ชื่อกระทู้ แอบงง ละจิ ...เฮ้อ! แบบอยากรู้นะคะ ว่าเพื่อนๆ เป็นแบบเราไหมอะ
คือแต่ก่อนซื้อกระเป๋า ซักใบ มันคิดน้าน นาน และเมื่อก่อนได้ใบใหม่มา จะดีใจมากกกก แบบ มากถึงมากที่สุด และระยะเวลาการดีใจ และตื้นเต้นที่ได้ใบใหม่มันนาน คะ แบบ เป็น เดือนๆ
แต่ตอนนี้นะซิ..มันแบบ.. ระยะเวลาการตัดสินใจก้อสั้น และขาดวิจารณญาณ กร้ากกก ขนาดนั้นเลยนา แถมแบบได้มาแล้วก้อ ดีใจอยู่ พักนึง แบบ สั้นมากจนตัวเองตกใจ 8O และเริ่มคิดว่าเอจะซื้ออะไรต่อดี.....
ที่นี้ กลับมาหยุดคิดก้อแบบ ตายยละไหงเป็นแบบนี้ละเรา...ทำงัยดีอะ หรือเพื่อนๆเป็นแบบนี้ไหมคะ อยากรู้จัง ..และทำงัยความรู้สึกเดิมๆที่เคยมีจะกลับมาอ้า ...เอ หรือต้อง จำศีลพักใหญ่?!?
[size=7]ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ - -"
เอ่อ....ตอนนี้ระยะการตัดสินใจซื้อที ยังนานอยู่ค่ะ
เพราะคิดแล้วคิดอีกกับเงินที่ต้องจ่ายออกไป
เพราะฉะนั้น แต่ละใบที่ได้มาก็ยังชื่นชม ชื่นชอบนานเหมือนเช่นเคย
เพียงแต่ wish list มันเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติเท่านั้นเอง :oops:
เห็นด้วยค่า ยังจำได้เลยว่าตอนที่ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมครั้งแรกดีใจมากๆ ปลาบปลื้ม ขัดถูดูแลด้วยความรักสุดๆ แทบจะเอามานอนกอดแทนหมอนข้าง เห่อไปนาน แต่เดี๋ยวนี้เพิ่งซื้อมาไม่ทันไรก็เลยเฉยๆ ละ เหมือนระยะการเห่ออยู่แค่ตอนที่เราจ่ายเงินถือถุงหรูออกมาจากชอป ตอนนั้นจะอิ่มเอิบ ฟูฟ่องล่องลอยแบบสุดๆ กลับบ้านก็หยิบขึ้นมาถ่ายรูป ชื่นชมด้วยความรักพลางคิดว่าจะเอามาถือกับชุดไหนดี แทบจะเตรียมเสื้อผ้ารองเท้าทั้งสัปดาห์เพื่อให้เข้ากับกระเป๋าใบใหม่นี้ให้ได้ แต่พอถือไปสักสามสี่วันจะเริ่มรู้สึกเบื่อละ แล้วก็เริ่มเสาะหาเป้าหมายใหม่ต่อไป...
ที่เป็นแบบนี้เพราะ "คุณค่า" ของเขาในสายตาเราลดลงมั้งคะ ตอนแรกๆ เราไม่เคยมีก็จะเห่อมากหน่อย แบบนี่คือแบรนด์เนมใบแรกใบเดียวที่มีเชียวนะ แต่พอมีใบต่อๆ มา ก็ไม่ใช่ใบแรกใบเดียวแล้วอ่ะ และพอมีหลายใบมากเข้า ก็กลายเป็นความเคยชินว่า ก็แค่แบรนด์เนมอีกใบล่ะน่า... คิดว่าเป็นเพราะในใจเรารู้แล้วมั้งคะว่าแบรนด์เนมไม่ใช่ของที่ไขว่คว้ามาได้ยากสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว
ของเราถ้าได้มาแล้วยังตื่นเต้นนานอยู่ค่ะ เนื่องจากยังต้องแอบคุณสามีซื้อทุกใบค่ะ
และที่สำมะคัญคือ กว่าจะตัดสินใจซื้อได้นี่ก็ผ่านการตัดสินใจมานานเหมือนกัน
แต่พอตัดสินใจได้ มาหาในนี้กว่ามันจะได้ก็นานค่ะ เพราะคว้าไม่ค่อยทัน เปิดมาดูโดนเพื่อนๆสอยกันไปหมดแร๊ว
แต่ชิ้นที่ไหนที่ได้มาก็ตื่นเต้นตลอดเลยค่ะ ยิ่งตอนที่คุงสามีเห็นแล้วถามว่าซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร
ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีกค่ะ ยิ่งตอนนี้รอน้องบาลอง CP ใบแรกก็ยังอยากได้เร็วๆค่ะ 8O
เป็นเหมือนกันค่ะคุณ penne
เป็นค่ะ ตอนนี้ความตื่นเต้นมันสั้นจนเหลือแค่เวลาก่อนจ่ายตังค์เท่านั้น พอได้มาแล้ว ไม่เห่อเลยอ่ะ
อยากได้ความรู้สึกเดิมกลับมาเหมือนกันค่ะ สงสัยเราจะซื้อง่ายเกินไป ก็เลยมองเห็นคุณค่าของมันลดลง
สงสัยจะเป็นแบบเดิมได้ต่อเมื่อตังค์หมดมั้งคะ แบบว่าต้องเริ่มต้นเก็บตังค์ซื้อกันใหม่เลยอ่ะค่ะ
ของตั๊กนะคะ พออยากได้ นี่ใจจะขาด พอได้มาก็จะเห่อพักเดียว แล้วก็เก็บเข้ากล่องหรือไม่ก็แขวนไว้แล้วก็จะอยากได้ใบอื่นอีก เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ อาการนี้เกิดตอนเมื่อเว็บนี้ก่อกำเนิดขึ้นคะ เซ็งคะ เห็นใบนู้นใบนี้อยากได้ไปหมดเพราะเข้ามาดูทุกๆชั่วโมงคะ และเซ็งที่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อความสุขที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆหรือปล่าว อิอิ แต่มาพักหลังๆจะเน้นกระเป๋าที่คิดว่าซื้อแล้วมันใช้ได้คุ้มค่าไหม จุไหม วัสดุประเภทใดที่เราไม่ต้องจิตตกกับมันมากนักเวลาถือไปนู่นไปนี่ เพราะเราสอนหนังสือ มือนี่เปื้อนหมึกทุกคาบ ไม่ได้คะเดี๋ยวน้องเป๋าเสียโฉม ต้องเลือกกระเป๋าถูกใจและคิดว่าเช็ดหรือทำความสะอาดง่ายโดยเฉพาะหูจับคะ
เหมือนตอนมีแฟนเลยค่ะ แบบว่าคนแรกนี่สยิวกิ๊วมากมาย พอได้มาครอง(เป็นแฟน) ตื่นเต้นอย่างแรง ก่อนได้มาก็คอยมองแลวมองอีก พอเค้าขอเป็นแฟนก็อิดออดตัดสินใจอยู่เป็นนาน
แต่พอคนต่อมา ขอปุ๊ป วันรุ่งขึ้น ตกลงปั๊ป
คนถัดมา ขอปุ๊ป ตกลงทันที
คนถัดมา เริ่มๆ ไปอ่อยเหยื่อเค้าก่อนแล้ว มีส่งของไปให้ด้วย...
คนถัดมา ไม่ต้องขอแล้ว เราเริ่มเองเลย ฮ่า....
มันเป็นแบบนี้นี่เอง คนหลังๆ ได้มาก็แบบว่าชิวๆ ไม่เครียดๆ :lol:
คุณหมวย ไหงเป็นงั้นค่ะ :lol:
จิงแฮะ :oops:
ยังเป็นคนคิดแล้วก็เลือกพอควรกว่าจะซื้อแต่ละใบคะ เพียงแต่ตอนนี้ราคาต่อใบมันหนักขึ้นเรื่อยๆนะซิ คิดว่าคงต้องเริ่มเพลาๆลงแล้วเหมือนกัน ปีที่ผ่านมาสอยไปสิบกว่าใบแล้วอะ
ตอนนี้เลยต้องเอาไปปล่อยบ้าง ถ้ามีเป้าหมายใหม่รออยู่ เฮ้อ
"แต่ตอนนี้นะซิ..มันแบบ.. ระยะเวลาการตัดสินใจก้อสั้น และขาดวิจารณญาณ กร้ากกก ขนาดนั้นเลยนา "
เห็นด้วยที่สุดค่า k.penne สงสัยคงต้องจำศีลพักใหญ่เหมือนกัน
ความอยากนี่มันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆเลย เห้อออออ
ปล. พี่ปุยจ๋า ถ้ามีบาลองน่ารักๆ ปล่อยมาทางนี้อีกน๊า น้องรออยู่ :lol: :lol:
(ซะงั้นน่ะ) 55555
ฮ่าๆๆๆๆ เข้ามาขำคุณหนุ่ย :D :D ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเราจะเคยปรับทุกข์เรื่องนี้กันทางโทรศัพท์เนอะ
อืมมม....จ๋าก็เป็นล่ะคุณหนุ่ย เหมือนประหนึ่งว่าการซื้อแต่ละใบแต่ละครั้งมันจะ desesitize เราไปทุกทีทุกที เราตอบสนองต่อสิ่งเร้า(กระเป๋าและราคา) น้อยลง นั่นหมายถึงระยะเวลาการตื่นเต้นและพึงพอใจสั้นลง พร้อมๆกับยี่หระกับราคาน้อยลงด้วย (คือถึงกระเป๋าแพงขึ้น.. แต่ดิชั้นก็ไม่ mind ฮ้ะ กร๊ากกก) ฟังดูน่ากลัวเนอะ แต่จ๋าว่าถ้าคุณหนุ่ยกะจ๋ายังฉุกคิดแบบนี้ก็แสดงว่าเรายังมีสติอยู่บ้าง(ถึงแม้น้อยนิด)
ที่ผ่านๆมาเราก็ทำกันได้ดีนี่คะ ก่อนจะซื้อจะขายก็โทรปรึกษากันตลอด แต่ปรึกษากันยังไงไม่รู้
สุดท้ายสนับสนุนกันซะงั้น เอาเป็นว่าต่อไปถ้าจะซื้ออะไรเราต้องปรึกษากันให้เข้มข้นกว่าเดิมดีมั้ยคุณหนุ่ย :wink:
เข้ามายกมือขึ้นว่าเป็นด้วยอีกคนค่ะ
คอนก่อนซื้ออยากได้ม๊ากมากกกกกกกกกก พอได้มาก้อเก็บไว้ค่ะ หาใบต่อไปอีก อยากจะหายจากโรคนี้จังเลยค่ะ
เป็นเหมือนกันตอนอยากได้ กินไม่ได้นอนไม่หลับ :oops: พอได้มาก้อทะนุทะนอม แทบจะนอนกอด แอบเอามาลองถือก็อเคย (เพราะแอบสามีซื้อ) หลังจากนั้นก้อฝ่อไป :? แต่โชคดี จังเลยว่าตอนนี้ไม่คอยอยากได้อะไรเลยอ่ะ สงสัยอิ่มแหล่ะ แต่ตอนนี้พุ่งเป้าไปที่ นาฬิกาแทน อยากได้นาฬิกา กะลังจ้องๆอยู่เนี้ย :wink:
เราก็เป็น ทำให้บางทีรู้สึกเสียดายเงินอยู่เหมือนกัน บางทีใช้เวลาคิดนานก่อนซื้อ พอได้มาก็เห่อแป๊บๆ แล้วก็อยากขายอีก
โห เป็นโรคเดียวกันเยอะนะเนี่ย hehehe แต่อยากหายจังคะ ต้องทำงัยหนอ ใครมียาดีบอกหน่อยค้า :D
เป็นเหมือนกันค่ะ บางใบได้มาตื่นเต้นแค่คืนเดียว แล้วเก็บเข้าตู้นานเป็นเดือน
จนลืมว่าชั้นมีใบนี้ด้วยนะ
ต่อไปนี้เลยตั้งใจไว้ว่า ก่อนจะซื้อกระเป๋าใบใหม่จะตีลังกาคิดหลาย ๆ รอบ
เอาแบบว่าเก็บไปนอนฝันหลายคืน ถึงจะตัดสินใจซื้อ
พอได้มาก็จะรู้สึกตื่นเต้นภูมิใจ ให้เค้าอยู่กับเรานาน ๆ ไม่ใช่ใช้ไม่กี่ครั้งแล้วก็ขายออก
เอาเงินไปต่อใบใหม่
ดีป่าวคะคุณหนุ่ย :oops:
ปล. แอบจับได้แล้วว่าที่ปรึกษาในการชอปกระเป๋าของพี่จ๋าคือคุณหนุ่ยนั่นเอง ไม่มีห้ามกันเลย มีแต่ยุส่ง