สืบเนื่องจากจะมีงานแต่งงานเกิดขึ้น
ทางบ้านฝ่ายจูนเป็นฝ่ายชาย ได้พูดคุยกะฝ่ายญ. เรื่องค่าตัวเรียบร้อยแล้ว
ซื้อแหวนแต่งงานแล้ว เริ่มติดต่อสถานจัดเลี้ยงแล้ว
และที่สำคัญ... เมื่อวันที่ 31 มีนา ไปจองแพคเกตแต่งงานไว้แล้วด้วย
จ่ายค่ามัดจำไปครึ่งนึง ด้วยเงินสด 28,500 ฿
ต่อมาเย็นวันที่ 1 เมษา แม่จูนโทรมาบอกว่า จู่ๆ ฝ่ายญ. จะไม่แต่ง
ขอยกเลิก ทั้งๆ ที่ทราบว่าตรงนี้จัดการไปบ้างแล้ว
จะเรียกว่าพี่ชายจูน กะ ผู้ญ. "เลิกกัน" ก็ใช่ค่ะ
*** เหตุผลอะไรนั้น ไม่ทราบจิงๆ ค่ะ
อันนี้เกริ่นมาพอสมควร ขอเข้าประเด็นเลยนะคะ
ตอนค่ำวันที่ 1 จูนก็ได้รีบโทรติดต่อกลับไปทาง Sale ว่าเกิดปัญหาตรงนี้
โทรไป 2 เบอร์ที่เค้าให้ เค้าบอกที่นี่มีกัน 2 คน ญ. 1 ช. 1
หลายรอบเหมือนกันนะคะ จนฝ่ายช.รับสาย
จูนเลยบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เค้ารับทราบ แล้วต้องการบอกเค้าว่า
ขอคืนเงินได้มั๊ย หักไป 10-15% ค่าเสียเวลาไป ก็ไม่ว่ากัน
เค้าก็บอกว่าเด๋วให้ผู้ญ. อีกคนติดต่อกลับไป ตอนนี้เค้าไม่สะดวก จูนก็ ok รอ..
จนบ่ายวันที่ 3 จูนเลยโทรไปตามอีก ไม่รับซักเบอร์
หยิบเอกสารการซื้อขายกันมาดู เลยโทรตามไปที่บริษัท บอกมีเรื่องจะคุยกะ Sale คนนี้
Sale ญ.ก็โทรกลับมา เค้าบอกว่าเค้าเข้าใจ ขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้มั๊ย
เช่น จูนถ่ายรูปครอบครัว หรือ ตัดชุดร้านเค้า
แต่ พี่สาวจูนอยู่ออส พ่อเพิ่งเสียได้ 2 ปี พี่ชายตั้งแต่เกิดเรื่องก็บ้าๆ บอๆ
คุณแม่ก็เครียดไม่ใช่น้อย ไม่มีใครอยากถ่ายรูปครอบครัวหรอกค่ะ
เค้าก็บอกว่า เด๋วจะติดต่อกะทางผู้จัดการดู แล้วจะติดต่อจูนกลับมาว่าผลจะเป็นยังไง
จูนก็ ok รอก็รอ..
จากวันที่ 3 ถึง 19 ไม่มีวี่แววกาารติดต่อกลับมาเลยแม้แต่น้อย
ช่วงปลายๆ วันที่ 17 จูนได้ปรึกษากะผู้ใหญ่ถึงเคสนี้
ว่าจะเอายังไงดี เค้าไม่ติดต่อกลับมาเลย
เพื่อนจูนที่เคยเป็น Sale ก็บอกว่าร้าน wedding ไม่มีวันหยุดนะ
จูนก็เริ่มไม่ไหวละ จะเอายังไงก็ไม่โทรมาบอก ถ้าอยากให้เราเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น
ก็คุยกันหน่อยสิ ปล่อยเรารอๆๆๆๆ มันทำให้จูนไม่มีใจจะรับร้านเค้าได้อีกอ่ะค่ะ
(ขนาดเพื่อนจูนจะแต่งงาน เค้าเหมือนจะสนใจแพคเกตนี้
จูนยังไม่กล้าแนะเลย..
ถึงเวลาจิงๆ จะตามงานรึป่าวก็ไม่รู้ จะบริการดีเหมือนตอนโน้มเราซื้อกะเค้ารึป่าว?)
แม่จูนเองก็ไม่อยากมีปัญหา คือ จะหักค่าเสียเวลาก็หักไป ไม่ว่ากัน
เพราะเรายกเลิกแค่ 1 วันเท่านั้นหลังจ่ายเงินไปแล้ว
แล้วทางจูนเองก็ไม่ตั้งใจให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นด้วย
ผู้ใหญ่เลยแนะทนายให้อ่ะค่ะ ทางทนายก็บอกว่าสัญญาที่จูนทำกะทางร้าน
เป็นสัญญาที่ทางร้านกระทำฝ่ายเดียว คือเค้ามีสิทธิ์ยกเลิกได้ตลอด
อีกอย่างหลังจ่ายเงินไป จูนกะทางร้านยังไม่ได้มีการเริ่มงานบริการกันเลย..
วันที่ 19 จูนเลยบุกค่ะ บุกไปร้าน wedding กะคุณพ่อคุณแม่เพื่อน พร้อมน้องเพื่อน และแม่จูน
**ที่ต้องเอาคนไปเยอะ เพราะ ด้วยค.ที่จูนยังเด็ก และไม่รู้ บางทีการคุยเรื่องสำคัญๆ
อาจไม่บรรลุจุดประสงค์ได้ เลยต้องนำผู้ใหญ่ที่มีค.น่าเชื่อถือไปเจรจาด้วย
พอไปถึงปุ๊บ ป๊ะกะ Sale ช. เค้าก็ตกใจที่เห็นจูน แล้วถามจูนว่า
" มายังไงคะ ไม่เห็นโทรมาบอกก่อนเลย "
( แม่ง.. ถ้าโทร คุณจะอยู่รึ บอกจะโทรกลับมา ก็ไม่โทร )
จูนเลยบอกไปยิ้มๆ พร้อมงัดวิชาการแสดงที่เรียนจบมาใช้วันนี้โดยตรงเลยค่ะ
" ถ้าโทร แล้วจะเจอกันมั๊ยล่ะคะ บอกจะติดต่อกลับมาก็เงียบหาย เลยต้องมาถึงที่แล่ะค่ะ "
...............
ณ. ร้าน wedding ** จำลองเหตุการณ์อย่างย่อ
ทางร้านให้ฝ่ายจูนนั่งรอ พร้อมทั้งปิดห้องซักแป๊บเหมือนคุยอะไรกันซักอย่าง
ก่อนเข้ามากะ Sale ช. พร้อมผู้ญ.คนนึง ซึ่งแนะนำกะฝ่ายจูนว่าเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ
** ขอเรียกชื่อเลยนะคะ ชื่อ หนุ่ย
หนุ่ย : ทางฝ้ายก็ได้ทราบมาว่าคุณจูนเกิดเหตุการณ์แบบนี้
แต่ทางเราไม่สามารถคืนเงินให้คุณได้ เพราะ การที่คุณรูดบัตร มันคงคืนเลยไม่ได้
จูนสวนเลยค่ะ ===> ขอโทษนะคะ จูนจ่ายสดค่ะ ซื้อบ้านก็จ่ายสด ไม่เคยใช้บัตรค่ะ
( ไหนว่าทราบเรื่อง ตอบไรมาหนิ.. ฝ้ายมีชะงักด้วยอ่ะ )
จูนก็ได้บอกไปว่าที่มา เห็นว่าเงียบหายไป ไม่อยากให้ทิ้งไว้นาน อยากให้มันจบๆ
ทางนั้น เค้าก็พยายามที่จะให้เปลี่ยนเป็นแพคเกตอื่น แต่ยังไงก็คืนเงินไม่ได้!!
ซึ่งจูนเองก็ชอบผลงานกะทางร้านเค้านะคะ แต่เรื่องการบริการเนี่ย ไม่เอาอ่ะค่ะ
ถ้าจูนเปลี่ยน ต้องมาร่วมงานกะเค้า จูนเองต้องโทรนัดตามเค้าเองหมดเลยหรอคะ
บอกตรงๆ ไม่มีใจให้กะบุคลากรของทางร้านแล้วจิงๆ
ทาง Sale ช. ก็ได้ตอบกลับมาว่าที่หายไป เพราะ ร้านปิดสงกานต์
จูนเลยแย้งคำพูดเพื่อนจูนไปว่า ทราบมาว่าร้าน wedding ทำงานกันไม่มีวันหยุด
(Sale กะ ผู้ช่วยชะงักไปอีก 1 ดอก.. )
ทีนี้ทางคุณพ่อเพื่อนก็ได้คุยกะฝ้ายเกี่ยวกะการไกล่เกลี่ย
ว่าถ้าทางร้านไม่ยินยอม ทางฝ่ายจูนคงต้องเข้ากระบวนการกฏหมายนะ มีสคบ.เข้ามาด้วย
ก็เลยบอกเค้าว่าขอคำตอบภายในวันพุธว่าตกลงจะเอายังไง
ให้เค้าโทรกลับหาจูน
รุ่งขึ้นหนุ่ยโทรมา บอกว่าเค้ามีทางเลือกให้จูน 1 ทาง คือ
จะลงขายให้ใน weddingsquare แต่ ลงเบอร์จูน ใครสนใจคุยกะจูนเองเลย
(จูนก็แบบ ให้ชั้นขายเองเนี่ยนะ ไม่เอาหรอก)
ก็บอกกะหนุ่ยไปว่า จูนไม่ให้เบอร์ใครพร่ำเพรื่อ แล้วก็ไม่อยากจะนั่งพูดเรื่องการซื้อขายอีก
ซึ่งทางทนายจูนก็ได้แนะนำให้จูนไม่ต้องคุยกะหนุ่ยแล้ว
เค้าจะยื่นเอกสารไปทางบริษัท wedding ซึ่งปัจจุบันยื่นไปแล้ว
กำลังรอว่าถ้าเงียบ คงขึ้นศาลต่ออ่ะค่ะ
ทีนี้อยากจะถามว่า จูนมีโอกาสชนะมั๊ยคะ ควรทำยังไงดี???
เงินก็ไม่ใช่บาท 2 บาท สงสารแม่อ่ะ
***การเล่าเรื่องอาจไม่ราบรื่นเท่าไหร่ก็ขออภัยนะคะ
เรามีประสบการณ์เรื่องคล้ายๆแบบนี้ค่ะคุณจูน...
แต่ของมิ้งค์เป็นแบบที่ไปทำสัญญาเป็น สมาชิกกับทางบริษัทเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอ่ะค่ะ (แบบว่าจ่ายค่าสมาชิกให้ครบประมาณสองแสนค่ะ.....ตอนทำไปบ้าไหมเนี๊ยะ..) แต่พอเป็นสมาชิกแล้วจะสามารถเที่ยวในโรงแรมในเครือที่อยู่ทั่วโลกได้ปีละ 7วันฟรีอ่ะค่ะ เป็นเวลา 25 ปี (มาถึงตรงนี้เพื่อนๆบางคนคงจะเคยได้ยินมาบ้าง) แต่ของมิ้งค์ก็เกิดเรื่องขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้บริการเลยค่ะ แบบว่าพอเราจ่ายเงินครบได้เป็นสมาชิกของเค้าแล้ว (ของมิ้งค์จ่ายก้อนเดียวเลยค่ะ...บ้าไหมเนี๊ยะ) เค้าก็ให้พิเศษคือให้ไปใช้บริการฟรี 7 วันในโรงแรมในเครือที่อยู่ในไทย มิ้งค์กับแฟนก็เลยเลือกไปที่สมุยค่ะ (ประมาณว่าเลือกที่โรงแรมแพงสุดอ่ะ..แล้วก็ไม่เคยไปกันมาก่อน) อ้อ..ลืมบอกไปว่าที่มิ้งค์ยอมเป็นสมาชิกในราคานี้เพราะว่าทางเซลล์บอกว่าเป็นสมาชิกในแบบ villa 1 bedroom อ่ะค่ะ (คือเวลาไปพักในรีสอร์ทหรือโรงแรมเราจะได้พักแบบวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แล้วก็จะเป็นบ้านหลังๆ มีส่วนครัว ห้องรับแขก ห้องนอน แยกออกจากกันอ่ะค่ะ หรือถ้าไปพักในโรงแรมที่ไม่มีวิลล่าแบบนี้เราก็ต้องไปเป็นแบบห้องสูทค่ะ...อันนี้เราเข้าใจในตอนที่เซลล์เค้าขายให้เราเป็นแบบนี้ค่ะ เรากับแฟนก็เลยจ่ายค่าสมาชิกให้หมดเพราะอยากไปใช้บริการเหลือเกินค่ะ..ตอนนั้นอยากไปพักที่ SUN CITY ที่แอฟริกาให้มากๆๆๆ แล้วที่นี่ก็มีให้เลือกด้วยก็เลยแบบว่า..คิดว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มใช้แค่ ปีเดียวได้พักฟรี 7 วันก็คุ้มแล้ว..ประมาณนี้ค่ะ)
แต่แล้วเรื่องก็เกิดตั้งแต่ไปครั้งแรกที่สมุยค่ะ คือเราไปถึงไฟล์เช้าสุดถึงสมุยตั้งแต่ 7 โมง ก็นัดรถโรงแรมมารับอย่างดี แต่สนามบินที่สมุยมันสวยดีอ่ะค่ะ เราเดินออกมาก็เข้าห้องน้ำ ถ่ายรูปไปตามเรื่อง พอเดินออกมาก็ไม่เจอรถ คนขับรถของโรงแรมอื่นบอกว่ารับแขกฝรั่งแล้วกลับโรงแรมไปแล้ว...เราก็แบบว่าต้องโทรไปโรงแรมให้เค้าเอารถมารับอีกรอบ เสียเวลาไปอีก พอไปถึงก็มีจนท.ฝรั่งที่ดูแลสมาชิกแบบเราอยู่ที่นี่ก็บอกว่าจัดห้องไว้ให้แล้วเดี๋ยวเข้าห้องได้เลย แล้วเค้าจะมาแนะะนำกิจกรรมที่จัดไว้ให้เลือกทำอีกที ให้พักผ่อนก่อน เราก็แบบว่าประทับใจในจนท.ฝรั่งคนนี้มาก เราก็รอโรงแรมจัดห้องตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง เราได้เข้าห้องตอนเที่ยวอ่ะ...ไม่น่าเชื่อ เรากับแฟนเหนื่อยมาก ง่วงมาก แบบมาตื่นมาขึ้นเครื่องตั้งแต่ตี4 กว่าห้องจะจัดเสร็จ อย่างนี้ก็ไม่น่าให้ความหวังเราเลยว่าจัดห้องให้แล้วรอเดี๋ยวเดียว สรุปเราก็รอเพราะกะว่าเดี๋ยวค่อยไปว่ายน้ำที่สระส่วนตัวซะเลย ปรากฎว่าไอ้ห้องที่ให้รอสามชั่วโมงเนี๊ยะ (ล็อปบี้ไม่มีแอร์นะค่ะ...แบบว่าร้อนสุดๆ) มันเป็นห้องแบบ one bedroom จริงค่ะแบบที่อยู่ลึกเข้าไปหลังเขาอ่ะค่ะ ไม่ใช่วิลล่าที่อยู่หน้าๆเห็นทะเลนะค่ะ เราก็เลยงงค่ะแถมตรงบริเวณห้องพักเราที่อยู่ด้านหลังสุด มีก่อสร้างค่ะ แบบว่ารร.เค้าสร้างข้างหน้าไล่มาข้างหลังไงค่ะ bell boy แอบบอกเราเลยค่ะ ว่าพี่เปลี่ยนห้องเถอะอยู่ไม่ได้หรอกตรงนี้ ทางรร.ชอบให้เอาแขกคนไทยมาอยู่แถวๆนี้ เพราะคนไทยไม่ค่อยกล้าขอเปลี่ยน เรากับแฟนก็บอกว่าต้องเปลี่ยนอยู่แล้วเพราะไม่ใช่ห้องที่เราควรได้อยู่แล้ว ก็กลับไปล็อบปี้ค่ะ คุยกันอีกทางรร.ก็ให้จนท.ฝรั่งมาคุย เราก็บอกว่าเราซื้อแบบวิลล่านะไม่ใช่แบบนี้ (ซึ่งเค้าก็บอกว่าปกติเท่าที่เค้ารู้ บริษัทจะไม่ขายสมาชิกแบบวิลล่าให้คนไทยนะ เพราะว่ามันแพงมาก ... ไม่ใช่ราคานี้แน่นอน)เค้าก็ติดต่อโทรไปทางกรุงเทพขอสำเนาสัญญษของเรา ปรากฎว่าเป็นแบบ one bedroom เฉยๆ เราก็แบบว่างานเข้าเลย ทางจนท.ฝรั่งคนนี้ก็บอกว่าทางเซลล์ขายให้คุณไม่ถูกต้องคุณสามารถยกเลิดสัญญาได้เลยนะ เพราะมันไม่ใช่แบบที่คุณต้องการ กลับไปทางกท.แล้วก็ขอยกเลิกได้เลยที่ออฟฟิช เราก็เลยถามว่าแล้วทีนี้จะให้ทำยังไงเรื่องห้องพัก เค้าก็บอกว่าเค้าให้พักฟรีเหมือนเดิมแต่เป็นห้องแบบที่พาเราไปนะ แต่เปลี่ยนเป็นห้องที่เสียงดังน้อยที่สุดให้...เรากับแฟนก็แบบว่าเอาเถอะ..ใกล้ตายแล้วทั้งร้อน ทั้งหิว ทั้งง่วง กว่าจะได้เข้าห้องก็บ่ายสองแล้ว...เหนื่อยมาก สรุปเราก็เลยไม่ได้ไปทำกิจกรรมกับทางสมาชิกอะไรเลย..แบบว่าเสียความรู้สึกว่าโดนหลอกอ่ะค่ะ
พอกลับมาที่กท.ก็ติดต่อไปที่ออฟฟิช เค้าก็นัดให้เรามาคุยอยู่หลายรอบ บอกว่าจนท.ทางสมุยก็ส่งเรื่องมาให้แล้วด้วย เราก็ต้องเล่าเรื่องนี้ประมาณเกือบสิบรอบ ไปออฟฟิชคุยกับทั้งคนไทยทั้งฝรั่งอยู่ 3-4 รอบ (แฟนเราก็ไปด้วย) เค้าก็เสนอให้เปลี่ยนเป็นแบบนู่นแบบนี้ทั้งเพิ่มเงินทั้งคืนบางส่วน สรุปเราก็บอกว่าขอยกเลิกอย่างเดียว (ประมาณว่าเพิ่งมารู้ตัวว่าแค่ในไทยยังวุ่นวายขนาดนี้ กลัวอ่ะว่าไปใช้ที่เมืองนอกจะวุ่นวายหนัก...ไปแบบเดิมๆอ่ะดีแล้ว) เค้าก็สรุปมาว่าคืนเงินให้ไม่ได้ให้เราไปฟ้องสคบ.เอา....งานเข้าค่ะ แฟนก็ไปฟ้องสคบ. ไปๆมาๆอยู่ซัก 4-5 รอบค่ะ เค้าจะมีจม.แจ้งมาให้ไปเจอกับคู่กรณีค่ะ ... อันนี้ให้เราไปทุกรอบที่เค้าเรียกนะค่ะ พยายามหน่อยค่ะ ใช้เวลาไม่นานครึ่งชม.ก็เสร็จ ให้จนท.สคบ.เค้าซักลงข้อมูลอ่ะค่ะ สรุปทางบริษัทเค้าก็จะยอมในที่สุดค่ะ เพราะทางบริษัทเค้าจะไม่อยากขึ้นศาล ประมาณว่าบางทีเราก็ให้แฟนไปคนเดียวค่ะ ในที่สุดเค้าก็เอาเช็คมาให้แต่ไม่เต็มจำนวนที่เราจ่ายไปหรอกค่ะ เหลือแค่แสนสาม แต่แฟนก็โอเคแล้วค่ะ บอกว่าได้คืนดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ถือว่าเป็นค่าห้องพักที่สมุย คืนละหมื่นสอง ....โดนค่ะ
ยังไงก็ขอให้ทางคุณจูนได้เงินคืนมาบ้างนะค่ะ แต่ทางเราต้องยืนยันค่ะ ว่าจะไม่ยอมความถ้าไม่ได้คืนเป็นเงินที่ทำสัญญาค่ะ ยืนยันตรงนี้กับทางสคบ.ค่ะ เสียเวลาหน่อยค่ะ ... มิ้งค์ขอเอาใจช่วยนะค่ะ
นุ้ยแนะนำให้ไปทำบุญ ก่อน การทำคดีความนะคะ และอุทิศส่วนกุศลให้เค้า ทำบูญกรวดน้ำให้เจ้ากำนายเวร จะได้ตังคืนค่ะ อาจช่วยได้เนอะ ทางใจ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
[SIZE="4"]เป็นกำลังใจใ้ห้คุณจูนนะคะ
สู้ สู้:!:
อ่านข้อความทั้งหมดแล้ว รู้สึกเห็นใจคุณจูนและคุณแม่มากค่ะ
แม้หวานจะแนะนำอะไรให้ไม่ได้
แต่ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ^__^
เป็นกำลังใจให้คุณจูน คุณแม่ด้วยนะค่ะ
[SIZE="5"]อยากช่วยอ่ะ แต่ไม่รู้กฎหมายเท่าที่ควรอ่ะจิ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ที่บ้านโอ๋ คุณน้องชายคงไม่ให้เอาทนายเข้ามาเกี่ยวหลอก
เอานักเลงไปขู่มากกว่า:D
แบบว่า เอาสะใจจจจ:D:D
เอาใจช่วยค่ะคุณจูน
จริงๆน่าลองไปตั้งกระทู้ในพันทิปนะคะ
เห็นกระทู้ร้องเรียนเเต่ละอันที่ตั้ง..ทางร้านหรือพนักงานคู่กรณีที่มีปัญหารีบบบร้อนจัดการให้ทันทีเลยค่ะ
บางทีอาจไม่ต้องเสียเวลาร้องสคบ.ด้วยซ้ำ อันนี้เเค่ลองเสนอดูนะคะ
ยังไงประเด็นคือเรายอมถูกหักเงินก็เเล้วเเต่ทางร้านหรือพนักงานมากกว่าที่มีปัญหาอยากทำยอดไม่ยอมคืนเงิน
เเล้วมาอ้างให้เราไปฟ้องร้องเอาอย่างนี้มันไม่ค่อยสวยเลยอ่ะค่ะ
ผลงานส่วนผลงานเเต่ปัญหาของเราก็ต้องรีบเเก้ไขให้ด้วยค่ะไม่งั้นผลงานที่ผ่านมาก็ไม่มีค่าหรอก =(
..ยังไงก็เอาใจช่วยพี่น้องในSBN.ค่ะ
คุณจูน........
สู้โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย;)
[SIZE="3"]เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆนะค่ะ
ขอให้เรื่องจบลงด้วยดีค่ะ;)
ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยอ่ะ
แต่ยังไงก็เอาใจช่วยคุณจูนนะคะ
ขอให้เรื่องจบลงด้วยดี และได้เงินคืนนะคะ :D
Originally Posted by wannit
อยากช่วยอ่ะ แต่ไม่รู้กฎหมายเท่าที่ควรอ่ะจิ เป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ที่บ้านโอ๋ คุณน้องชายคงไม่ให้เอาทนายเข้ามาเกี่ยวหลอก เอานักเลงไปขู่มากกว่า:D แบบว่า เอาสะใจจจจ:D:D จิงๆ จูนอยากทำมากกว่านั้นด้วยสิ แต่เกรงใจผู้ใหญ่อ่ะ *** ส่วนพี่ๆ เพื่อนๆ ค.เห็นข้างบน ขอขอบคุณมากๆ นะคะ แอบซึ้ง^^ เค้าไปดูหมอมา เห็นบอกว่าชนะแหง.. ถ้าชนะจิงๆ จะมารายงานนะคะ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงเมื่อไหร่ล่ะสิ (-_-')
แบบนี้ฟ้อง สคบ ได้ค่ะ
ได้เงินคืนกันเป็นแถบค่ะ
เราอ่านมาเราเข้าใจว่าเศรษฐกิจไม่ดี ร้านคงจะโดนกระทบ เค้าไม่ต้องการ refund
แต่คุณจูนก็ใจดีให้เค้าหักเงินได้ ต่อให้จ่ายบัตรเครดิตก็คืนตังได้
สรุปบ่ายเบี่ยง ไม่รับผิดชอบ แถมปล่อยให้รอประมาณ ๒๐ วัน เสียเวลานะเนี่ยะ
จะเอาไปขายต่อเพื่อน เกิดมันรับผิดชอบงานเพื่อนไม่ดี เค้าโทษเราไม่เลิกแหงมๆ
ลุย คุณจูน
ปล. ไม่ต้องเอาธรรมะเข้าข่มแล้ว ลุยยยยยยยเลย
Originally Posted by wannit
อยากช่วยอ่ะ แต่ไม่รู้กฎหมายเท่าที่ควรอ่ะจิ เป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ที่บ้านโอ๋ คุณน้องชายคงไม่ให้เอาทนายเข้ามาเกี่ยวหลอก เอานักเลงไปขู่มากกว่า:D แบบว่า เอาสะใจจจจ:D:D ยืมไปขู่ที่บ้านมั่งได้ป่ะ....อากงโดนโกงเป็นล้านเลยคนโกงก็ยังไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย
ไม่ได้ทำสัญญา มีแต่มาเอาเงินลงชื่อ...ไม่มีใครทำไรได้เลยเราได้แต่เสียดายเงิน แต่ก็ไม่มีปัญญาทำไรเหมือนกัน เคสคุณจูน ลองดูใบรับ หรือใบเสร็จ หรือเอกสารที่ wedding เค้าออกให้ได้ไหมอ่ะว่ามันมีเขียนอะไรบ้าง พอจะเอาทางไหนมาคุยได้บ้าง แล้วลองแบบว่าขู่ ๆ ดูประมาณจะส่ง email จะร้องเรียน ให้เค้าเสียหาย เสียชื่อเสียง เค้าน่าจะรักษาชื่อเสียงเค้านะ เพราะยังไงธุรกิจเค้าก็ยังอยู่
แทนที่จะไปประกาศขายใน Wedding Square
โก้ว่า ไปประกาศความไม่รับผิดชอบของร้านนี้ดีกว่าค่ะ
เพื่อนๆ ท่านอื่นจะได้ไม่เผลอหลงเป็นเหยื่อ
ส่วนเรื่องเงิน ลองปรึกษา สคบ. ดูนะคะ
สัญญาไม่เป็นธรรม ถ้าจำไม่ผิด ไม่สามารถถือเป็นสัญญาได้อ่ะค่ะ
แต่ไม่ได้เรียน กม. มา ลองปรึกษาทนายที่คุณจูนติดต่ออยู่ดีกว่านะคะ
น่าจะให้คำแนะนำได้ดีกว่าอ่ะค่ะ
ตอนนี้ก็แอบร้อนใจอยู่เหมือนกันค่ะว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว
เงียบจัง...
(อยากลงชื่อร้านจัง กลัวผิดกฏ .. ไม่อยากให้คนในนี้โดนหลอก เหอเหอ)
อยากให้จบไวๆ ไม่เกิน 2 เดือนยิ่งดี
เค้าจะได้โกอินเตอร์ซะที ห่วงแม่อ่ะ
Originally Posted by JuNeJuNe
ตอนนี้ก็แอบร้อนใจอยู่เหมือนกันค่ะว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว เงียบจัง... (อยากลงชื่อร้านจัง กลัวผิดกฏ .. ไม่อยากให้คนในนี้โดนหลอก เหอเหอ) อยากให้จบไวๆ ไม่เกิน 2 เดือนยิ่งดี เค้าจะได้โกอินเตอร์ซะที ห่วงแม่อ่ะ ไปลงชื่อร้านไว้ในห้องร้องเรียนเลยร้องจูน หนอยแน่ะเห็นแกตัวสุดๆ
[SIZE="4"]อ้อยเข้าปากช้างไปแล้วคงยากที่มันจะคายออกมา:(
ยังไงก็ขอให้ได้เงินคืนไวๆนะคะ
Originally Posted by srichardson
ไปลงชื่อร้านไว้ในห้องร้องเรียนเลยร้องจูน หนอยแน่ะเห็นแกตัวสุดๆ ห้องนั้นไม่ใช่ให้ลงเกี่ยวกะการร้องเรียนซื้อขาย brandname หรอคะพี่นีน่า เอาเป็นว่าถ้าลงในนี้ได้ จูนจะลงเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ในนี้ค่ะ แต่ถ้าลงไม่ได้ PM ถามได้นะคะ
ยอมเสียเวลาไปสคบ.หลายรอบหน่อยนะคะ
เราเคยมีเรื่องกับ
www.hotelsthailand.com เรื่อง confirm ห้องพัก ซึ่งเราไม่ได้รับ email ที่เป็น confirmation จากเค้า แต่เค้าก็ยืนยันว่าส่ง email มาให้แล้ว ดังนั้นตามกฎของ website หากมีห้องว่าง จะทำการตัดบัตรเครดิตทันที เราก็เถียงเค้าว่าก็เราไม่ได้รับ email ว่ามีห้องพักว่างจากคุณ แล้วเราจะทราบได้ไง ทาง website มันไม่แคร์ มันอ้างแต่กฎของ website มันอย่างเดียว
เราไปฟ้องสคบ แต่เค้านัดไปหลายรอบจนเกรงใจเจ้านายที่ทำงานเพราะช่วงนั้นก็งานเยอะ ก็เลยต้องยอมจ่ายให้ hotelsthailand ไปเป็นค่าห้องพัก (ที่เราไม่ได้พัก) 2 พันกว่าบาท ก็ถือว่าซวยไปและซื้อประสบการณ์ว่าหากจองห้องพักหรือตั๋วผ่านเวบไซต์ ถ้าไม่มี response จาก website ใน 1 วันทำการเราก็ต้องโทรติดต่อเองดีกว่า
สู้เค้านะคะ เงินไม่ใช่น้อยๆ