มีญาติซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมเพราะ...
โดย eggbird
eggbird
#1
มีปันหาหรือเครียด เช่น สามีไม่สนใจ หรือ ปันหาความเครียดอย่างอื่นคะ

ขอมาปรึกษาค่ะ ลองอ่านดูก่อนนะคะ

คือเรามีพี่เป็นญาติที่รู้จักกันค่ะ อายุสามสิบกว่า แต่งงานมีลูกสองแล้ว แล้วพี่คนนี้ชอบซื้อ
กระเป๋าแพงๆมาก แรกๆซื้อLV ตอนหลังขยับขึ้นเป็นChanel ตอนนี้พี่เค้าซื้อแต่Hermesอย่างเดียวเลยค่ะ
แต่ก็มีchanelด้วยค่ะ พวกรุ่นแพงๆค่ะ

จิงๆพี่เค้าจะซื้อมากมายก็ไม่ผิดเพราะพี่เค้าทำงานมีเงินจะซื้อแต่คือพี่เค้าจะซื้อมาเก็บในคอลเลคชั่นค่ะ
เก็บคือเก็บเลยนะคะ ไม่ใช้เลยค่ะ แต่จะเอาไว้ชื่นชมอย่างเดียว ยิ่งรุ่นหายากหรือแพงๆจะยิ่งชอบหามาเก็บ
แต่ไม่ใช้เลยค่ะ แต่ในชีวิตประจำวันก็ใช้Balen แล้วก็ไม่แต่งตัว ไม่แต่งหน้า โทรมเลยล่ะ
คือถ้าคนไม่รู้จักกันจะดูไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้มีกระเป๋าHermesเป็นตู้ๆๆ และแบรนด์อื่นๆอีกเพียบ
(แต่ก่อนแต่งงานมีลูกพี่เค้าช่างแต่งตัวค่ะ)

วันก่อนไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน เราก็ถามพี่เค้าว่าทำไมไม่หิ้วHermesมาบ้างล่ะ อยากเห็น
พี่เค้าก็ตอบว่าเสียดาย ไม่อยากใช้ แล้วเค้าก็บอกเราว่า นี่พี่ไปได้Chanelมาอีกนะ สวยมากเลย
อย่างงั้นอย่างงี้ แต่ก็ตามเดิมค่ะคือไม่ใช้

จิงๆก็ไม่ผิดอะไรหรอกนะคะที่ซื้อกระเป๋าเป็นร้อยๆใบแต่ไม่ใช้ แต่เราได้คุยกับพี่เค้าเรารู้สึกชีวิตเค้าเหงาๆค่ะ
เค้าอยู่กับสามีก็จิง มีลูกสองคนที่น่ารักแต่ว่ากลางคืนเค้ากับสามีจะต่างคนต่างอยู่เลยนะคะ คนละห้องเลยค่ะ
บางทีก็นอนแยกห้องไปเลย ไม่ค่อยพูดกัน ทั้งๆที่แต่งงานมาได้ไม่ถึง5ปีนะคะ
กลางคืนพี่เค้าจะเล่นเน็ทคนเดียว เปิดดูเว็บกระเป๋า คิดว่าจะซื้ออะไรดี แล้วเรามารู้ทีหลังว่าพี่คนนี้ตอนมีลูกคนที่สองก็ไปทำกิ๊ฟค่ะ จะได้ไม่ต้องใช้วิธีธรรมชาติเพราะว่าความสัมพันกับสามีแย่ขนาดนั้นเลยค่ะ


เข้าเรื่องต่อนะคะ จากนั้นเราก็รู้ว่าพี่เค้าเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ยอมไปหาหมอ
แต่จะใช้วิธีซื้อกระเป๋าในการทำให้ตัวเค้าเองรู้สึกดีขึ้นค่ะ เราฟังแล้วเปนห่วงมากๆเลย กลัวเค้าเปนอะไรไป
ลูกเค้าจะทำยังไง แต่เค้าเหมือนไม่ยอมรับค่ะว่าเปนและบอกกับทุกคนว่าซื้อกระเป๋าเพราะชอบใจรัก
แต่เค้าไม่เคยใช้เลยนะคะและซื้อหนักมากกกกกค่ะ เดือนนึงไม่ต่ำกว่า5ใบ

ส่วนสามีเค้าก็ไม่ค่อยสนใจเค้าค่ะ เพราะเมือ่ก่อนพี่เค้าเคยสวยดูดี แต่พอมีลูกสองคงปล่อยตัว อ้วนขึ้นจมเลยค่ะ
สามีเลยไปมีบ้านเล็ก เฮ้อออ

ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากปรึกษาค่ะว่าเคสแบบนี้ เคยมีเพื่อนๆสมาชิกในนี้รู้จักใครที่เคยเป็นมั้ยคะ
และมีทางแก้หรือรักษาให้หายอย่างไรคะ ลองแนะนำมาหน่อยนะคะ
หรือใครรู้จักจิตแพทย์รักษาโรคซึมเศร้าลองแนะนำมาหลังไมค์ก็ได้ค่ะ จะเป็นพระคุณยิ่งค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

หมายเหตุ ที่กล้านำเรื่องญาติคนนี้มาเล่าเพราะมั่นใจว่าไม่มีใครในนี้รู้จักเค้าและเค้าก็ไมได้เล่นเว็บนี้ด้วยค่ะ
lollipop
#2
ฟังแบบนี้แล้วเศร้าใจจัง

พอดีมีคนใกล้ตัวเป็น โรคซึมเศร้าอยู่เหมือนกัน

เวลาอารมณ์ดี ก้อดีใจหาย

แต่พอมีเรื่องให้มากระทบ เค้าจะเปลี่ยนไปเลยค่ะ จนเรากลัว

จะไปแอบถาม ลูกเค้าให้อีกทีค่ะ ว่าหาหมอที่ไหนอยู่

รู้แค่ว่า จะไปทุกๆ 2 อาทิตย์

:(:(
earny35
#3
ที่โรงพยาบาลกรุงเทพมีหมอเก่งๆ หลายท่านนะคะ
บริการดีทีเดียวค่ะ เคยพาญาติไปหาเหมือนกัน
ยังไงก้อคอยพูดคุย ดูแลเค้าเยอะๆนะคะ
เอาใจช่วยค่ะ
Pangg
#4
อ่านแล้วเห็นภาพเลยหาคุณหมอน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดนะคะแล้วเราว่าพี่เค้าควรมีสังคม มีเพื่อน จะได้ไม่เหงา ไม่อยู่คนเดียวเป็นกำลังใจให้น้า
honeyp
#5
ต้องเริ่มจากให้ตัวเค้ายอมรับก่อนค่ะ ว่าตัวเองป่วย ไม่งั้นพาไปหาหมอก็ไม่ค่อยได้อะไรนะคะ
การรักษาโรคนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากตัวคนไข้เองมากๆเลยล่ะ
แต่ดูจากเคสแล้วสงสัยจะเรื้อรังแล้วอ่ะ อาจจะรักษายากแล้วค่ะ
PoMasTro
#6
ลองหากิจกรรมอย่างอื่นให้ทำควบคู่ไปด้วยอ่ะคะ
คือ ตรงนี้เค้าอาจจะรัก ชอบ จริงๆ ก้ได้
แต่ไม่อยากให้ไปหมกหมุ่นมาก

เค้าก้มีลูกแล้วลองหากิจกรรมอะไรที่แม่ลูกจะทำด้วยกันได้
เช่น พาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน หรือดูทีวีด้วยกัน
พยายามลดเวลาที่เค้าต้องไปนั่งเล่นเนต
ตอนนี้เค้าอาจจะนั่งเล่นทั้งวัน
เราก้ขอเวลาเค้า วันละ 1-2 ชม. ไปทำอย่างอื่น

อาจจะช่วยได้ค่ะ
มีญาติที่เป้นห่วงเป็นใยอย่างงี้ คงจะหายได้ค่ะ
โชคดีค่ะ
^^
due
#7
ต้องไปหาหมอด่วนค่ะ จะหลอกไป หรือจะยังไงก็ได้

ให้ไปให้ได้ก่อน เคยได้ยินว่าถ้าทานยาแล้วอาการก็

จะดีขึ้นมาก แต่ต้องทานต่อเนื่อง แล้วต้องออกกำลัง

กายเป็นประจำด้วย เพราะจะช่วยให้เกิดความสมดุลของ

สารเคมีในสมอง แล้วก็เข้าหาธรรมมะค่ะจะช่วยได้มากกก

แต่ต้องรักษาให้หายก่อนนะคะ เพราะคนที่จิตไม่ปกติหรือ

คนที่เป็นโรคประสาท นั่งสมาธิไม่ได้ค่ะ จะยิ่งทำให้เป็นมากขึ้น

ขอเป็นกำลังใจให้รักษาหายเร็วๆนะคะ
barumbum
#8
สงสัยต้องหันหน้าเข้าหาวัดค่ะ

ปล่อยวาง

ขอให้หายเร็วๆนะค่ะ
sweetw
#9
ควรจะไปปรึกษาแพทย์ทั้งครอบครัวเลยค่ะ ถ้าไปรักษาคนเดียวแล้วไม่ทำ family therapy ก็คงหายยากค่ะ ครอบครัวต้องช่วยกันดูแลค่ะ
chosen
#10
เป็นโรคซึมเศร้าคะ

ทางที่ดี ควรเลิกเล่นเน็ต สักระยะคะ แล้วหากิจกรรม ไปข้างนอกบ้าง ดูหนัก เล่นกีฬา ไปเล่นฟิตเนตบ้างคะ

พยายาม ให้เขาเลิกเล่นเน็ต และ เวปกระเป๋า ชั่วคราวคะ เราเป็นคะ ตอนก่อน บ้าซื้อเครื่องสำอางค์มาก ซื้อเยอะมากๆ เลยปิดเวป ห้องโต๊ะเครื่องแป้งไปคะ ไม่เล่น และ อาการซื้อๆๆๆ เครื่องสำอางค์ มันก็หายคะ

เราว่า เขาซื้อของ เพื่อบำบัดความเครียดเขาอ่ะคะ เขามีปมอยู่ ที่ไม่อยากยอมรับมัน กำลัง หนีปัญหาโดยพยายามเบนไปที่สิ่งอื่นอยู่

เราว่า ลองหาหมอดูอะคะ ต้องรักษาคะ ให้เขาระบายความในใจมาบ้าง บางที เขาพยายามทำเหมือนไม่คิดอะไร อาจเพราะ ไม่อยากเสียหน้า อายเพื่อน อายคนใกล้ชิด ที่ต้องมารับรู้ปัญหาของเขาอะคะ เลยพยายามซื้อกระเป๋า แล้ว มาคุยกับคนอื่น เพื่อเลี่ยงการคุยเรื่องส่วนตัวของเขาด้วย

ปล. เราก็เป็นนะ ซื้อกระเป๋ามาไม่ใช้อ่ะ T_T ซื้อหนักอยู่ช่วงนึง ดีว่า ตอนที่เปลี่ยนเวปอ่ะ เรา พักเล่นเวปไประยะนึง เลยค่อยยังชั่วขึ้น ตอนนี้ เหมือนจุดอิ่มตัวเล็กๆด้วย แต่ก็ ยังอยากได้อยู่ เวลาเห็นกระเป๋าในเวปทีไร กิเลสเกิดทุกที ง่ะห์ บอกญาตินะคะ พยายามอย่าเล่นเวป คิดถึงลูกๆเข้าไว้ เก็บตังค์ให้ลูกๆคะ หรือ เปลี่ยนไปซื้อทองแทนคะ สู้ๆ
baiyaa
#11
ไปปรึ่กษาแพทย์ที่ชำนาญดีกว่าค่ะ เพราะจะมีผลเสียกับลูกน๊ะค่ะ ปรึกษาหมอ กินยา พอดีขึ้น ก็ควบคุมน้ำหนัก

ความงามก็กลับมาเหมือนเดิม ส่วนเรื่องการซื้อกระเป๋า อาจเป็นการระบายออกวิธีหนึ่ง
nopphawan
#12
พี่เค้านับถือศาสนาพุทธมั้ยคะ ถ้าใช่ลองให้เค้าฝึกวิปัสสนาดู มันช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างได้จริงๆ หลายคนคิดว่าการปฏิบัติต้องเข้าวัด ต้องลางานซึ่งจริงๆ จะไม่ก็ได้ค่ะ ทำได้ทุกวันและตลอดเวลาที่เรามีสติ คิดว่าธรรมช่วยแก้ปัญหาที่ใจพี่เค้าได้ซึ่ง มันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จะพบแพทย์คู่ไปด้วยก็ได้ถ้าพี่เค้าพร้อมจะไป เราเองก็ปฏิบัติ พิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้วค่ะว่าทุกวันนี้ทุกข์น้อยลง ปฏิบัติธรรมแล้วทำงานได้ยิ่งดีขึ้น จัดการกับใจตัวเองได้ดีขึ้น ถ้าใจเราแข็งแรงซะอย่างไม่มีอะไรหรือใครทำร้ายใจเราได้หรอกค่ะ :) ถ้าสนใจจะให้ส่ง cd ไปให้หรือ load เองใน www wimutti.net ได้นะคะ
jennieau
#13
ปกติไม่ค่อยได้ตอบกระทู้ แต่อ่านแล้วเห็นใจค่ะ

แนะนำว่า ลองไปหาที่ออกกำลังกาย อันนี้จะช่วยลดความเครียดและสุขภาพดี อารมณ์แจ่มใสค่ะ

และอีกสาเหตุหนึ่งของอารมณ์เศร้าเท่าที่อ่านมา ของพี่เค้าคือ เกิดจากปัญหาครอบครัว และสามีที่ไม่ค่อยมีเวลา ทำให้เกิดความรู้สึกว่าชีวิตเหงาและไร้คุณค่า อันนี้ต้องเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง โดยการทำอะไรให้ตัวเองรู้สึกว่า ชีวิตเรานั้นมีค่าสำหรับคนอื่นนะ เช่น ทำงานช่วยเหลือสังคม อะไรแบบนี้อะค่ะ และต้องออกไปหาสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ อย่าอยู่จำเจในที่เดิมๆ หาอะไรที่แปลกใหม่ๆทำ

โดยส่วนตัว นอกเหนือจากทำงานปกติแล้ว หากมีเวลา เราชอบทำอะไรแบบนี้อะค่ะ ทำให้รู้สึกว่าได้เห็นโลกอีกมุมหนึ่งที่ต่างไป คนอื่นที่มีปัญหากว่ายังมีอีกเยอะมาก และสิงที่ทำจะได้มีประโยชน์กับคนอื่นๆด้วยอะคะ

ที่สำคุญที่สุด ต้องเริ่มจากจิตใจที่มองโลกในแง่ดีด้วยค่ะ

ยังไงก็อย่าท้อค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
SuperMonkey
#14
ปรึกษาจิตแพทย์ดีกว่านะครับ จะได้รักษาถูกจุดคับ
blueschizont
#15
ลองเริ่มตรงนี้ก็ได้นะคะ ใช้ธรรมะเข้าช่วยค่ะ http://www.watnyanaves.net/
แต่ทางที่ดี ปรึกษาแพทย์ค่ะ
chosen
#16
เข้ามาตอบอีกนิดนึง เราว่า ยิ่งถ้า สามีมีบ้านเล็กบ้านน้อยแบบนี้ เขาอาจจะไม่มอง เป็นตัวเงินแล้วหล่ะ แต่เขาอาจจะคิดว่า ดีซะอีก เอาเงินมาซื้อๆๆๆกระเป๋า แพงๆ ให้มันหมดๆไป สามีจะได้ ไม่ต้องเอาเงินไปให้เมียน้อย หรือ ซื้อๆ ถ้าเขาไม่เอาเงินมาใช้ เดี๋ยวสามี เอาเงินไปให้บ้านเล็กบ้านน้อยหมด ก็ ถลุงเงินซะเลย อันนี้น่ากลัว ต้องค่อยๆ พูดน๊า ให้เขา ต้องยอมรับตัวเองก่อน แล้วช่วยกันรักษานะ สู้ๆ
srichardson
#17
แล้วเค้าไม่มีเพื่อนที่ไหนเลยเหรอ พยายามให้เค้าคิดถึงลูกไว้เยอะๆนะและรักตัวเองให้มากๆ น้องก้อพยายามคุยกับเค้าบ่อยๆ

มีน้องชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องพึ่งฆ่าตัวตายไปเมื่อไม่กี่เดือนนี่เอง โดยที่ก่อนหน้านี่ก้อร่าเริง เฮฮา ดี(เพื่อนเค้าบอก) ดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ว่าเค้าอยู่บ้านคนเดียวพ่อกับแม่เค้าอยู่ต่างจังหวัด แล้วซื้อบ้านให้ลูกอยู่และทำงานที่กรุงเทพ ชีวิตเหมือนมีพร้อมทุกอย่างเป็นลูกรักของพ่อแม่ มีบ้านมีรถมีทุกอย่างแต่เค้ามักจะสนใจกับอีเมล์และหนังสือแปลกๆที่เกี่ยวกับ"ชีวิตหลังความตาย" หรือ"อยู่เพื่ออะไร" "ชีวิตไร้ความกังวล" ทำนองนี่แหล่ะไปเจอหลังจากที่เค้าฆ่าตัวตายไปแล้วอ่ะ แถมยังเตรียมตัวเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยการเขียนจดหมายบอกไว้ว่า ลาออกจากงาน เตรียมจ่ายค่าบิลต่างๆ เตรียมรูปถ่ายเพื่อติดหน้าโลงของตัวเอง ซักรีดเสื้อผ้าไว้ ทำความสะอาดบ้าน และลิตส์รายชื่อพร้อมเบอร์โทรเพื่อจะได้บอกและเชิญเพื่อนๆมางานศพได้ ทำความสะอาดบ้าน ล้างรถ เซ็นมอบฉันทะการถอนเงินทั้งหมดให้พ่อกับแม่ และจดหมายลาตายพร้อมกับบอกหมอที่จะผ่าชันสูตรด้วยว่าเค้ากินยาอะไรไปมั่ง อ่านแล้วจะบ้าตายพ่อกับแม่ก้อเสียใจแทบจะเป็นบ้า รายของญาติเราเนี้ยก้อเป็นโรคซึมเศร้าแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน ยังจำได้ว่าเค้าบอกเหตูผลไว้ในจดหมายว่า " ไม่รู้จะอยู่ไปทำมั้ยอยู่ไปก็ไม่เห็นประโยช์น กินข้าวก็ไม่รู้รสอร่อย ไปดูหนังก็ไม่เห็นสนุก" อะไรยังเงี้ยแหล่ะ

รีบๆพาเค้าไปปรึกษาจิตแพทย์เถอะ ปล่อยไว้ไม่ได้หรอกนะอย่าประมาทไป
eggbird
#18
ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆมากค่ะ รู้สึกดีจังที่หลายคนอยากช่วยเหลือจิงๆ และให้คำแนะนำกันทั้งหน้าไมค์
และหลังไมค์ แอบซึ้งแทนญาติค่ะ แต่ถ้าเราไปบอกเค้า เค้าวีนแตกแน่ๆค่ะ

ขนาดคุณแม่พี่เค้าเตือนเรื่องซื้อกระเป๋ายังไม่ฟังเลยค่ะ เค้าจะแอบซื้อ แล้วเอาไปแอบเก็บไว้ที่คอนโดค่ะ
ที่นั่นเหมือนเป็นรังรักกระเป๋าของเค้าเลยก็ว่าได้ เคยไปหนนึง อย่างเยอะๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ
แล้วจะหวงมากเลยนะ

แล้วเรารู้สึกได้ว่า เวลาที่พี่เค้าเครียดๆหรือรู้สึกแย่จะยิ่งช้อปหนักค่ะ
ตอนนี้พยายามเกลี่ยกล่อมให้ไปหาหมอหรือไปทางธรรม ยังไงก้อเอาสักทางก่อนจะกู่ไม่กลับค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆอีกครั้งนะคะ ขอบคุณจิงๆเลยค่ะ :)
veryorn
#19
วิธีแก้ไขทางโลกก็คือ สามีเขาจะต้องหันมาใส่ใจให้มากขึ้น

แต่ถ้าเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ก็คงต้องเริ่มที่ตัวเองนะคะ

ลองชวนไป สถานธรรมเสถียร ดูไหมคะ บรรยากาศ
ไม่เงียบขรึมเกินไป ไม่เคร่งเกินไป แล้วก็มีผู้หญิงอายุประมาณพี่เขาเนียคะ พาลูก
ไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรม กันเยอะเลยคะ ยังไม่ต้องไปปฏิธรรมก็ได้ถ้าฟุ้งซ่าน
ไปนั่งฟังแม่ชีท่านเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่ต้องซีเรียส

อยุ่ในบรรยากาศแบบอบอุ่น ผู้หญิงๆ คอยดูแลกัน
น่าจะทำให้เขาเปิดใจมากขึ้น

ปัญหาแบบนี้ต้องอาศัยธรรมะนะคะ เราว่า
Monty
#20
talk to her about her bagssssss si ka until she feels that you are on her side and you are trying to be her friend...not to be there to judge her. Next time bring her to SBN meeting si ka so that she will have a lots of new friends who love their bags as much as she does. when people feels comfortable na ka they will be better and be able to have a clear head...clear enough to think about her crappy life in the wise way without stucking in her misery and place blame. Hope she feel better na ka. :D
-bow-
#21
แนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ด่วนค่ะ แต่ต้องเกลี้ยกล่อมให้ไปให้ได้นะคะ เพราะบางคนมักจะเข้าใจว่า....คนที่ไปหาจิตแพทย์เป็นคนบ้าทั้งนั้น....จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย คนที่ไปหาต่างก็เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆนี่แหละค่ะ เค้าไปหาคุณหมอเพียงแค่ต้องการคนช่วยบำบัดจิตใจให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง และจิตแพทย์นี่แหละค่ะที่จะช่วยให้เข้าถึงจิตใจเค้าได้ถูกจุดมากกว่าคนรอบข้าง

ส่วนเรื่องกระเป๋า ส่วนตัวโบว์ว่าถ้าพี่เค้าชอบ เค้ารัก ชอบที่จะสะสม รักที่จะเลือกซื้อเก็บ ก็ปล่อยเค้าเถอะค่ะ ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะเรื่องพวกนี้มันเป็นความชอบส่วนบุคคลจริงๆ ห้ามกันยากค่ะ :rolleyes:
NichY
#22
ต้องรีบไปพบจิตแพทย์ด่วนมากถึงมากที่สุดเลยนะคะ
เพราะเท่าที่ฟังเรื่องราว ดูเหมือนว่าพี่เค้าเป็นมาหลายปีแล้วนะคะ
แล้วโรคนี้รักษาไม่ยากค่ะ แต่ก็ต้องทานยาสม่ำเสมอ ด้วย
ทำ family therapy ไปสัก 5-6 sessions ก็จะดีขึ้นค่ะ
แต่อยู่ที่ ครอบครัว คือ สามี ของพี่เค้าจะให้ความร่วมมือหรือไม่
คือ ถ้าสามี หันมาสนใจพี่เค้านิดนึง ก็จะดีขึ้นแน่ๆ ค่ะ

ยังไง กวางขอ แนะนำ อาจารย์แพทย์ ที่ทำ therapy เก่งๆ ของประเทศไทยให้นะคะ
อาจารย์ ชัชวาลย์
อาจารย์ ณรงค์
อาจารย์ ปราโมทย์
โรงพยาบาล รามาธิบดี แผนก จิตเวชศาสตร์ ค่ะ

อาจารย์ท่านเก่งจริงๆค่ะ กวางได้มีโอกาสไปดูตอนท่านทำ therapy สุดยอดดดดดดดดดดดดดดด
มีอะไร pm มาสอบถามได้เลยนะคะ
NichY
#23
อ่อ ลืมบอก อีกนิดนึงค่ะ
ถ้าให้ดียิ่งขึ้นนะคะ
พี่เค้าควรจะพบ นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช ด้วยค่ะ
เพราะดูแล้วมีปัญหา ด้านครอบครัว / สังคม ด้วยค่ะ
ที่รามา นักสังคมสงเคราะห์ เก่งมากๆ ค่ะ เทียบเท่าแพทย์ได้เลยค่ะ
โดยเฉพาะ คุณ ทศพล ค่ะ เก่งมากๆ จริงๆค่ะ
Sweet_Jasmine
#24
อ่านแล้วหดหู่ตามจัง สามีไม่สนใจจนต้องหันไปพึ่งพาวัตถุ(กระเป๋า) แถมซื้อมาก็ไม่ใช้อีก

ชีวิตครอบครัวนี่มันไม่ง่ายเลยนะคะ ยังไงขอให้หายไวๆนะคะ
cocoa
#25
เคยเป็นโรคนี้ค่ะ ไปเช็คอยู่ในขั้นที่อาจฆ่าตัวตายได้ตลอดเวลา
(ตอนได้รับแจ้งคิดว่าเว่อร์มากๆ เป็นจากอะไรป่านนี้ยังไม่รู้เลย ^^")
แต่ไม่ได้เป็นจากเรื่องครอบครัวนะคะ แบบว่ายังไม่ได้มีวาสนามีครอบครัว แหะๆ

แนะนำให้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ลองให้ลางานช่วงหนึ่ง
พาลูกๆ ไปเที่ยวตากอากาศ ออกไปให้พ้นจากสภาพอึดอัด
ออกไปจาก routine เดิมๆ กิจวัตรเดิมๆ คนหน้าเดิมๆ
อาจจะไปเที่ยวแบบ spa / beauty package บำรุงตัว ทำตัวเองให้สวยขึ้น

เพราะบางที ปัญหานึงมันจะโยงไปอีกปัญหานึงอ่ะค่ะ
ยิ่งถ้าคนเคยสวย แล้วรู้สึกไม่สวย แล้วมีปัญหา จะพัลวันมากๆ
อย่างน้อย สวยขึ้นนิดนึงก็จะรู้สึกดีขึ้นค่ะ
แต่จะให้ดีควรมีเพื่อนที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาต่างๆ ไปด้วย
ต้องเป็นคนที่ไว้ใจ แล้วก็ไม่พูดเรื่องที่อาจจะกระทบ
รวมถึงชอบเรื่องพักผ่อนเรื่องความสวยความงานเหมือนๆ กันด้วยค่ะ


เอาใจช่วยนะคะ
kaew
#26
อ่านแล้ว จะแนะนำแบบไหนดีน้า แต่งงาน มีลูก 2 คน ดูจากระยะเวลาที่แต่งงานแล้ว ลูกคงยังเล็กอยู่ เบื้องต้นคงต้องบอกว่า ให้ใช้เวลากับลูกเยอะๆ พี่คิดว่าอันนี้ช่วยได้เยอะเลยค่ะ สำหรับพี่ก็เหมือนกัน เวลาเรารู้สึกเบื่อ กลุ้ม หรืออะไรก็แล้วแต่ หันมาเห็นหน้าลูก ส่งยิ้มให้กัน ก็ใจละลายแล้ว

แล้วก็ต้องหาคนคุย ใครก็ได้ ที่ยังไม่ใช่จิตแพทย์ก็ได้ ถ้าเค้ายังไม่พร้อม ก็คุยกับคนอื่นไปก่อน คุยสัพเพเหระเรื่อยเปื่อย ให้สบายใจ

เรื่องครอบครัว แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาที่ต่างกัน การมีลูก ปล่อยตัวจนอ้วน ไม่แต่งตัว มันอาจจะมีส่วนที่ทำให้สามีเปลี่ยนแปลงไป แต่อาจมีปัญหาอื่นที่เราไม่ทราบก็ได้ค่ะ การมีครอบครัว มันประกอบด้วยหลายๆอย่างน่ะค่ะ

เรื่องกระเป๋า อืม อันนี้ ไม่มีความคิดเห็น เพราะเวลาที่พี่ซื้อ แม่พี่ก็บอกว่า เก็บเงินไว้บ้างเถอะลูก ซื้อทำไมมากมาย เก็บไว้ให้ลูกๆ อา จริงซินะ ทุกวันนี้ก็เลยนั่งดู ดู ดู แล้วก็ดูค่ะ ทางออกของความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ขอให้ญาติ รู้สึกดีขึ้นในเร็ววันนะคะ
taiti
#27
ไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า (Depression Disorder)เป็นเพราะอาการที่เห็นหรือว่ามีคุณหมอวินิจฉัย
มีแบบสอบถามonlineให้ทำเยอะคะแต่จะบอกว่ามีอาการซึมเศร้าระดับไหนแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า
มีอาการดังต่อไปนี้ 5 อาการหรือมากกว่า
1.มีอารมณ์ซึมเศร้า (ในเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นอารมณ์หงุดหงิดก็ได้)
2.ความสนใจหรือความเพลินใจในกิจกรรมต่างๆ แทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก
3.น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก (น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือน) หรือมีการเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก
4.นอนไม่หลับ หรือหลับมากไป
5.กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือเชื่องช้าลง
6.อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
7.รู้สึกตนเองไร้ค่า
8.สมาธิลดลง ใจลอย หรือลังเลใจไปหมด
9.คิดเรื่องการตาย คิดอยากตาย
* ต้องมีอาการในข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ
* ต้องมีอาการเป็นอยู่นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และต้องมีอาการเหล่านี้อยู่เกือบตลอดเวลา แทบทุกวัน ไม่ใช่เป็นๆ หายๆ เป็นเพียงแค่วันสองวันหายไปแล้วกลับมาเป็นใหม่

โรคอารมณ์แปรปรวนและโรควิตกกังวลจะมีอาการใกล้เคียงกับโรคซึมเศร้า

สาเหตุ อาจเป็น
1.กรรมพันธุ์
2.ระบบสารเคมีในสมองมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างชัดเจน โดยมีสารที่สำคัญได้แก่ ซีโรโทนิน (serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) ลดต่ำลง รวมทั้งอาจมีความผิดปกติของเซลล์รับสื่อเคมีเหล่านี้
3.ลักษณะนิสัย บางคนมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้า

คำว่าโรค บ่งว่ามีความผิดปกติทางการแพทย์ จำเป็นต้องได้รับการรักษา

อยากให้ไปพบจิตแพทย์คะ (ศ.ดวงใจ กสานติกุล รพ.จุฬา)
คุณหมอจะซักประวัติ ทางครอบครัว (ศึกษาว่าเป็นกรรมพันธุ์รึเปล่า) การเลี้ยงดู อารมณ์ จิตใจ สังคม
แต่จะเหมือนพูดคุยทั่วไป ถาม-ตอบ ธรรมดา ไม่เครียด
แล้วคุณหมอจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร (หรือเป็นแค่อาการซึมเศร้า) ขั้นไหน ควรรักษาด้วยวิธีอะไร
อาจจะรักษาด้วยการกินยา (ไม่มีการติดยา) ถ้าดีขึ้นก็จะปรับยา จะให้ยาใกล้กับขนาดเดิมออกไปอี 4-6 เดือน

ปัจจัยที่ก่อให้เกิด ถ้ายังไม่หายไปก็จะทำให้อาการคงอยู่ ถึงต้องรักษาด้วย
family therapy (อ.อุมาพร ตรัวคสมบัติ รพ.จุฬา) คือการปรับโครงสร้างของครอบครัว ให้เข้าใจถึงปัญหา วิธีการดูแล การปฏิบัติตัว ฯลฯ
คือตัวและจิตใจหายแต่ยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดิมก็จะทำให้กลับมาเป็นซ้ำอีก
และที่ดีควรมีเพื่อน หรือใครก็ได้ที่เค้าไว้วางใจ สามารถพูดคุยได้ เป็นการระบายออกทางหนึ่ง

เป็นห่วงนะคะ
เพราะชีวิตคนคนหนึ่งมีผลกระทบต่ออีกหลายๆ ชีวิตบนโลก
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3