล้ว ฮาๆ

Originally Posted by "Zaine_R"]สิงห์ยังขึงต่อ
แม้ว่าจะได้ประตูขึ้นนำไปแล้ว แต่ทางเชลซีก็ไม่นอนใจพยายามขึงเกมรุกใส่ทางแบล็คเบิร์นเพื่อลุ้นประตูเพิ่มและเมคชัวร์ว่าจะไม่ทำแต้มหลุดลอยไปไหนอีก

เจทีโขกได้เสียว
นาทีที่ 67 ตัวรุกหรือกองหน้าทำประตูกันไม่ค่อยจะได้กลายเป็นเซ็นเตอร์อย่างเทอร์รี่ที่ได้ลุ้นโขกเปลี่ยนทางลูกยิงของแลมพาร์ดจากนอกกรอบเหตุโทษ บอลย้อยไปหล่นที่เสาสองหลุดออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น

แซมบ้าพลาด!เกือบโดนแมลงสาบบวก
นาทีที่ 75 แซมบ้าเกือบทำให้เพื่อนงานเข้ากันทั้งบางเพราะอยู่ดีๆก็ไปจ่ายคืนหลังพลาดถูกทางดร็อกบาเข้าฉกลากไปส่องโล่งๆ แต่โรบินสันพุ่งออกมาไวเซฟเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่กองหลังจะวิ่งมาเคลียร์ออกหลังไป

จนได้!นิโก้ซัดเผาขนไม่เหลือ
อีกหนึ่งนาทีต่อมาหรือคือจังหวะต่อเนื่องเลย แนวรับของแบล็คเบิร์นต้านอิวาโนวิชที่โถมตัวเข้าโขกบอลเตะมุมไม่อยู่ ทำให้ได้โหม่งเต็มๆก่อนที่อเนลก้าจะดีดตามน้ำเข้าไปตุงตาข่ายจ่อๆ เชลซีทิ้งห่าง 2-0 อุ่นใจได้แล้วตอนนี้

สิงห์ยังได้ลุ้นเรื่อยๆ
เชลซีแม้ว่าจะนำห่างไปแล้วแต่ก็ยังคงเปิดเกมบุกไปตามจังหวะของตัวเองและมีโอกาสลุ้นบ้างพอให้แฟนที่เข้ามาดูในสนามได้เสียวหัวใจกัน

จบ 90 นาทีเชลซีเรียกความมั่นใจกลับมาด้วยการเอาชนะแบล็คเบิร์นไปได้ในถิ่นของตัวเอง 2-0 มีเพิ่มเป็น 38 คะแนนเบียดสเปอร์สลงจากอันดับ 4 ไปได้ก่อน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก,จอห์น เทอร์รี่,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แอชลี่ย์ โคล,โจเซ่ โบซิงวา,รามิเรส,แฟรงค์ แลมพาร์ด,มิชาเอล เอสเซียง(แม็คอีชราน น.80),ฟลอร็องต์ มาลูด้า  (สเตอร์ริดจ์ น.87),ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา,นิโกลาส์ อเนลก้า(กาลู น.80)

แบล็คเบิร์น : พอล โรบินสัน,ไรอัน เนลเซ่น,คริสโตเฟอร์ แซมบ้า,กาเอล ชิเว่ต์,มิเชล ซัลกาโด้,มอร์เท่น กัมส์ป พีเดอร์เซ่น,เดวิด ดันน์(โลว น.24),มาร์คิน โอลส์สัน,เดวิด ฮอยเล็ตต์(โรเบิร์ตส์ น.68),มาเม บิราม ดิยุฟ,นิโกล่า คาลินิซ(ซานตา ครูซ น.45)



















credit: www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#23
คัมแบ๊ค!สิงห์จัดหนัก4-0ตามผี7แต้ม

Originally Posted by "arshamakh"]www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#24
ยิงโชว์ตอร์!เด็กผีกดสองเม็ดสิงห์ยังพิชิต 4-2
ไม่ได้อดนอนดูบอลมานามมาแล้ว แต่วันนี้ต้องดูให้ได้ว่า ผู้เล่นเซลซีมีปฏิกิริยายังไงกับ การมาของ Superstar วงการฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ และได้รับค่าเหนือยมากว่า Superstar ในทีมอีก

iDnOuSe4
#25
ตอร์เรสเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับเชลซีแล้วเซ็น5ปี

ข่าวนี้คงจะต้องเอามาลง สำหรับแฟนเซลซีและลิเวอร์พลูที่ความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว
iDnOuSe4
#26
โอ้ยฮากลิ้ง!ตอร์เรสง่อยกินหงส์บุกคว่ำเชลซี1-0

ให้ เครติด เคนนี่ดักลิช ที่วางหมากมาดีมาก ลุ้นกันต่อไป
iDnOuSe4
#27
เชว่าสอง!?ตอร์เรสหมูหกเชลซีหนืดเจ๊า 0-0

เชียร์ต่อไป ;)

[QUOTE]
Originally Posted by "Tor The Hitman"]
0 ขอบคุณ 0 ถูกใจที่สุด
iDnOuSe4
#28
ฟุตบอลยูฟ่าแซมเปิ้ยนลีค รอบ 16 ทีมสุดท้าย โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก)เชลซี (อังกฤษ)

เหลือถ้วยเดียวให้ลุ้นครับ มาลุ้นกันหน่อย

[SIZE="4"]ที่มา www.chelsea.in.th
iDnOuSe4
#29
ต่ออายุ!เชลซีโคตรฮึดยิงแซงดับผี 10 ตัวลงหลุม 2-1

ขออภัยที่มารายงานผลการแข่งขันช้านะครับ ติดภาระกิจสำคัญมาครับ

Originally Posted by "Zaine_R"]ได้เวลาแมลงสาบ
นาทีที่ 61 เวลาที่ดิดิเย่ร์ ดร็อกบารอคอยก็มาถึงเมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทนอเนลก้า มีเวลาให้ล่าตาข่ายอยู่ราวครึ่งชั่วโมง

สิงห์ดูดีกว่าแล้ว
ตอนนี้กลายเป็นว่าเกมของเชลซีดูน่ากลัวขึ้นมากกว่าครึ่งแรก แถมยังได้ประตูตีเสมอทำให้กำลังใจเพิ่มพูนอีกเพียบ ถ้าแมนฯยูไนเต็ดพลาดล่ะก็งานนี้ "สิงห์ไฮโซ" พุ่งเข้าฟัดแน่

หมูทำได้ไม่ดีพอ
อีก 4 นาทีต่อมา รูนี่ย์ทำให้โอกาสทองของทีมหลุดลอยออกไปจากจังหวะที่นานี่แทงบอลให้เขาทะลุหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนที่จะเลี้ยงจี้เข้าไปที่เสาแรก มีเอร์นานเดซรออยู่ตรงกลางและเฟล็ทเชอร์อยู่เสาไกล แต่รูนี่ย์กลับตัดสินใจยิงแถมยังผิดเหลี่ยมผ่านหน้าประตูออกหลังไปไกล

ไม่รอช้า!ป๋าส่งเบิร์บ,ขนดก
นาทีที่ 70 แมนฯยูไนเต็ดจัดการส่งตัวดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟและไรอัน กิ๊กส์ลงสนามแทนเอร์นานเดซและสโคลส์ เพราะดูแล้วรูปเกมของทีมไม่ค่อยจะสู้ดีนัก มิติที่ต่างออกไปของสองแข้งที่เพิ่งส่งลงสนามน่าจะทำให้เกิดความแตกต่างขึ้นได้

ส่วนทางเชลซีก็ส่งยูริ เชอร์คอฟลงเล่นแทนฟลอร็องต์ มาลูด้า

ลูอิซรอดตัวเฉย
นาทีที่ 74 ลูอิซรอดพ้นจากการถูกไล่ออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ จากจังหวะที่เขาไปเจตนาสกัดรูนี่ย์ในจังหวะที่จ่ายบอลไปแล้วจะวิ่งไปทำทาง โดยการเอาขาดักไปที่เข่าจนไอ้หมูล้มลงไปดิ้นพงาบ แต่กรรมการไม่ว่าอะไรเฉย

จังหวะนี้ทำให้เซอร์ อเล็กซ์ถึงกับควันออกหูบ่นใส่ผู้ตัดสินที่ 4 แทบไม่หยุดปากเลย

ผีช็อก!น้องเล็กทำเสียจุดโทษ
อีก 4 นาทีต่อมา เชลซีมาได้จุดโทษจากจังหวะที่สอมลลิ่งไปยืนขาตายแล้วไปขัดเอาขาของเชอร์คอฟ ทำให้ผู้ตัดสินวิ่งมาเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แม้จะมีการประท้วงจากผู้เล่นของ "ปีศาจแดง" แต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

แลมพาร์ดรับหน้าที่จัดจุดโทษเข้าไปด้วยความรุนแรงทะลุผ่านตัวของฟาน เดอร์ ซาร์เข้าไปตุงตาข่ายแทบขาด เชลซีพลิกขึ้นนำ 2-1 แล้ว

อันเช่หัวหมอเปลี่ยนลูอิซออก
อีก 2 นาทีต่อมา อันเชล็อตติไม่รีรอให้เสียประโยชน์จัดการเปลี่ยนลูอิซที่รอดพ้นใบแดงออกไปแล้วส่งโจเซ่โบซิงวาลงไปเล่นแทน

ส่วนแมนฯยูไนเต็ดนั้นส่งฟาบิโอลงไปเล่นแทนเอฟร่าที่มีอาการบาดเจ็บติดค้างอยู่แล้ว

ผีรอดตาย!เชอร์คอฟยิงโคตรน่าได้
นาทีที่ 82 แมนฯยูไนเต็ดรอดพ้นจากการเสียประตูที่ 3 จากจังหวะโหม่งสกัดเคลียร์ออกมาเข้าทางเชอร์คอฟที่วิ่งมาอัดเต็มๆ บอลพุ่งแหวกฝูงกองหลังของแมนฯยูไนเต็ดกำลังจะเข้าประตูไปอยู่แล้ว แต่ไปติดขาของวิดิชแล้วชนเสาเด้งออกไป

วิดิชสุ่มเสี่ยง
ช่วงทดเวลานาทีแรก วิดิชไปเอาตัวเองเสี่ยงเสียวต่อการที่จะโดนใบแดงจากจังหวะไปเจตนากระแทกดร็อกบาจากด้านหลังในจังหวะที่กำลังจะพลิกบอลเข้ากรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร ให้เพียงฟรีคิกนอกกรอบเท่านั้น

เละเทะ!วิดิชโดนจนได้
ทำตัวเองแท้ๆสำหรับวิดิชที่ทำฟาวล์พร่ำเพื่อทั้งๆที่ตัวเองมีใบเหลืองอยู่แล้ว ไปดึงรามิเรสล้มลงในจังหวะกำลังจะหลุดเข้ากรอบ ทำให้ผู้ตัดสินวิ่งมาแจกใบเหลืองที่สองเป็นแดงทันที แมนฯยูไนเต็ดเละเทะเสียหายอย่างหนักสำหรับเกมนี้

จบ 90 นาทีเป็นเชลซีที่ไล่แซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะไปได้ 2-1 ทำให้มีเพิ่มเป็น 48 คะแนนขยับขึ้นอันดับที่ 4 แทนที่สเปอร์ส ส่วนแมนฯยูไนเต็ดมี 60 คะแนนเท่าเดิม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก 7.5,ดาวิด ลูอิซ 8.5*(โบซิงวา น.81),จอห์น เทอร์รี่ 7.5,แอชลี่ย์ โคล 7,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 5.5,มิชาเอล เอสเซียง 6,แฟรงค์ แลมพาร์ด 7,รามิเรส 7.5,ฟลอร็องต์ มาลูด้า 5(เชอร์คอฟ 6 น.71),เฟร์นานโด ตอร์เรส 6,นิโกลาส์ อเนลก้า 5(ดร็อกบา 6 น.61)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 7,เนมันย่า วิดิช 7,คริส สมอลลิ่ง 7.5,ปาทริซ เอฟร่า 6(ฟาบิโอ - น.81),จอห์น โอเชีย 6.5,ไมเคิ่ล คาร์ริค 6.5,พอล สโคลส์ 7(กิ๊กส์ 6 น.70),นานี่ 6,ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ 7,ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ 6.5(เบอร์บาตอฟ 5.5 น.70),เวย์น รูนี่ย์ 8






























[SIZE="4"]ขอบคุณ ที่มาจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#30
ยิงแล้วเพจบอกที!เชลซีกดนิ่ม 3-1 ตอร์เรสยังโบ๋

iDnOuSe4
#31
คมกว่าตอร์เรส!ลูอิซ-รามิเรสนำเชลซีคว่ำเรือขึ้นที่ 3

ที่มา www.soccersuck.com/ss

iDnOuSe4
#32
แมลงสาบกู้ชีพ!สิงห์สะดุดเจ๊าหม้อ 1-1

[SIZE="5"]ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#33
ตอร์เรสเกือบเฮ!เชลซีเนิบๆเฉือนวีแกนเสียว 1-0

[SIZE="5"]ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com
iDnOuSe4
#34
ตอร์เรสยิง.......เก้อ!เชลซีเก็บส้มทะลวงไส้มวยโลก 3-1

[SIZE="5"]ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#35
ม้ามืด!มาลูด้าเหมาสองสิงห์ตบลูกโลก 3-1 ขึ้นรองฝูง

[SIZE="5"]ขอบคุณที่มาจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#36
เลิกด่ากู!ตอร์เรสลุยฝนปลดล็อก"สาก"เชลซีกระฉูด 3-0

ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#37
ตอร์เรสออกกาลูยิง!เชลซีส่องไก่ท้ายเกม 2-1 ตามผี 3 แต้ม

ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com


แข่ง 35 นัด เท่ากัน
ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ห่างกัน 3 แต้ม

นัดที่เหลือของเซลซี คู่แข่งหินสุดๆ

นัดหน้าไปเยือนบ้านแมนยู(ที่ 1 ตอนนี้) อาจเป็นันัดตัดสินแชมป์เลยก็ได้

ยังมีหวัง เซลซีสู้ๆ

เสาร์ 7 Premierleague
Manchester Utd vs Chelsea

เสาร์ 14 Premierleague
Chelsea vs Newcastle

อาทิตย์ 22 Premierleague
Everton vs Chelsea
iDnOuSe4
#38
99.99 %!!!!ผีฆ่าเชลซี 2-1 ขอแต้มเดียวฉลอง

ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#39
อากู๋โคตรเซ็ง!สิงห์พลาดโดนตีเจ๊า น.90+2

[SIZE="4"]ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com/ss
iDnOuSe4
#40
ขอบคุณข่าวจาก www.soccersuck.com/ss

Originally Posted by "redenzo"]รูปเกมยังเรื่อยๆผลัดกันครองบอล
15 นาทีผ่านไปเชลซีเริ่มตุกมเกมได้มากขึ้นเรื่อยๆแต่จังหวะต่อบอลหน้ากรอบเขตโทษยังดูไม่แม่นยำเท่าที่ควรอดลุ้นไปหลายจังหวะ

เบ็คฟอร์ดได้ซัดแต่ติดโคล
เอฟเวอร์ตันเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกที่โคลแมนทำชิ่งวุนทูกับเบ็คฟอร์ดได้หลุดเข้าไปยิงแต่แอซลี่ย์ โคลยังไววิ่งมาบล็อกลูกยิงไว้ทันและเคลียร์ออกไปได้

อเนลก้าได้ยิงแต่ยังติดบล็อก
เชลซีได้ลุ้นกับเขาซักทีจากจังหวะแลมพาร์ดเบิ้่ลจังหวะออกไปทางขวาให้อเนลก้าที่ยืนอยู่โล่งๆแต่จับบอลจังหวะแรกไม่ดีทำให้ต้องแต่งบอลก่อนจะยิงเลยโดนกองหลังเอฟเวอร์ตันตามมาบล็อกไว้ทัน

รูปเกมสมกับเป็นคู่ที่ไม่ต้องลุ้นอะไร
30 นาทีแล้วแต่ทั้งสองทีมยังเล่นแบบไม่มีอะไรให้ลุ้นมากมายนักโดยจะไปกันในจังหวะสุดท้ายซะส่วนใหญ่

โคลกดเต็มเท้าบอลขึ้นอัฒจันท์
"สิงห์บูลส์"ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเปิดทางฝั่งขวาเข้าในแต่โดนเคลียร์ออกไปเข้าทางโคลที่นอกกรอบเขตโทษ กดเต็มข้อแต่บอลเหินออกไปแบบไม่ค่อยใกล้เคียง

เบ็คฟอร์ดได้ซัดแต่แทบไม่ได้ลุ้น
"ท๊อฟฟี่"โยนโอกาสทิ้งไปแบบน่าเสียดายหลังเบ็คฟอร์ดทำชิ่งกับอาร์เตต้าหลุดขึ้นมาทางซ้ายลสกบอลเข้ากรอบเขตโทษและกะยิงเข้าเสาสองแต่สงสัยเท้าจะเรดาห์เสียแปบอลไปหลุดออกเกือบแถวมุมเสาธงโน่นเลย

อเนลก้ากดนอกกรอบแต่เบาไป
ท้ายเกมเชลซีมีจังหวะลุ้นอีกครั้งจากลูกอเนลก้าทำท่าจะกดด้วยขวาก่อนจะล็อกเข้าซ้ายแล้วซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลเบาไปเข้ามือฮาเวิร์ดสบาย

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรไม่ได้เสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

โหด!โคลแมนยันเต็มแข้งใส่มิเกล
ครึ่งหลังผ่านมาได้ 7 นาทีโคลแมนไปเข้าหนักยันเต็มแข้งใส่มิเกล ทำเอาแลมพาร์ดไม่พอใจเดินตรงเข้ามาทั้งสองทีมเลยต้องจับแยกกันไปคนละทิศทางก่อนโคลแมนจะรับใบเหลืองที่สองและออกจากสนามไป

 เทอร์รี่ได้ลุ้น!เติมมาได้ซัดแต่บอลชนเสา
เชลซีใช้ความได้เปรียบตัวผู้เล่นเกือบทำประตูขึ้นนำจนได้จากลูกที่เทอร์รี่เติมเกมสูงขึ้นมารับบอลจากโคลก่อนจะกดด้วยขวาเต็มข้อแต่บอลพุ่งชนเสาอดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

สิบตัวเกือบนำ!เบ็คฟอร์ดซัดติดเซฟ
นาทีที่ 59 เอฟเวอร์ตันที่เหลือสิบคนเกือบขึ้นนำซะแล้วจากลูกที่ฮิบเบิร์ตโยนยาวให้เบ็คฟอร์ดเกี่ยวบอลหลบอเล็กซืก่อนจะหลุดไปได้ซัดแ่ต่เช็คยังเยี่ยมล้มตัวปัดออกไปได้ทัน

สิงห์เสียว!อาร์เตต้าได้ซัดแต่บอลถากเสา
ถึงจะสิบคนแต่"ท๊อฟฟี่"ยังได้ลุ้นเยอะกว่าจากลูกที่เคลียร์กันไม่ขาดมาเข้าทางอาร์เตต้าได้ซัดสับด้วยขวา 25 หลาแต่บอลพุ่งผ่านเสาแรกออกไปอย่างหวาดเสียว

สิงห์ช็อค!เบ็คฟอร์ดซัดพาท๊อฟฟี่พลิกนำ
เอฟเวอร์ตันสิบคนเอาจนได้จากจังหวะโต้กลับของเบ็คฟอร์ดที่ัตัดบอลได้จากฝั่งตัวเองก่อนจะตะลุยเดี่ยวขึ้นมากลางสนามก่อนจะโดนหลังเชลซีมาปั้มบอลแต่ยังกระเด็งมาเข้าทางให้เขาหลุดเดี่ยวไปกระดกบอลข้ามตัวเช็คเข้าประตูไป นาทีที่ 74 เอฟเวอร์ตันพลิกขึ้นนำแล้ว 1-0

อเนลก้าซัดอีกแต่ผ่านเสาแรก
ท้ายเกมอเนลก้าได้ยิงอีกครั้งจากจังหวะที่ได้บอลทางซ้ายก่อนจะค่อยเลี้ยงเข้ากรอบแล้วตัดเข้าในยิงด้วยเท้าขวาบอลพุ่งผ่านเสาแรกไปแบบได้เสียว

จบเกมเอฟเวอร์ตันที่เหลือสิบคนเบียดเอาชนะเชลซีไปได้ 1-0 ปิดฤดูกาลด้วยการจบอันดับ 7 ไปมี 54 แต้มส่วน"สิงโตน้ำเงินคราม"ก็เข้าป้ายด้วยรองแชมป์ไปให้อับราโมวิซปรับทัพกันใหม่เพื่อกลับมาลุ้นกันต่อในฤดูกาลหน้า

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เอฟเวอร์ตัน
: ทิม ฮาเวิร์ด 6.5, ซิลแวงต์ ดิสแต็ง 7, ฟิล จากิลก้า 6.5, เลห์ตั้น เบนส์ 7.5, โทนี่ ฮิบเบิร์ต 7.5, ลีออน ออสแมน 7, แจ๊ค ร็อดเวล 7.5, จอห์น ไฮติงก้า 7, มิเกล อาร์เตต้า 6.5, เซมุส โคลแมน   6, เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด 7.5 (วิคเตอร์ อนิเชบี้ น.80)

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ค 6.5, จอห์น เทอร์รี่ 6, อเล็กซ์ 7 (เปาโล แฟร์เรร่า น.70), แอซลี่น์ โคล 5.5, บรานิสลาฟ อิวาโนวิซ 7, แฟรงค์ แลมพาร์ด 6, จอห์น โอบี มิเกล 4 (โซโลมอน คาลู น.61), มิเชล เอสเซียง 6 (จอร์ซ แม็คแอร็คเค่น น.77), ฟลอร็องต์ มาลูด้า 5.5, เฟอร์นานโด ตอเรส 6 , นิโคล่าส์ อเนลก้า 5.5









iDnOuSe4
#41
สรุปปีที่แล้ว ไม่ได้แชมป์อะไรติดมือเลย
แข่ง 38 นัดมี 71 แต้มเท่าทีม man city

จบฤดูกาลปีที่แล้วพร้อมการไล่ผู้จัดการทีม อันเชล๊อตติ ผู้ที่ปีก่อนเคยพาทีมคว้าแชมป์ลีค และ FA คัพ ภายในปีเดียวเป็นประวัติศาตร์ของทีม

มีการปล่อยตัวนักเตะอายุมายในทีมไป และมีการซื้อตัวนักเตะเพิ่มเข้ามามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fernando Torres ผู้มีมีสถิติค่าตัวสูงที่สุดของประวัติศาตร์เกาะอังกฤษถึง 50 ล้านปอนด์
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3