พี่ๆๆใน sbn มีใครทำงานอยู่บริษัท Agency หรือ Production House บ้างไหมครับ
โดย louisvuitton
louisvuitton
#1
:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p:p

คือว่าอีกไม่ถึง 3 เดือน ก็จะจบมหาวิทยาลัย แล้วครับ

ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไงเลยครับ

เศรษฐกิจ ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดีด้วย

อยากจะให้พี่ๆ ช่วยแนะนำหน่อยครับ เห็นมีพี่ๆหลายคน ทำอยู่เลยอยากจะขอคำแนะนำ

อยากรู้ตั้งแต่

เราจะหาที่สมัครงานได้ที่ไหน เว๊บไหน หรือ เราต้องบุกไปที่บริษัทนั้นเลย หรือโทรไปก่อนดีครับ

แต่งตัวแบบไหนไปสมัครงาน

ต้องเตรียม ผลงานที่เคยทำสมัยเรียน เน้น ส่วนไหมมากที่สุด

แล้วเด็กจบใหม่ ควรทำตำแหน่งอะไรเป็น ตำแหน่งแรก เห็นส่วนใหญ่ทำงานเป็น AE

งั้นขอแนะนำตัวหน่อยนะครับ

ผม เรียน คณะ นิเทศศาสตร์

สาขาเอก การสร้างสรรค์งานโฆษณา creative
สาขาโท การประชาสัมพันธ์ PR

ใช้โปรแกรม Illustrator Photoshop ได้ดี หรือผมต้องไปเรียนเพิ่มแบบ หาใบรับรองหรือเปล่าว

แต่ผมไม่ได้ฝึกงาน นะครับ เพราะที่มหาวิทยาลัย ไม่ต้องฝึกงานก็จบ
หรือผมต้องไปฝึกงานก่อนดี เพื่อหาประสบการณ์ หรือทำงานเลยดีกว่า


ไงพี่ๆ ใน SBN ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ





ขอบคุณครับ:D
ขอบคุณพื้นที่ SBN ด้วยครับ:D
cocoa
#2
ง่า ไว้จะลองถามเพื่อนๆ ดูนะคะ

ส่วนเรื่องการสมัครงานขอแนะนำในเรื่องทั่วๆ ไปละกันนะคะ

การสมัครงาน
การสมัครงานส่วนมากมี 3 แบบ คือ

1. walk-in คือเดินถือ resume+port เข้าไปตรงๆ เลย
วิธีนี้ ตะก่อน (ในเมกา พี่ไม่ทราบในไทยนะคะ) ถือว่าเป็นการแสดงเจตนามุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงาน และมั่นใจในความแน่ของตัวเอง ซึ่งปัจจุบัน ไม่อยากแนะนำค่ะ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าคุณเห็นตัวเองเป็นใหญ่ เดินดุ่มๆ เข้าไปไม่ได้คำนึงถึงว่าอีกฝ่ายเค้าจะว่าง หรือเค้ามีธุระอยู่หรือเปล่าเลย น้อยครั้งมากในปัจจุบัน ที่จะได้สัมภาษณ์กับคนที่คุณควรจะคุยด้วย สุดท้ายมักจะจบด้วยว่าคุณยื่นเอกสารให้ฝ่ายบุคคล และคนข้างในก็จะบ่นกันว่า ... ทำไมไม่มีมรรยาทเลยเนี่ย ... ประมาณนี้อ่ะค่ะ

2. email / mail resume + port ให้ฝ่ายจัดหาบุคลากร
วิธีนี้เป็นการหว่านที่เร็วที่สุด เพราะทำไว้หลายๆ copy เปลี่ยนแค่หัวจดหมายแนะนำตัวให้เกี่ยวเนื่องกับแต่ละบริษัท แล้วส่งออกไป อันนี้จะเหมือน mass product คือเน้นปริมาณ โอกาสในการที่เค้าจะเรียกสัมภาษณ์ค่อนข้างต่ำ เพราะบางครั้ง ทางบริษัทจะรู้สึกว่า เป็นแค่หนึ่งในหลายๆ บริษัทที่คุณสนใจ ไม่ได้เป็นบริษัทที่คุณสนใจที่สุด วิธีแก้คือ หลังจากส่งไปซักสามสี่วัน (อันนี้ขึ้นกับว่าส่งแบบไหน และน่าจะถึงเมื่อไหร่นะคะ) ก็ให้โทรไปตามกับบริษัทที่ได้ส่งไป ถามด้วยความสุภาพว่า เราสนใจทำงานกับเค้าจริงๆ และได้ส่งตัวอย่างผลงานมาให้พิจารณา ถ้าจะขอสัมภาษณ์ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหม หรืออะไรประมาณนี้ ด้วยความสุภาพนะคะ เพราะบางครั้ง เราไม่รู้ได้เลยว่าคนรับโทรศัพท์เราเป็นใคร อาจจะไม่ใช่แค่โอเปอเรเตอร์เฉยๆ อาจจะเป็น "คุณโอเปอเรเตอร์" สำหรับบริษัทนั้นเลยก็ได้ ความสุภาพเป็นสิ่งที่คนทั่วไปนิยมค่ะ

3. find point of contact ติดต่อคนที่อยู่ในบริษัทนั้นๆ ก่อน
วิธีนี้น่าจะนิยมที่สุดในโลกปัจจุบัน หรือบางครั้งจะเรียกระบบเส้นสายก็ว่าไป ทางนี้มีโอกาสมากที่สุดในหลายๆ ทาง เพราะจะเหมือนว่าเราได้คนในบริษัทรับรองให้ ทางนี้ ถ้าไม่รู้จักใครเลยในบริษัท ให้ติดต่อผ่านคุณโอเปอเรเตอร์นี่แหละค่ะ โทรไปบอกว่า สนใจติดต่อสมัครงาน ถ้าเค้าบอกว่าไม่รับ ค่อยใช้วิธีที่สอง (ถ้าอยากสมัครจริงๆ นะคะ) แต่ถ้าเค้าเปิดรับอยู่ เค้าจะแจ้งข้อมูลที่ควรทราบ และวิธีการสมัครที่ทางบริษัทเค้าต้องการให้ทราบ ปฎิบัติตามนะคะ เพื่อความสะดวกของบริษัทและตัวน้องเอง ถ้าเค้าให้ส่งผลงาน A4 ก็ส่ง A4 อย่าไปคิดเอาเองว่า เด๋วเค้าจะไม่เห็นความเก๋าเลยส่ง A1 ไปจะได้เห็นชัดๆ หลายๆ ครั้ง ความเก๋ากลายเป็นความเกรียน และผลงานนั้นก็ลงตะกร้าไปเพราะคุณไม่สามารถปฎิบัติตามกฎระเบียบขั้นต่ำได้ นอกจากนั้น เมื่อติดต่อบริษัทใด ควรรบกวนถามชื่อคนที่ติดต่อไว้ด้วย ถ้าทราบชื่อกัน ก็จะทำให้เกิดการจดจำได้ ซึ่งอาจนำผลดีมาให้ตัวผู้สมัครเองได้ค่ะ หรือบางครั้งโทรไปไม่เจอคนเดิม ก็สามารถแจ้งได้ว่า ปกติติดต่อกับท่านนี้ ชื่อนี้ ดีกว่าบอกว่าคุยกับใครก็ไม่ทราบ


การแต่งตัว
แต่งตัวไปสมัครงานเป็นการบ่งบอกจุดยืนของตัวเองให้กับทางบริษัททราบ แนะนำให้แต่งตามมาตรฐานสุภาพชนที่คนทั่วไปยอมรับ ทั้งนี้ควรแสดงความเป็นตัวของตัวเองด้วย แต่ต้องแสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างมีมรรยาท ทำไมเด็กสมัยนี้แยกไม่ออกระหว่างการเป็นตัวของตัวเอง กับหยาบคายไม่รู้ อ้าว เผลอบ่นอีกละ กลับมาใหม่ เช่น คุณเป็นคนที่ปกติแต่งตัวสีจี๊ดมาก ฉูดฉาด เสื้อกางเกงถุงเท้ารองเท้าหมวกกระเป๋า ไม่มีอันไหนสีซ้ำกันเลย วันที่ไปสัมภาษณ์ก็พยายามนิดนึง อาจใส่เสื้อยืดสีสดไว้ข้างใน แต่แก้โดยการใส่เสื้อนอกกับกางเกงที่สีเรียบๆ นิดนึง รองเท้าก็อาจจะปี้ดได้บ้าง ถ้า "ย้ำ" เสื้อนอกกับกางเกงสีเรียบร้อย หมวกไม่แนะนำ เพราะตามมรรยาทสากล การเข้าในอาคารหรือพบปะผู้อื่นควรถอดหมวกเพื่อแสดงความเคารพผู้อื่น หรือใส่เข้าไปแล้วถอดออกเมื่อเจอผู้สัมภาษณ์ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในปัจจุบัน (อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ) คือแต่งตัวให้มั่นใจในตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง แต่อยู่บนพื้นฐานที่ให้เกียรติ และเคารพต่อบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์น่ะค่ะ


การเตรียมผลงาน
ผู้สมัครเองควรจะทราบดีที่สุดว่าควรเตรียมผลงานแบบไหนไป เพราะแต่ละบริษัทมีจุดที่เน้นต่างกัน นั่นคือน้องควรศึกษาบริษัทที่จะไปสมัครก่อน แล้วเน้นผลงานที่ตรงกับเค้า ที่เค้าจะเล็งเห็นว่าสามารถนำความสามารถส่วนนี้ไปใช้ในบริษัทได้ ปกติการทำ port มักจะใช้ port เดียวไปเสนอผลงานตามบริษัทต่างๆ แต่ถ้าสมมติว่า น้องไปสมัครบริษัทที่เน้นด้าน animation ก็อาจจะติด notebook หรือเซฟงานไปขอเปิดแสดงผลงานนั้นๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ควรแจ้งทางบริษัทล่วงหน้าหากน้องจะขอยืมอุปกรณ์อื่นใดในการนำเสนอผลงานนะคะ หรืออย่างน้อยที่สุด อาจจะมีการเพิ่มหน้าในส่วนของ animation ใน port ของน้อง ดังนั้นพี่แนะนำว่า port สมัครงาน ให้ไปซื้อแฟ้มใสสวยๆ มาใช้ จะทำให้เราจัดเรียงผลงาน เพิ่มจุดแข็ง เน้นจุดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนั้นๆ ได้ดีกว่าที่จะเป็นแบบติดตายอ่ะค่ะ ยังงัยอย่าลืมศึกษาบริษัทก่อนเข้าไปสัมภาษณ์นะคะ ที่สำคัญอีกจุดคือการออกเสียงชื่อต่างๆ ให้ถูกต้องด้วยค่ะ ถ้าจะบอกว่าเราเคยทำงานให้ใคร หรืออ้างถึงใคร การเรียกให้ถูกต้องเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งนั้นค่ะ

เพิ่มเติม
หากน้องมีผลงานที่เคยได้รางวัล ชนะประกวด หรืองานอื่นๆ นอกเหนือจากงานส่งอาจารย์ที่น่าสนใจ ลองใส่ไปด้วยก็จะดีค่ะ จะทำให้เห็นว่าเราเคยมีประสบการณ์ทำงานอื่นนอกจาก school assignment


ตำแหน่งในการสมัครงาน
อันนี้ขอพูดตรงๆ นะคะ น้องควรจะทราบความสามารถของตัวเองว่าน่าจะอยู่ในจุดไหนได้ดีกว่าทุกคน จริงอยู่ น้องอาจจะเก่งมาก แต่อย่าลืมว่าน้องยังใหม่มากๆ กับบริษัทนั้น การทำงานจริง ประสบการณ์ และการทำงานเป็นทีม แต่การที่แจ้งให้ทางบริษัททราบว่าน้องต้องการตำแหน่งที่สูงกว่าก็เป็นการแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นได้ วิธีการที่ดีคือ ในใบสมัครให้เขียนตำแหน่งที่ตำกว่า แล้วในใบ letter of intention (ขอโทษนะคะ พี่ไม่ทราบว่ามันเรียกว่าอะไรภาษาไทย ใบปะหน้า resume อ่ะค่ะ) ให้เขียนไว้ว่ามุ่งหวังจะทำตำแหน่งใดในอนาคต แบบนี้ ทางบริษัทจะได้เห็นว่าเราต้องการเป็นอะไร และจัดวางตำแหน่งให้เราได้ ทั้งนี้ เป็นดาบสองคมนะคะ ถ้าทางบริษัทเห็นว่าจุดมุ่งหมายของเรามันอาจจะไม่ตรงกับตำแหน่งที่เค้าต้องการ เราก็อาจจะไม่ได้รับการตอบรับได้ ณ จุดนี้ ส่วนมากจะเป็นสิ่งที่พูดกันในตอนสัมภาษณ์มากกว่าเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ เพราะเราสามารถดูท่าทีของบริษัทได้ หากเค้าไม่ได้ถาม ตอนท้ายของการสัมภาษณ์ก็อาจสอบถามเพิ่มเติมได้ และควรเตรียมคำถามดีๆ ไปถามซักสองสามข้อ ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน เนื้องาน หรือบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราศึกษาบริษัทนี้มาอย่างดี ไม่ใช่ดุ่ยๆ มาอยากได้งาน อยากมีเงินเดือน


เฮ้อ เหนื่อยยยย หวังว่าคงมีประโยชน์นะคะ
ขอให้โชคดีค่ะ



ปล. แนะนำเรื่องรูป animation นิดนึงว่า ถ้าน้องแก้ สี+แสง ของหน้า ก่อนจะมา map กับตัว animation เนี่ย จะเนียนขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ^^
lucky-me
#3
อ่านของพี่โก้ ก้อไม่ต้องอ่าน ความเห็นคนอื่นแล้วค่ะ (ปรบมือให้พี่โก้ ยอดเยี่ยม) พี่ชายพี่เป็น copywriter เด๋วไปถามให้จ้า เห็นเค้าพูดเหมือนกันว่าเศรษฐกิจแบบนี้ คนเก่าถ้าไม่เก่งจริงก้อจะถูกปลดออก เพื่อจ้างเด็กรุ่นใหม่ไปแรง (ใน salary ที่ต่ำกว่ามาแทน)

ขอให้ได้งานเร็วๆนะคะ
barumbum
#4
เรียนจบสายนี้มาเหมือนกันค่ะ

แต่ไม่ทำงานสายนี้ อิอิ

จบมาเป็นเออีก่อนค่ะ เป็นตำแหน่งแรกที่จะได้รับเด้อ
xtrastrong
#5
ขอเล่า สถานการ์ณของบริษัท Agency ใหญ่ๆส่วนมากก่อนนะครับ
เนื่องจากมักจะเป็น chain มาจากเมืองนอก
จึงค่อนข้างได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจพอสมควรครับ
นโยบายส่วนใหญ่ตอนนี้ คือ มักจะ freeze คนไม่รับคนเพิ่มเพื่อไม่เพิ่มรายจ่ายให้กับตัวเอง

ส่วนใหญ่เรื่องสมัครงาน มักจะเป็นการแนะนำกันมามากกว่าครับ
แบบรู้จักกัน เห็นแวว ก็ชวนมาทำ

ถ้ายังไม่เคยฝึกงาน แนะนำว่าให้ฝึกงา่นก่อนดีกว่าครับ
srichardson
#6
อืม..เข้ามาเก็บข้อมูลจ้ะ :D
montana
#7
เก็บด้วยคน ข้อมูลดีมากๆ ใครมีอะไรอีกมาแนะนำได้นะครับ ผมก็จะจบเหมือนกัน ==;

ปล.แอบหนีไปเรียนต่อดีกว่า haha
kikalicious
#8
ก่อนอื่นแนะนำให้สำรวจความชอบและความต้องการของตัวเองก่อนนะคะว่าอยากทำอะไร ตำแหน่งอะไร
บริษัททั่วไปสนใจในคนที่มีประวัติการฝึกงานนะคะแม้ว่า มหาวิทยาลัยจะไม่ได้บังคับก็ตามค่ะ
ส่วนความรู้ทางโปรแกรม ใส่ไปใน resume เลยไม่ต้องมีหลักฐานหรอกค่ะ มันจะแสดงด้วยตัวของมันเองใน portfolio ของเราซึ่งแนะนำว่าควรมีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ควรพยายามล้วงข้อมูลจากบริษัทต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดค่ะ
ช่วยบอกเท่าที่รู้มาละกันนะคะ ไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มาจากที่เพื่อน ๆ บอกค่ะ
บางบริษัท ดังก็จริงแต่ชอบ freeze คน ..เช่น บริษัท J..
ถ้าเป็น บ.ญี่ปุ่นมักจะได้โบนัสดีมาก ๆ แต่งานมักจะเป็นงานแนวคอมเมอร์เชียลมาก ๆ ไม่ค่อยได้กล่องว่างั้น

ส่วนมาก การทิ้ง resume ไว้ที่ HR จะเป็นวิธีที่ช้ามากกว่าเค้าจะเรียก ควรพยายามพูดคุยกับเพื่อน ๆ หรือรุ่นพี่ เพื่อจะมีทางลัดเข้าไปมีโอกาสสัมภาษณ์ วิธีนี้ขอบอกตามตรงว่ามีโอกาสได้งานสูงสุดจริง ๆ ค่ะ

ขอใช้โชคดีนะคะ
louisvuitton
#9
Originally Posted by cocoa
ง่า ไว้จะลองถามเพื่อนๆ ดูนะคะ

ส่วนเรื่องการสมัครงานขอแนะนำในเรื่องทั่วๆ ไปละกันนะคะ

การสมัครงาน
การสมัครงานส่วนมากมี 3 แบบ คือ

1. walk-in คือเดินถือ resume+port เข้าไปตรงๆ เลย
วิธีนี้ ตะก่อน (ในเมกา พี่ไม่ทราบในไทยนะคะ) ถือว่าเป็นการแสดงเจตนามุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงาน และมั่นใจในความแน่ของตัวเอง ซึ่งปัจจุบัน ไม่อยากแนะนำค่ะ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าคุณเห็นตัวเองเป็นใหญ่ เดินดุ่มๆ เข้าไปไม่ได้คำนึงถึงว่าอีกฝ่ายเค้าจะว่าง หรือเค้ามีธุระอยู่หรือเปล่าเลย น้อยครั้งมากในปัจจุบัน ที่จะได้สัมภาษณ์กับคนที่คุณควรจะคุยด้วย สุดท้ายมักจะจบด้วยว่าคุณยื่นเอกสารให้ฝ่ายบุคคล และคนข้างในก็จะบ่นกันว่า ... ทำไมไม่มีมรรยาทเลยเนี่ย ... ประมาณนี้อ่ะค่ะ

2. email / mail resume + port ให้ฝ่ายจัดหาบุคลากร
วิธีนี้เป็นการหว่านที่เร็วที่สุด เพราะทำไว้หลายๆ copy เปลี่ยนแค่หัวจดหมายแนะนำตัวให้เกี่ยวเนื่องกับแต่ละบริษัท แล้วส่งออกไป อันนี้จะเหมือน mass product คือเน้นปริมาณ โอกาสในการที่เค้าจะเรียกสัมภาษณ์ค่อนข้างต่ำ เพราะบางครั้ง ทางบริษัทจะรู้สึกว่า เป็นแค่หนึ่งในหลายๆ บริษัทที่คุณสนใจ ไม่ได้เป็นบริษัทที่คุณสนใจที่สุด วิธีแก้คือ หลังจากส่งไปซักสามสี่วัน (อันนี้ขึ้นกับว่าส่งแบบไหน และน่าจะถึงเมื่อไหร่นะคะ) ก็ให้โทรไปตามกับบริษัทที่ได้ส่งไป ถามด้วยความสุภาพว่า เราสนใจทำงานกับเค้าจริงๆ และได้ส่งตัวอย่างผลงานมาให้พิจารณา ถ้าจะขอสัมภาษณ์ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหม หรืออะไรประมาณนี้ ด้วยความสุภาพนะคะ เพราะบางครั้ง เราไม่รู้ได้เลยว่าคนรับโทรศัพท์เราเป็นใคร อาจจะไม่ใช่แค่โอเปอเรเตอร์เฉยๆ อาจจะเป็น "คุณโอเปอเรเตอร์" สำหรับบริษัทนั้นเลยก็ได้ ความสุภาพเป็นสิ่งที่คนทั่วไปนิยมค่ะ

3. find point of contact ติดต่อคนที่อยู่ในบริษัทนั้นๆ ก่อน
วิธีนี้น่าจะนิยมที่สุดในโลกปัจจุบัน หรือบางครั้งจะเรียกระบบเส้นสายก็ว่าไป ทางนี้มีโอกาสมากที่สุดในหลายๆ ทาง เพราะจะเหมือนว่าเราได้คนในบริษัทรับรองให้ ทางนี้ ถ้าไม่รู้จักใครเลยในบริษัท ให้ติดต่อผ่านคุณโอเปอเรเตอร์นี่แหละค่ะ โทรไปบอกว่า สนใจติดต่อสมัครงาน ถ้าเค้าบอกว่าไม่รับ ค่อยใช้วิธีที่สอง (ถ้าอยากสมัครจริงๆ นะคะ) แต่ถ้าเค้าเปิดรับอยู่ เค้าจะแจ้งข้อมูลที่ควรทราบ และวิธีการสมัครที่ทางบริษัทเค้าต้องการให้ทราบ ปฎิบัติตามนะคะ เพื่อความสะดวกของบริษัทและตัวน้องเอง ถ้าเค้าให้ส่งผลงาน A4 ก็ส่ง A4 อย่าไปคิดเอาเองว่า เด๋วเค้าจะไม่เห็นความเก๋าเลยส่ง A1 ไปจะได้เห็นชัดๆ หลายๆ ครั้ง ความเก๋ากลายเป็นความเกรียน และผลงานนั้นก็ลงตะกร้าไปเพราะคุณไม่สามารถปฎิบัติตามกฎระเบียบขั้นต่ำได้ นอกจากนั้น เมื่อติดต่อบริษัทใด ควรรบกวนถามชื่อคนที่ติดต่อไว้ด้วย ถ้าทราบชื่อกัน ก็จะทำให้เกิดการจดจำได้ ซึ่งอาจนำผลดีมาให้ตัวผู้สมัครเองได้ค่ะ หรือบางครั้งโทรไปไม่เจอคนเดิม ก็สามารถแจ้งได้ว่า ปกติติดต่อกับท่านนี้ ชื่อนี้ ดีกว่าบอกว่าคุยกับใครก็ไม่ทราบ


การแต่งตัว
แต่งตัวไปสมัครงานเป็นการบ่งบอกจุดยืนของตัวเองให้กับทางบริษัททราบ แนะนำให้แต่งตามมาตรฐานสุภาพชนที่คนทั่วไปยอมรับ ทั้งนี้ควรแสดงความเป็นตัวของตัวเองด้วย แต่ต้องแสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างมีมรรยาท ทำไมเด็กสมัยนี้แยกไม่ออกระหว่างการเป็นตัวของตัวเอง กับหยาบคายไม่รู้ อ้าว เผลอบ่นอีกละ กลับมาใหม่ เช่น คุณเป็นคนที่ปกติแต่งตัวสีจี๊ดมาก ฉูดฉาด เสื้อกางเกงถุงเท้ารองเท้าหมวกกระเป๋า ไม่มีอันไหนสีซ้ำกันเลย วันที่ไปสัมภาษณ์ก็พยายามนิดนึง อาจใส่เสื้อยืดสีสดไว้ข้างใน แต่แก้โดยการใส่เสื้อนอกกับกางเกงที่สีเรียบๆ นิดนึง รองเท้าก็อาจจะปี้ดได้บ้าง ถ้า "ย้ำ" เสื้อนอกกับกางเกงสีเรียบร้อย หมวกไม่แนะนำ เพราะตามมรรยาทสากล การเข้าในอาคารหรือพบปะผู้อื่นควรถอดหมวกเพื่อแสดงความเคารพผู้อื่น หรือใส่เข้าไปแล้วถอดออกเมื่อเจอผู้สัมภาษณ์ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในปัจจุบัน (อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ) คือแต่งตัวให้มั่นใจในตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง แต่อยู่บนพื้นฐานที่ให้เกียรติ และเคารพต่อบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์น่ะค่ะ


การเตรียมผลงาน
ผู้สมัครเองควรจะทราบดีที่สุดว่าควรเตรียมผลงานแบบไหนไป เพราะแต่ละบริษัทมีจุดที่เน้นต่างกัน นั่นคือน้องควรศึกษาบริษัทที่จะไปสมัครก่อน แล้วเน้นผลงานที่ตรงกับเค้า ที่เค้าจะเล็งเห็นว่าสามารถนำความสามารถส่วนนี้ไปใช้ในบริษัทได้ ปกติการทำ port มักจะใช้ port เดียวไปเสนอผลงานตามบริษัทต่างๆ แต่ถ้าสมมติว่า น้องไปสมัครบริษัทที่เน้นด้าน animation ก็อาจจะติด notebook หรือเซฟงานไปขอเปิดแสดงผลงานนั้นๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ควรแจ้งทางบริษัทล่วงหน้าหากน้องจะขอยืมอุปกรณ์อื่นใดในการนำเสนอผลงานนะคะ หรืออย่างน้อยที่สุด อาจจะมีการเพิ่มหน้าในส่วนของ animation ใน port ของน้อง ดังนั้นพี่แนะนำว่า port สมัครงาน ให้ไปซื้อแฟ้มใสสวยๆ มาใช้ จะทำให้เราจัดเรียงผลงาน เพิ่มจุดแข็ง เน้นจุดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนั้นๆ ได้ดีกว่าที่จะเป็นแบบติดตายอ่ะค่ะ ยังงัยอย่าลืมศึกษาบริษัทก่อนเข้าไปสัมภาษณ์นะคะ ที่สำคัญอีกจุดคือการออกเสียงชื่อต่างๆ ให้ถูกต้องด้วยค่ะ ถ้าจะบอกว่าเราเคยทำงานให้ใคร หรืออ้างถึงใคร การเรียกให้ถูกต้องเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งนั้นค่ะ

เพิ่มเติม
หากน้องมีผลงานที่เคยได้รางวัล ชนะประกวด หรืองานอื่นๆ นอกเหนือจากงานส่งอาจารย์ที่น่าสนใจ ลองใส่ไปด้วยก็จะดีค่ะ จะทำให้เห็นว่าเราเคยมีประสบการณ์ทำงานอื่นนอกจาก school assignment


ตำแหน่งในการสมัครงาน
อันนี้ขอพูดตรงๆ นะคะ น้องควรจะทราบความสามารถของตัวเองว่าน่าจะอยู่ในจุดไหนได้ดีกว่าทุกคน จริงอยู่ น้องอาจจะเก่งมาก แต่อย่าลืมว่าน้องยังใหม่มากๆ กับบริษัทนั้น การทำงานจริง ประสบการณ์ และการทำงานเป็นทีม แต่การที่แจ้งให้ทางบริษัททราบว่าน้องต้องการตำแหน่งที่สูงกว่าก็เป็นการแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นได้ วิธีการที่ดีคือ ในใบสมัครให้เขียนตำแหน่งที่ตำกว่า แล้วในใบ letter of intention (ขอโทษนะคะ พี่ไม่ทราบว่ามันเรียกว่าอะไรภาษาไทย ใบปะหน้า resume อ่ะค่ะ) ให้เขียนไว้ว่ามุ่งหวังจะทำตำแหน่งใดในอนาคต แบบนี้ ทางบริษัทจะได้เห็นว่าเราต้องการเป็นอะไร และจัดวางตำแหน่งให้เราได้ ทั้งนี้ เป็นดาบสองคมนะคะ ถ้าทางบริษัทเห็นว่าจุดมุ่งหมายของเรามันอาจจะไม่ตรงกับตำแหน่งที่เค้าต้องการ เราก็อาจจะไม่ได้รับการตอบรับได้ ณ จุดนี้ ส่วนมากจะเป็นสิ่งที่พูดกันในตอนสัมภาษณ์มากกว่าเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ เพราะเราสามารถดูท่าทีของบริษัทได้ หากเค้าไม่ได้ถาม ตอนท้ายของการสัมภาษณ์ก็อาจสอบถามเพิ่มเติมได้ และควรเตรียมคำถามดีๆ ไปถามซักสองสามข้อ ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน เนื้องาน หรือบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราศึกษาบริษัทนี้มาอย่างดี ไม่ใช่ดุ่ยๆ มาอยากได้งาน อยากมีเงินเดือน


เฮ้อ เหนื่อยยยย หวังว่าคงมีประโยชน์นะคะ
ขอให้โชคดีค่ะ



ปล. แนะนำเรื่องรูป animation นิดนึงว่า ถ้าน้องแก้ สี+แสง ของหน้า ก่อนจะมา map กับตัว animation เนี่ย จะเนียนขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ^^



ขอบคุณมากเลยครับ

ได้ความรู้ไปเยอะเลยครับ

พอดีรีบๆทำ ^^ เลยไม่เนียนเลย
louisvuitton
#10
Originally Posted by lucky-me
อ่านของพี่โก้ ก้อไม่ต้องอ่าน ความเห็นคนอื่นแล้วค่ะ (ปรบมือให้พี่โก้ ยอดเยี่ยม) พี่ชายพี่เป็น copywriter เด๋วไปถามให้จ้า เห็นเค้าพูดเหมือนกันว่าเศรษฐกิจแบบนี้ คนเก่าถ้าไม่เก่งจริงก้อจะถูกปลดออก เพื่อจ้างเด็กรุ่นใหม่ไปแรง (ใน salary ที่ต่ำกว่ามาแทน)

ขอให้ได้งานเร็วๆนะคะ


Originally Posted by barumbum
เรียนจบสายนี้มาเหมือนกันค่ะ

แต่ไม่ทำงานสายนี้ อิอิ

จบมาเป็นเออีก่อนค่ะ เป็นตำแหน่งแรกที่จะได้รับเด้อ


Originally Posted by xtrastrong
ขอเล่า สถานการ์ณของบริษัท Agency ใหญ่ๆส่วนมากก่อนนะครับ
เนื่องจากมักจะเป็น chain มาจากเมืองนอก
จึงค่อนข้างได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจพอสมควรครับ
นโยบายส่วนใหญ่ตอนนี้ คือ มักจะ freeze คนไม่รับคนเพิ่มเพื่อไม่เพิ่มรายจ่ายให้กับตัวเอง

ส่วนใหญ่เรื่องสมัครงาน มักจะเป็นการแนะนำกันมามากกว่าครับ
แบบรู้จักกัน เห็นแวว ก็ชวนมาทำ

ถ้ายังไม่เคยฝึกงาน แนะนำว่าให้ฝึกงา่นก่อนดีกว่าครับ


Originally Posted by srichardson
อืม..เข้ามาเก็บข้อมูลจ้ะ :D


Originally Posted by ps
เก็บด้วยคน ข้อมูลดีมากๆ ใครมีอะไรอีกมาแนะนำได้นะครับ ผมก็จะจบเหมือนกัน ==;

ปล.แอบหนีไปเรียนต่อดีกว่า haha


Originally Posted by kikalicious
ก่อนอื่นแนะนำให้สำรวจความชอบและความต้องการของตัวเองก่อนนะคะว่าอยากทำอะไร ตำแหน่งอะไร
บริษัททั่วไปสนใจในคนที่มีประวัติการฝึกงานนะคะแม้ว่า มหาวิทยาลัยจะไม่ได้บังคับก็ตามค่ะ
ส่วนความรู้ทางโปรแกรม ใส่ไปใน resume เลยไม่ต้องมีหลักฐานหรอกค่ะ มันจะแสดงด้วยตัวของมันเองใน portfolio ของเราซึ่งแนะนำว่าควรมีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ควรพยายามล้วงข้อมูลจากบริษัทต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดค่ะ
ช่วยบอกเท่าที่รู้มาละกันนะคะ ไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มาจากที่เพื่อน ๆ บอกค่ะ
บางบริษัท ดังก็จริงแต่ชอบ freeze คน ..เช่น บริษัท J..
ถ้าเป็น บ.ญี่ปุ่นมักจะได้โบนัสดีมาก ๆ แต่งานมักจะเป็นงานแนวคอมเมอร์เชียลมาก ๆ ไม่ค่อยได้กล่องว่างั้น

ส่วนมาก การทิ้ง resume ไว้ที่ HR จะเป็นวิธีที่ช้ามากกว่าเค้าจะเรียก ควรพยายามพูดคุยกับเพื่อน ๆ หรือรุ่นพี่ เพื่อจะมีทางลัดเข้าไปมีโอกาสสัมภาษณ์ วิธีนี้ขอบอกตามตรงว่ามีโอกาสได้งานสูงสุดจริง ๆ ค่ะ

ขอใช้โชคดีนะคะ


ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากครับ
matty
#11
ตอบไปทาง pm แล้วนะคะ แต่เพิ่งมาเห็นกระทู้ เลยขอเพิ่มเติมอีกนิดว่า

ให้ถามและดูตัวเราเองก่อนว่าอยากและเหมาะจะเป็น creative หรือ ae เพราะมันจะเป็นตัวตั้งที่ส่งไปยังเรื่องอื่นๆ เพราะ qualifications ของแต่ละตำแหน่งจะต่างกัน การเตรียมตัว การpresent ตัวเองในการสัมภาษณ์หรือแม้กระทั่งการสมัครก้อจะต่างกันด้วย

เช่นถ้าสมัคร creative ต้องทำ port ให้น่าสนใจค่ะ (ไม่จำเป็นว่าต้องเริ่มเป็น ae ก่อน) จุดสำคัญของคนสมคัรคือเราต้องพาตัวเราให้เข้าไปทำงานได้ก่อน (เข้า permanent staff หรือ temp หรือแม้แต่ฝึกงาน) เป็นวิธีที่ดีทีสุดที่จะสร้างและ build port ให้แน่นยิ่งขึ้นค่ะ

ทีนี้ไอ้เรื่องการแต่งตัวเนี่ย มันก้อขึ้นอยู่กับตำแหน่งอีกแหล่ะ ถ้าสมัคร creative ก้อแต่งตัวประมาณนึง สมัคร ae ก้อควรแต่งอีกประมาณนึง ยังงัยก้อคุมให้อยู่แบบที่คุณโก้บอกว่า เป็นตัวของตัวเองแต่ดูสุภาพ

บอกไว้ก่อนว่า แต่ละ agency ก้อจะมี culture ไม่เหมือนกัน และมี'จุดขาย' ที่ต่างกัน ยังงัยลองเข้าไปในเวปของแต่ละที่ก่อนก้อได้ จะได้ดูด้วยว่าเราอยากทำ agency ไหนและเก็บข้อมูลเผื่อการสัมภาษณ์ด้วย (จากประสบการณ์สัมภาษณ์น้องๆ ถ้าทำการบ้านมาก่อนจะดูดีกว่าค่ะ)

เท่าที่คุยกับทาง hr เห็นบอกว่าหลายๆ agency freeze คนอยู่นะ แต่ลองถามๆคนรอบข้างดูว่าใครมีญาติหรือเพื่อนทำ agency บ้าง ส่วนใหญ่ตำแหน่ง first entry สำหรับเด็กจบใหม่เนี่ย ใช้วิธีแนะนำกันไปมาจะเร็วกว่า ยังงัยเอาใจช่วยจ๊ะ
louisvuitton
#12
Originally Posted by matty
ตอบไปทาง pm แล้วนะคะ แต่เพิ่งมาเห็นกระทู้ เลยขอเพิ่มเติมอีกนิดว่า

ให้ถามและดูตัวเราเองก่อนว่าอยากและเหมาะจะเป็น creative หรือ ae เพราะมันจะเป็นตัวตั้งที่ส่งไปยังเรื่องอื่นๆ เพราะ qualifications ของแต่ละตำแหน่งจะต่างกัน การเตรียมตัว การpresent ตัวเองในการสัมภาษณ์หรือแม้กระทั่งการสมัครก้อจะต่างกันด้วย

เช่นถ้าสมัคร creative ต้องทำ port ให้น่าสนใจค่ะ (ไม่จำเป็นว่าต้องเริ่มเป็น ae ก่อน) จุดสำคัญของคนสมคัรคือเราต้องพาตัวเราให้เข้าไปทำงานได้ก่อน (เข้า permanent staff หรือ temp หรือแม้แต่ฝึกงาน) เป็นวิธีที่ดีทีสุดที่จะสร้างและ build port ให้แน่นยิ่งขึ้นค่ะ

ทีนี้ไอ้เรื่องการแต่งตัวเนี่ย มันก้อขึ้นอยู่กับตำแหน่งอีกแหล่ะ ถ้าสมัคร creative ก้อแต่งตัวประมาณนึง สมัคร ae ก้อควรแต่งอีกประมาณนึง ยังงัยก้อคุมให้อยู่แบบที่คุณโก้บอกว่า เป็นตัวของตัวเองแต่ดูสุภาพ

บอกไว้ก่อนว่า แต่ละ agency ก้อจะมี culture ไม่เหมือนกัน และมี'จุดขาย' ที่ต่างกัน ยังงัยลองเข้าไปในเวปของแต่ละที่ก่อนก้อได้ จะได้ดูด้วยว่าเราอยากทำ agency ไหนและเก็บข้อมูลเผื่อการสัมภาษณ์ด้วย (จากประสบการณ์สัมภาษณ์น้องๆ ถ้าทำการบ้านมาก่อนจะดูดีกว่าค่ะ)

เท่าที่คุยกับทาง hr เห็นบอกว่าหลายๆ agency freeze คนอยู่นะ แต่ลองถามๆคนรอบข้างดูว่าใครมีญาติหรือเพื่อนทำ agency บ้าง ส่วนใหญ่ตำแหน่ง first entry สำหรับเด็กจบใหม่เนี่ย ใช้วิธีแนะนำกันไปมาจะเร็วกว่า ยังงัยเอาใจช่วยจ๊ะ


ขอบคุณครับ
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3